ทัณฑ์รักซ่อนโซ่ตรวนสาสมใจ•ตอนที่ 29

เผยปมในอดีต

ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
แผ่นกระดาษในซองเอกสารสีน้ำตาลแผ่นนั้นพลิกผ่านปลายนิ้วสั่นเทาของคิรากร เสียงกระดาษเสียดสีกันเบาหวิวราวกับเสียงกรีดเฉือนหัวใจของรินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่เบื้องหน้า หญิงสาวรู้สึกคล้ายลมหายใจถูกกระชากหายไปจากอก โลกทั้งใบหยุดหมุนเหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร่งราวกับกลองเพลิง ดวงตาคมกริบของคิรากรกวาดมองตัวอักษรและกราฟฟิกผลตรวจพันธุกรรมบนกระดาษแผ่นนั้น ทีแรกมันคือความสงสัยใคร่รู้ระคนเย่อหยิ่ง ทว่าเพียงเสี้ยววินาทีต่อมา นัยน์ตาคู่นั้นก็เบิกกว้างขึ้น เส้นเลือดข้างขมับปูดโปน ร่างสูงใหญ่ที่เคยเย่อหยิ่งและมั่นคงมาตลอดกลับเซถอยหลังไปหนึ่งก้าวราวกับถูกค้อนยักษ์ทุบเข้าที่กลางอก "นี่มัน..." เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดไรฟันออกมาอย่างยากเย็น คิรากรเงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาที่มองตรงมายังรินรดามันเต็มไปด้วยความแตกสลาย ความรู้สึกผิดบาป และความจริงอันน่าสะเทือนใจที่เพิ่งกระจ่างแจ้งในสมอง "พ่อคะ..." เสียงใสแจ๋วของน้องลีโอดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก เด็กน้อยเอียงคอสงสัยเมื่อเห็นผู้ชายตัวโตที่มักดุเขาในตอนแรก น้ำตาคลอเบ้าด้วยความตกใจ ขณะที่มือเล็กๆ เอื้อมไปดึงชายเสื้อของคิรากรเบาๆ คิรากรเข่าทรุดลงไปกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง เอกสารในมือร่วงหล่นลงแทบเท้า ร่างกายของนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่สั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่อยู่ เขามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่มีดวงตาเรียวรี จมูกโด่งรั้น และรอยยิ้มพิมพ์ใจถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน ภาพอดีตทั้งหมดพรั่งพรูย้อนกลับเข้ามาในหัวราวกับม้วนฟิล์มที่ถูกเร่งความเร็ว สามปีก่อน... ช่วงเวลาที่เขาจมอยู่กับความโกรธเกรี้ยว ความเข้าใจผิด และทิฐิอันมืดบอด คิรากรเชื่อมั่นอย่างสนิทใจว่าเด็กในท้องของรินรดาไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของเขา เขาเคยตบหน้าเธอด้วยวาจาเชือดเฉือน ผลักไสเธอออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย และปล่อยให้เธอต้องเผชิญกับความโหดร้ายลำพังเพียงเพราะข่าวลือปลอมๆ ที่กวินทร์หรือใครบางคนจงใจป้อนข้อมูลพิษร้ายให้เขาเสพ "พี่... พี่ขอโทษ" คิรากรเปล่งเสียงแหบพร่า น้ำตาของผู้ชายที่หยิ่งผยองมาทั้งชีวิตไหลรินลงมาเงียบๆ เขาเอื้อมมืออันสั่นเทาหมายจะแตะต้องเรียวขาของอดีตภรรยา แต่มือคู่นั้นกลับชะงักค้างกลางอากาศเมื่อรินรดาก้าวถอยหลังหนีด้วยสายตาที่ว่างเปล่าและเย็นชาเสียยิ่งกว่าน้ำแข็ง "คุณเพิ่งรู้ตัวเหรอคะคิรากร?" เสียงของรินรดาราบเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์ที่อัดอั้นมานานสามปี "วันที่คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉัน วันที่คุณบอกว่าเด็กคนนี้เป็นแค่เครื่องมือสกปรก... คุณเคยคิดไหมว่าหัวใจของคนเป็นแม่มันแตกสลายแค่ไหน?" "ริน... พี่เข้าใจผิด พี่ถูกหลอก... วันนั้น..." คิรากรพยายามอธิบาย น้ำเสียงของเขาขาดห้วงด้วยความเจ็บปวดร้าวลึก หัวใจของเขาบีบตัวเข้าหากันจนเจ็บแปลบไปหมด ความรู้สึกผิดเข้ากัดกินวิญญาณทีละน้อย "พี่คิดว่าเธอ... เธอทรยศพี่ พี่ถึงได้ทำร้ายรินกับลูกลงไป... พี่มันเลว! พี่มันโง่เง่าเอง!" เขากราบลงแทบเท้าของเธอ ร่างกายที่เคยสง่างามยอมสยบแทบเบื้องล่างของผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำอย่างไร้ค่า น้ำตาของคิรากรหยดลงบนพื้นห้องจนเปียกชื้น มันเป็นการไถ่บาปที่สายเกินไป แต่นั่นคือทางเดียวที่เขายังพอมีลมหายใจอยู่ได้ รินรดาก้มมองอดีสามีผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายอยู่แทบเท้า ความรู้สึกในอกมันซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย มีทั้งความสะใจที่ได้เห็นคนใจร้ายต้องพังทลายลงด้วยมือของตัวเอง และมีความเจ็บปวดจากแผลเก่าที่ถูกกรีดซ้ำ แต่วินาทีนี้ ความอ่อนแอในอดีตได้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวผู้แข็งแกร่งที่พร้อมปกป้องลูกชายสุดหัวใจ "สายไปแล้วค่ะคิรากร" รินรดาก้มตัวลงกระซิบข้างหูเขา น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิทแต่บาดลึกถึงวิญญาณ "ความรักที่คุณเคยทำลาย ความไว้วางใจที่คุณเหยียบย่ำ... มันไม่มีวันย้อนกลับมาได้อีกแล้ว ต่อให้คุณเอาชีวิตมาแลก มันก็ลบภาพความโหดร้ายที่คุณทำกับเราไม่ได้!" "ริน... อย่าพรากลูกไปจากพี่เลยนะ ขอร้องล่ะ... ให้โอกาสพี่ได้ชดใช้ ได้ทำหน้าที่พ่อ ได้ดูแลรินกับลูก..." คิรากรเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยแววตาเวทนาและอ้อนวอนราวกับคนใกล้ตาย มือหนาคว้าข้อเท้าของเธอไว้แน่นราวกับเป็นฟางเส้นสุดท้ายของชีวิต น้องลีโอเห็นแม่ร้องไห้และผู้ชายคนนั้นกอดขาแม่ไว้ เด็กน้อยจึงรีบวิ่งเข้าไปกอดขาคิรากรไว้บ้าง แล้วเอ่ยด้วยความไร้เดียงสา "คุณพ่อ... อย่าร้องไห้นะครับ ลีโอกอดปลอบนะ" ภาพนั้นทำให้คิรากรสะอื้นหนักขึ้นไปอีก ความอบอุ่นจากอ้อมกอดเล็กๆ ของลูกชายยิ่งตอกย้ำความผิดบาปที่เขาไม่มีวันชดใช้หมดสิ้น เขารวบตัวเด็กน้อยเข้ามากอดแนบอก ซบหน้าลงกับไหล่เล็กๆ นั้นแล้วปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายฟ้าดิน รินรดายืนมองภาพสองพ่อลูกด้วยสายตาที่ไหววูบชั่วขณะ ก่อนจะดึงสติกลับมาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว "หน้าที่พ่อเหรอคะ? คุณเพิ่งรู้ตัวตอนนี้มันช้าไปสามปีแล้วค่ะคิรากร ลีโอมีแค่ฉัน... และอีกไม่นาน กวินทร์ก็จะเข้ามาเป็นครอบครัวเดียวกับเราอย่างสมบูรณ์" สิ้นคำพูดนั้น คิรากรก็ชะงักกึก ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจและริษยาที่พวยพุ่งขึ้นมาในอกราวกับลาวาเดือดพล่าน "เธอกับกวินทร์... ริน เธอจะแต่งงานกับมันงั้นเหรอ?!" รินรดายิ้มมุมปาก ยิ้มที่เต็มไปด้วยความเยденชาและสะใจ เธอไม่ตอบคำถามนั้น แต่หันหลังเตรียมอุ้มลูกชายเดินหนีออกจากห้องแห่งความทรงจำอันมืดมนนี้ทันที ทว่า... ในวินาทีที่รินรดากำลังจะก้าวพ้นประตูห้องนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างสูงของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาอย่างถือวิสาสะ กวินทร์ยืนยิ้มเยาะอยู่ที่หน้าประตู ในมือถือเอกสารสำคัญอีกชุดหนึ่ง สายตาคมกวาดมองสภาพอันน่าสมเพชของคิรากรที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ซ่อนแผนการร้ายกาจเอาไว้ "ริน... ผมจัดการเรื่องงานแต่งของเราเรียบร้อยแล้วนะ" กวินทร์เอ่ยขึ้นท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้คิรากรเลือดขึ้นหน้าจนแทบคลั่ง! ติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกนะคะ เพลิงกุหลาบดำขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามค่ะ
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักซ่อนโซ่ตรวนสาสมใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%