ทัณฑ์รักซ่อนโซ่ตรวนสาสมใจ•ตอนที่ 28

วิกฤตความเป็นความตาย

ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่อบอวลอยู่ในห้องพักฟื้นวีไอพีช่างบาดลึกเข้าไปในโสตประสาท รินรดานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้โซฟาตัวยาว ดวงตาคู่สวยจับจ้องร่างหนาที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงคนไข้ ผิวพรรณของคิรากรที่เคยคมเข้มและเต็มไปด้วยอำนาจยามนี้กลับซีดเผือดราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่กำลังจะแตกสลาย เสียงเครื่องวัดชีพจรดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ... ติ๊ด... ติ๊ด... เป็นจังหวะเดียวกับที่หัวใจของเธอกำลังเต้นรัวด้วยความสับสน “ทำไมถึงทำตัวแบบนี้คะคิรากร...” เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบา ราวกับจะพูดกับความว่างเปล่า “ทิฐิของคุณมันกินไม่ได้หรอกนะคะ แล้วดูตอนนี้สิ... คนที่เคยหยิ่งผยองจนไม่เห็นหัวใคร กลับต้องมานอนไร้ทางสู้แบบนี้ มันคุ้มกันแล้วหรือคะ?” เธอยื่นมือที่สั่นเทาออกไปหมายจะแตะต้องใบหน้าคมสันนั่น แต่แล้วก็ชะงักค้างไว้กลางอากาศ ความทรงจำขมขื่นย้อนกลับมาฉายชัด ราวกับภาพยนตร์สยองขวัญที่เล่นซ้ำไม่รู้จบ ในวันที่เขาเป็นฝ่ายผลักไสเธอด้วยถ้อยคำเชือดเฉือน ในวันที่เขาเห็นเธอเป็นเพียง 'เครื่องประดับ' ที่ไม่มีวันมีค่าพอจะยืนเคียงข้างเขาได้ แต่ทว่า... ในวินาทีที่เห็นเขาเลือดโชกจากการพยายามปกป้องเธอจากอุบัติเหตุครั้งนั้น หัวใจของเธอกลับทรยศต่อความแค้นที่สั่งสมมานานหลายปี “อย่าเพิ่งตายนะคะ...” เธอพึมพำ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงเผาะลงบนหลังมือที่เธอกำไว้แน่น “เพราะถ้าคุณตายตอนนี้... ความเจ็บปวดที่ฉันได้รับมันจะหายไปเฉยๆ แบบนี้ไม่ได้ ฉันยังไม่เห็นคุณชดใช้ในสิ่งที่ทำกับฉันเลยสักนิด” รินรดาลุกขึ้นเดินไปใกล้เตียง ก้มมองใบหน้าที่เคยเรียบเฉยแต่ยามนี้กลับดูเปราะบางกว่าครั้งไหน ความคิดของเธอกำลังตีกันวุ่นวาย ระหว่างความชิงชังที่สั่งสมมาเป็นปี กับความโหยหาที่ฝังรากลึกเกินกว่าจะถอนออก ทันใดนั้น มือหนาของคิรากรที่วางอยู่ข้างตัวก็ขยับเบาๆ เปลือกตาของเขาเริ่มขยับไหวเล็กน้อย รินรดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ “ริน... รินรดา?” เสียงของเขาแหบพร่าและเบาหวิวเหมือนเสียงกระซิบจากความตาย ดวงตาคมที่ปรือเปิดขึ้นมาอย่างยากลำบากคู่นั้นดูเลื่อนลอย แต่เมื่อจับโฟกัสมาที่ใบหน้าของเธอได้ ความแววตานั้นกลับเปลี่ยนไป... มันไม่ใช่ความเย็นชาอย่างที่เคยเป็น แต่มันคือความเจ็บปวดลึกซึ้งที่ปนไปด้วยความโหยหา “ฉันอยู่นี่ค่ะ” เธอตอบเสียงเรียบ พยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น “หมอบอกว่าคุณพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ต้องพักฟื้นอีกสักพัก” คิรากรพยายามขยับตัว แต่ความเจ็บปวดจากบาดแผลทำให้เขาต้องนิ่วหน้า “ผม... ผมไม่ได้ฝันไปใช่ไหม คุณยังอยู่ตรงนี้... ไม่ได้ทิ้งผมไปไหน” “ฉันแค่มาดูว่าคนที่เคยทำร้ายฉันอย่างเลือดเย็น จะมีจุดจบที่อนาถแค่ไหน” เธอพยายามใจแข็ง แต่หัวใจกลับเต้นผิดจังหวะยามเห็นแววตาอ้อนวอนของเขา “ผมรู้...” เขาเอ่ยเสียงขาดห้วง มือที่พยายามยกขึ้นมาคว้าข้อมือเธอไว้ได้สำเร็จ “ผมรู้ว่าผมทำผิดมหันต์... แต่ริน... ถ้าเวลาของผมมันเหลือน้อยจริงๆ ผมก็อยากให้คุณรู้ว่า... ในทุกวินาทีที่ผ่านมา... ผมไม่เคยลืมคุณได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว” บรรยากาศในห้องเงียบลงจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน รินรดารู้สึกเหมือนมีก้อนหินก้อนใหญ่มาจุกอยู่ที่ลำคอ ความใกล้ชิดในพื้นที่จำกัด ความอ่อนแอของบุรุษที่เคยแข็งแกร่งดั่งภูผา กำลังทำลายปราการที่เธอก่อไว้จนเริ่มสั่นคลอน “อย่ามาพูดให้ฉันเห็นใจเลยค่ะคิรากร มันสายไปแล้ว” เธอพยายามดึงมือออก แต่เขาขืนไว้แน่น “สายเกินไปเหรอ?” เขาแค่นหัวเราะด้วยความขมขื่น ก่อนจะกะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่ความพร่ามัว “ถ้ามันสายเกินไป