“คุณจะเก็บมันไว้ทำไมคะกวินทร์... ผลตรวจนั่นมันไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาล้อเล่นได้”
เสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าแฝงไปด้วยความแข็งกร้าวที่เธอมอบให้คิรากรเสมอมา เธอเพิ่งหันกลับมาเห็นท่าทีผิดปกติของชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหลัง ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความระแวง เธอไม่ต้องการให้ใครหน้าไหน โดยเฉพาะศัตรูทางธุรกิจของคิรากร มาถือไพ่เหนือกว่าในเรื่องของลูกชาย
กวินทร์ชะงัก รอยยิ้มที่มุมปากยังคงประดับอยู่ แต่มันเป็นยิ้มที่เคลือบยาพิษ เขาไม่ได้หันไปมองคิรากรที่ยืนตัวแข็งทื่อราวกับรูปปั้นสลักอยู่ไม่ไกล แต่สายตาของเขากลับจับจ้องไปที่รินรดาด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก
“ริน... บางทีความจริงที่เจ็บปวด ก็อาจจะเป็นอาวุธที่ดีที่สุดในการจบเกมนี้ไม่ใช่หรือไงครับ” กวินทร์เอ่ยเบาๆ ก่อนจะหันไปทางคิรากรที่กำลังก้าวเข้ามาประชิด “คุณคิรากรดูตกใจนะครับ เห็นผลเลือดของ ‘ลูกชาย’ ตัวเองแล้วถึงกับพูดไม่ออกเลยหรือไง?”
คิรากรไม่ได้ฟังสิ่งที่กวินทร์พูดแม้แต่น้อย สายตาของเขาราวกับถูกแม่เหล็กดึงดูดให้จับจ้องไปที่กระดาษแผ่นนั้น มือหนาที่เคยสั่นเทาพยายามเอื้อมออกไป แต่รินรดาปราดเข้ามาขวางหน้าเขาไว้ด้วยสัญชาตญาณความเป็นแม่ที่ปกป้องลูกชายสุดชีวิต
“อย่ามายุ่งกับเรื่องของฉันและลีโอ” รินรดาตวาดเสียงแข็ง ดวงตาที่เคยมีแต่ความอ่อนโยนบัดนี้กลับแข็งกร้าวราวกับกำแพงน้ำแข็งที่ไม่มีใครทลายได้ “คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องสิ่งที่ฉันปกป้องมาตลอดสองปี คุณคิรากร!”
บรรยากาศในห้องรับรองของโรงพยาบาลที่เคยอบอวลไปด้วยความพยายามในการเริ่มต้นใหม่ของครอบครัวคิรากร กลับกลายเป็นสมรภูมิรบในพริบตา น้องลีโอตัวน้อยที่เกาะขาแม่แน่นเริ่มเบะปากเตรียมจะร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวต่อบรรยากาศที่เปลี่ยนไป คิรากรเห็นภาพนั้นแล้วหัวใจของเขาก็แทบแตกสลาย
“ริน... ฉันแค่... ฉันแค่ต้องการรู้ความจริง” คิรากรพยายามระงับอารมณ์ เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นไหวอย่างที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน “ถ้าเด็กคนนี้เป็นลูกของฉัน... ฉันมีสิทธิ์ที่จะรู้ไม่ใช่เหรอ?”
“สิทธิ์?” รินรดาเค้นหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้เอ่อล้นออกมาจนเห็นได้ชัด “คุณเคยคิดถึงสิทธิ์ของฉันบ้างไหมวันที่คุณไล่ฉันออกจากบ้าน? คุณเคยคิดถึงสิทธิ์ของลูกไหมในวันที่คุณบอกว่าเขาเป็นเพียงความผิดพลาด? ตอนนี้คุณกลับมาเรียกร้องสิทธิ์... มันไม่สายไปหน่อยเหรอคะ?”
คำพูดของรินรดาทิ่มแทงลงไปกลางใจของคนฟังราวกับมีดนับพันเล่ม คิรากรหน้าซีดเผือด เขารู้ดีว่าความผิดบาปที่เขาทำไว้มันมากเกินกว่าจะให้อภัย แต่ในขณะที่ความรู้สึกผิดกำลังกัดกินใจกวินทร์กลับขยับตัวเข้ามาแทรกกลาง
“ความจริงมันชัดเจนอยู่ตรงหน้าแล้วครับคิรากร” กวินทร์ยื่นกระดาษแผ่นนั้นให้คิรากรด้วยท่าทีเย้ยหยัน “ผล DNA ที่ผมบังเอิญได้มา... มันระบุชัดเจนว่าเด็กคนนี้คือเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลคิรากร 100% แต่ก็นั่นแหละนะครับ... ต่อให้รู้ไป ความสัมพันธ์ที่พังทลายไปแล้วมันจะกลับมาเชื่อมกันติดได้จริงๆ เหรอ?”
