“คุณเก็บมันไว้ทำไม... คิรากร”
เสียงของรินรดาสั่นพร่า แผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศในห้องรับรองหรูหรา เธอทรุดตัวลงคุกเข่าเพื่อหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่ร่วงหล่นขึ้นมา มือที่สั่นเทาของเธอสัมผัสได้ถึงความหนาของกระดาษข้างใน และเมื่อกวาดสายตาผ่านตัวอักษรไม่กี่บรรทัดบนหัวกระดาษ หัวใจของเธอก็เหมือนถูกกระชากออกจากขั้ว
คิรากรชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวที่เคยเรียบเฉยบัดนี้กลับสั่นไหวอย่างรุนแรง เขาไม่ได้ตอบคำถาม แต่ก้าวเร็วเข้ามาคว้าข้อมือเธอไว้ด้วยแรงที่มากเกินพอดี “ริน... อย่าเพิ่งดูมันตอนนี้”
“ทำไมจะดูไม่ได้!” รินรดาตวาดกลับ เธอสะบัดข้อมือออกจากการกอบกุมของเขาอย่างเด็ดขาด ความแค้นเคืองที่สะสมมาตลอดหลายปีพุ่งพล่านจนขอบตาร้อนผ่าว “คุณต้องการอะไรกันแน่? วันที่คุณไล่ฉันออกจากบ้าน วันที่คุณบอกว่าลูกไม่ใช่ลูกของคุณ วันที่คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉัน... คุณทำไปเพราะอะไร! หรือทั้งหมดนี้มันก็แค่เกม... เกมที่คุณอยากจะเห็นฉันตายใจแล้วค่อยกลับมาซ้ำเติมทีหลัง!”
“ไม่ใช่! มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด!” คิรากรคำรามในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเปี่ยมไปด้วยความหยิ่งผยองบัดนี้กลับฉายแววแตกสลาย เขาพยายามจะเอื้อมมือไปสัมผัสไหล่เธอ แต่แล้วเสียงเปิดประตูห้องรับรองก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดดำสนิท
กวินทร์ที่ยืนอยู่ไม่ไกลรีบก้าวเข้ามาขวางหน้า “ริน ถอยไปข้างหลัง!”
สถานการณ์ตึงเครียดถึงขีดสุด คนเหล่านั้นไม่ใช่คนของคิรากร แต่เป็นศัตรูทางธุรกิจที่หมายหัวเขามานาน ความแค้นที่ถูกสั่งสมจากการถูกคิรากรตัดหน้าในโปรเจกต์หมื่นล้านทำให้พวกมันตัดสินใจใช้ทางลัดที่สกปรกที่สุด ปืนกระบอกสีดำขลับถูกชักออกมาจากเสื้อสูท ปลายกระบอกจ่อตรงมายังร่างระหงของรินรดา
“วันนี้มึงต้องชดใช้ให้สาสม คิรากร!” หนึ่งในนั้นตะโกนก้อง
วินาทีนั้น รินรดารู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน เธอเห็นกวินทร์พยายามจะเข้าช่วย แต่ชายอีกคนกลับล็อกตัวเขาไว้แน่น ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าที่สมองจะสั่งการ ทว่าร่างสูงใหญ่ของคิรากรกลับเคลื่อนไหวเร็วยิ่งกว่า เขาถลาเข้ามาโอบกอดรินรดาไว้แน่น หมุนตัวเอาแผ่นหลังกว้างรับกระสุนนัดนั้นแทนเธอเต็มเปี่ยม
*ปัง!*
เสียงปืนดังกึกก้องไปทั่วโถงทางเดิน กลิ่นดินปืนคละคลุ้งไปพร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่เริ่มโชยปะทะจมูก รินรดารู้สึกถึงหยาดน้ำอุ่นๆ ที่หยดลงบนแก้มของเธอ เมื่อเธอลืมตาขึ้นภาพที่เห็นคือคิรากรที่กำลังทรุดตัวลงสู่อ้อมแขนของเธอ แผ่นหลังเสื้อสูทราคาแพงถูกย้อมด้วยสีแดงฉาน
“คิรากร! ไม่นะ... คุณทำแบบนี้ทำไม!” รินรดากรีดร้อง สองมือพยายามกดบาดแผลที่หลังของเขาเพื่อห้ามเลือด แต่ยิ่งกด เลือดก็ยิ่งไหลทะลักออกมาไม่หยุด
“ริน... ฟังนะ...” เสียงของเขาแหบพร่า ใบหน้าซีดเผือดลงอย่างรวดเร็ว เขายกมือที่สั่นเทาขึ้นแตะใบหน้าของเธอด้วยความทะนุถนอมอย่างที่สุด “เอกสารนั่น... ผมไม่ได้เก็บไว้เพื่อทำร้ายคุณ... แต่ผมเก็บไว้เพื่อเตือนตัวเอง... ว่าผมทำลายชีวิตของคนที่ผมรักที่สุดไปมากแค่ไหน”