แล้วทำไมคุณถึงเฝ้าผมทั้งคืน... ทำไมดวงตาของคุณถึงเต็มไปด้วยความเจ็บปวดแบบนี้ริน... คุณยังรักผมอยู่ใช่ไหม?” คำถามนั้นเปรียบเสมือนเข็มเล่มยาวที่พุ่งตรงเข้าสู่กลางใจ รินรดาชะงักค้าง สายตาของทั้งคู่ประสานกัน ความเงียบที่ดำเนินไปเนิ่นนานเริ่มเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ เธอเห็นความปรารถนาที่แฝงอยู่ในแววตาของเขา... ความปรารถนาที่ไม่ได้มีเพียงแค่ความรัก แต่คือความหลงใหลที่หิวโหยราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกขังมานาน เขาลากมือเธอให้โน้มตัวลงมาใกล้ขึ้น จนลมหายใจอุ่นร้อนของทั้งคู่ปะทะกัน รินรดาสัมผัสได้ถึงกลิ่นกายที่คุ้นเคย กลิ่นบุรุษที่เคยเป็นเจ้าของร่างกายของเธอ กลิ่นที่เคยพาเธอไปแตะขอบสวรรค์และตกเหวนรกในเวลาเดียวกัน “อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้น...” เสียงของเธอสั่นพร่า “แล้วจะให้ผมมองยังไง... ในเมื่อคุณเป็นคนเดียวที่ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่” คิรากรกระซิบชิดริมฝีปากเธอ ก่อนจะเลื่อนมือขึ้นมาประคองใบหน้าเธอไว้อย่างแผ่วเบา “ริน... จูบผมหน่อยได้ไหม... ให้ผมได้รู้ว่าผมยังไม่ตาย... ให้ผมได้รู้ว่าหัวใจของผมยังอยู่ที่เดิม” รินรดารู้ดีว่าหากเธอตอบตกลง นั่นหมายถึงการก้าวเข้าไปสู่กับดักที่เธอเองเป็นคนสร้างขึ้นมาใหม่ แต่ในวินาทีที่เรียวปากของเขาทาบทับลงมา ความคิดทั้งหลายก็มลายหายไปสิ้น มันไม่ใช่จูบที่อ่อนหวาน หากแต่เป็นจูบที่เร่าร้อน หิวโหย และเต็มไปด้วยคำขอโทษที่ไม่ได้เอ่ยออกมาเป็นคำพูด เขาสอดแทรกเรียวลิ้นเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากของเธออย่างเอาแต่ใจ รินรดาหลับตาแน่น มือจิกลงบนผ้าห่มของคนไข้จนยับยู่ยี่ รสสัมผัสที่คุ้นเคยปลุกเร้าสัญชาตญาณลึกๆ ในใจให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เธอโต้ตอบเขากลับด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับมาเนิ่นนาน เขาลากมือลงมาประคองท้ายทอยเธอแน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าเธอจะหายวับไปกับตา รสจูบที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อมือของเขาเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังผ่านเนื้อผ้าบางเบา ความร้อนรุ่มกระจายไปทั่วร่างกายของเธอจนรินรดารู้สึกได้ถึงความสั่นสะท้านที่วิ่งพล่านไปทั่วทุกอณูขุมขน ในขณะที่บทรักกำลังจะทวีความรุนแรงขึ้นท่ามกลางกลิ่นอายความตาย เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นอย่างกระชั้นชิด ตามด้วยเสียงของเด็กน้อยที่เธอดั่งแก้วตาดวงใจ “หม่ามี้ครับ! ลีโอมาหาแล้วครับ!” รินรดาผลักร่างของคิรากรออกห่างทันทีราวกับถูกไฟลวก หัวใจเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ เธอรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ก่อนจะหันไปทางประตูด้วยความลนลาน ประตูห้องถูกเปิดออก พร้อมกับร่างเล็กของลีโอที่วิ่งแจ้นเข้ามาในห้อง แต่สิ่งที่ทำให้รินรดาแทบหยุดหายใจไม่ใช่การปรากฏตัวของลูกชาย... ทว่าคือซองเอกสารสีน้ำตาลที่เด็กน้อยถือติดมือมาด้วย—มันคือซองผลตรวจ DNA ที่เธอแอบเก็บไว้ในกระเป๋าถือที่ลืมทิ้งไว้ในรถกวินทร์! ลีโอยื่นซองนั้นให้คิรากรด้วยรอยยิ้มสดใส “คุณลุงครับ... ลีโอเก็บนี่ได้ที่รถของคุณอาครับ เห็นมันเขียนว่า 'ความลับของคุณคิรากร' ลีโอเลยเอามาคืนครับ!” คิรากรขมวดคิ้วแน่น เขารับซองนั้นมาจากมือเล็กของเด็กน้อย สายตาคมกริบเหลือบมองรินรดาที่ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนไม่มีเลือด ก่อนจะฉีกซองเอกสารออกช้าๆ ในขณะที่รินรดาได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อ... วินาทีแห่งการเปิดเผยความลับที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดสามปี กำลังจะถูกตัดสินในเสี้ยววินาทีนี้! --- ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงบทนี้ และขอให้รี้ดเดอร์ทุกคนเตรียมใจไว้ให้ดี เพราะตอนต่อไปความลับจะไม่มีวันเป็นความลับอีกต่อไปค่ะ! - เพลิงกุหลาบดำ
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักซ่อนโซ่ตรวนสาสมใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%