รินรดาหน้าถอดสีเมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอไม่ได้กลัวความลับเปิดเผย แต่เธอกลัวว่าอดีตที่เลวร้ายจะย้อนกลับมาทำลายชีวิตที่เงียบสงบของน้องลีโอ
ในขณะที่ทุกคนกำลังจมดิ่งอยู่ในวังวนแห่งความขัดแย้ง น้องลีโอที่เห็นแม่กำลังร้องไห้กลับปล่อยมือจากขาของเธอ แล้วเดินเตาะแตะไปหาคิรากรด้วยความไร้เดียงสา มือเล็กๆ ป้อมๆ เอื้อมไปดึงชายเสื้อของชายผู้เป็นพ่อที่ตนไม่รู้จัก “คุณลุง... อย่าทำแม่ร้องไห้เลยนะฮะ แม่เป็นคนดีที่สุดเลย”
คิรากรทรุดเข่าลงกับพื้นทันทีโดยไม่สนศักดิ์ศรี เขามองดูเด็กน้อยที่หน้าตาถอดแบบเขามาทุกประการ ความอบอุ่นที่ไร้เดียงสาจากมือเล็กๆ นั่นทำให้กำแพงความเย็นชาที่เขาสร้างมาตลอดหลายปีพังทลายลงราบคาบ
“ลีโอ...” เสียงของคิรากรขาดห้วง เขาเอื้อมมือไปสัมผัสแก้มใสของลูกชายด้วยความทะนุถนอมที่สุดเท่าที่จะทำได้ “พ่อ... พ่อขอโทษ”
แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ที่ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น รินรดากำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อดึงลูกกลับมา กวินทร์ที่ยืนมองอยู่กลับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดส่งข้อความบางอย่างออกไป พร้อมกับรอยยิ้มที่น่าขนลุก
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มชายชุดดำจำนวนหนึ่งดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก ก่อนที่ประตูห้องรับรองจะถูกเปิดออกอย่างแรงโดยคนที่ไม่ควรจะปรากฏตัวขึ้นที่นี่ในเวลานี้
“กวินทร์! แกทำอะไรลงไป!” รินรดาหวีดร้องเมื่อเห็นว่าใครเดินเข้ามา
ร่างสูงโปรดิวเซอร์สาวใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลและเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของตระกูลคิรากรเดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารในมือ ทันทีที่เธอเห็นคิรากรที่กำลังกอดน้องลีโออยู่ เธอก็ยกยิ้มที่มุมปาก “ว้าว... ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจจริงๆ ค่ะคุณคิรากร ไม่คิดเลยว่าคุณจะยอมลดตัวลงมาเล่นละครครอบครัวอบอุ่นเพื่อปิดบังความลับเรื่องหุ้นใหญ่ในบริษัทของฉัน!”
คิรากรเงยหน้าขึ้น สายตาของเขาเปลี่ยนจากความโศกเศร้าเป็นความดุดันในทันที “คุณเข้ามาที่นี่ได้ยังไง... แล้วเรื่องหุ้นมันเกี่ยวอะไรกับลูกผม!”
หญิงสาวคนนั้นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะโยนซองเอกสารลงบนตักของคิรากร “ไม่ได้เกี่ยวแค่ลูกของคุณหรอกค่ะ แต่มันเกี่ยวถึง ‘ทายาทคนสุดท้าย’ ที่คุณกำลังปกป้องอยู่... ดูสิคะว่าในซองนั่นคืออะไร แล้วคุณจะรู้ว่าความสัมพันธ์ที่พังทลายของพวกคุณน่ะ มันเป็นแค่จุดเริ่มต้นของนรกที่แท้จริงเท่านั้น!”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของรินรดาและคิรากรมาจนถึงบทนี้ ความรักที่ซ่อนไว้ภายใต้โซ่ตรวนกำลังจะถึงบทสรุปในตอนหน้า แล้วพบกันนะคะ
เพลิงกุหลาบดำ
ทัณฑ์รักซ่อนโซ่ตรวนสาสมใจ•ตอนที่ 31
จุดวิกฤตความสัมพันธ์
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักซ่อนโซ่ตรวนสาสมใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!