“หยุดพูดเดี๋ยวนี้! รถพยาบาลกำลังมา! คุณห้ามเป็นอะไรนะคิรากร!” น้ำตาแห่งความสับสนและเจ็บปวดหยดลงบนใบหน้าของเขา รินรดาไม่รู้เลยว่าความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอกตอนนี้คือความเกลียดชังหรือความรักที่เธอยังตัดไม่ขาด
ในขณะที่ความโกลาหลกำลังเข้าครอบงำ กวินทร์ที่หลุดจากการพันธนาการได้สำเร็จเข้ามารวบตัวศัตรูไว้ได้ แต่สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นซองเอกสารที่รินรดาทำตกไว้ตอนที่เธอถลาเข้าประคองคิรากร
เขาก้มลงหยิบมันขึ้นมา พลางเปิดอ่านข้อความบรรทัดสุดท้ายที่ระบุผลการตรวจ DNA อย่างชัดเจน... *เปอร์เซ็นต์ความสัมพันธ์ของบิดาและบุตรคือ 99.99%*
กวินทร์ชะงักงัน หัวใจเขาสั่นสะท้าน เขามองดูคิรากรที่นอนหายใจรวยรินในอ้อมกอดของหญิงสาวที่เขารักมาตลอดชีวิต ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองรินรดาที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย
“ริน...” กวินทร์เอ่ยเสียงแหบพร่า “เขาไม่ได้แค่ปกป้องคุณ... แต่เขากำลังปกป้องชีวิตของคนที่มีค่าที่สุดของเขา... ซึ่งก็คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอง”
รินรดาหยุดชะงัก สายตาที่พร่ามัวไปด้วยน้ำตาหันไปมองกวินทร์ สลับกับร่างที่ไร้เรี่ยวแรงในอ้อมกอดของเธอ ความจริงที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้โซ่ตรวนแห่งความทิฐิและคำลวงกำลังจะถูกเปิดเผยในวินาทีที่ความตายเข้ามาใกล้คิรากรที่สุด
ทว่า ในขณะที่รินรดากำลังจะเอ่ยถามถึงความหมายของคำพูดนั้น เสียงไซเรนรถพยาบาลก็ดังใกล้เข้ามาพร้อมกับแสงไฟสีน้ำเงินที่สาดส่องเข้ามาในห้อง แต่สิ่งที่ทำให้รินรดาใจหล่นวูบ ไม่ใช่เสียงของรถพยาบาล... หากแต่เป็นเสียงเรียกของเด็กชายตัวน้อยที่ดังขึ้นจากประตูหลังห้องที่เปิดออก
“คุณพ่อ... ฮึก... คุณแม่ครับ...”
ร่างเล็กๆ ของ 'น้องลีโอ' ที่ยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมกับตุ๊กตาหมีในมือ ดวงตากลมโตที่สั่นระริกของเด็กน้อยกำลังจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยความหวาดกลัว ก่อนที่สายตาของเด็กชายจะจับจ้องไปที่คิรากรที่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น...
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ รินรดารู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นไปเสียดื้อๆ เมื่อเห็นภาพคิรากรพยายามปรือตาขึ้นมองเด็กน้อยที่เขามักจะปฏิเสธและผลักไสมาโดยตลอดด้วยความโหยหา
นี่คือบทลงโทษของโชคชะตา หรือนี่คือจุดเริ่มต้นของการไถ่บาปที่สายเกินไปกันแน่?
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางผ่านรอยร้าวของความรักนี้มาด้วยกันนะคะ หวังว่าความเจ็บปวดในตอนนี้จะทำให้หัวใจของทุกคนเต้นแรงไปพร้อมกับรินรดาค่ะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
ทัณฑ์รักซ่อนโซ่ตรวนสาสมใจ•ตอนที่ 27
ความรักที่ถูกปัดป้อง
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักซ่อนโซ่ตรวนสาสมใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!