“คุณคิดว่าการเอาเงินฟาดหัวคนอื่น มันจะซื้อความรู้สึกที่ตายไปแล้วให้ฟื้นคืนมาได้งั้นหรือคะ คุณคิรากร”
เสียงของรินรดาราบเรียบ ทว่าบาดลึกราวกับคมมีดที่กรีดลงบนอีโก้สูงลิ่วของชายหนุ่มตรงหน้า คิรากรชะงักค้าง มือหนาที่กำลังยื่นเช็คเงินสดจำนวนมหาศาลหมายจะแลกกับการได้มีเวลาอยู่กับลูกชายเพียงลำพังถึงกับสั่นเทา เขาไม่ได้ตั้งใจจะดูถูกเธอ แต่ความเคยชินในการแก้ปัญหาด้วยอำนาจและเงินตรา มันกลายเป็นสัญชาตญาณที่เขาลบไม่ออกเสียที
“ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น ริน... ผมแค่ต้องการให้คุณเห็นว่าผมเปลี่ยนไปแล้ว” คิรากรลดมือลง สายตาคมกริบที่เคยเย่อหยิ่งบัดนี้กลับมีความเว้าวอนอย่างที่เขาไม่เคยคิดจะเผยให้ใครเห็น “ผมแค่ต้องการโอกาส ให้ลีโอได้รู้จักพ่อในแบบที่เขาสมควรได้รับ ไม่ใช่พ่อที่ในอดีตมองข้ามเขาไป”
รินรดากอดอกแน่น เธอมองชายหนุ่มด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก ทว่าลึกๆ ในใจที่เธอพยายามกดทับไว้ กำแพงที่เคยสร้างขึ้นเพื่อป้องกันหัวใจกลับสั่นคลอนอย่างน่าประหลาด หลายวันที่ผ่านมา คิรากรทิ้งคราบนักธุรกิจผู้ไร้หัวใจ กลายเป็นผู้ชายที่ยอมนั่งพับเพียบอยู่กับพื้นเพื่อต่อเลโก้กับลูกชาย ยอมถูกเด็กน้อยวัยสองขวบเอาสติกเกอร์รูปการ์ตูนแปะเต็มใบหน้าหล่อเหลาโดยไม่ปริปากบ่น
“คุณเปลี่ยนไปเพื่อใครคะ? เพื่อความสะใจของตัวเองที่อยากได้สิ่งที่เคยทิ้งขว้างไปกลับคืนมา หรือเพื่อลูกจริงๆ”
คำถามนั้นเปรียบเสมือนแส้ที่ฟาดลงบนกลางอก คิรากรก้าวเข้าไปใกล้เธอหนึ่งก้าว กลิ่นน้ำหอมบุรุษจางๆ ผสมกับกลิ่นอายความอบอุ่นที่เขาเพิ่งพยายามสร้างขึ้นทำให้รินรดาเผลอกลั้นหายใจ เขาไม่ได้บีบบังคับ แต่เขากำลังรุกคืบด้วยความนุ่มนวลจนน่ากลัว
“ผมเปลี่ยนไปเพื่อคุณ... และเพื่อลูก” เขาเอ่ยเสียงต่ำพร่า ดวงตาคู่นั้นสะท้อนภาพเงาของเธอเพียงคนเดียว “ผมรู้ว่าความผิดของผมในอดีตมันหนาแน่นเกินกว่าจะชำระล้างได้ด้วยคำพูด แต่รินครับ... ผมยอมให้คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของผมได้ทุกเมื่อ ถ้ามันจะทำให้คุณลดกำแพงในใจลงบ้าง”
รินรดาเม้มปากแน่น เธอเบือนหน้าหนี ภาพในอดีตที่เธอเคยร้องไห้แทบขาดใจเพราะเขา วันที่เธออุ้มท้องลูกเพียงลำพังท่ามกลางความหนาวเหน็บในคฤหาสน์หลังใหญ่ วันที่เขาเลือกที่จะเดินออกจากชีวิตเธอโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองด้วยซ้ำ ความเจ็บปวดเหล่านั้นเป็นเกราะกำบังที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ทว่า... สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของคิรากรที่แตะลงบนหัวไหล่เธอกลับทำให้เกราะนั้นร้าวฉาน
“คุณอย่าทำแบบนี้...” เธอเค้นเสียง
“ทำไมครับ? กลัวว่าหัวใจที่ปิดตายไปแล้วจะเต้นเป็นจังหวะที่ผมเป็นคนกำหนดอีกงั้นหรือ?” คิรากรขยับเข้าไปใกล้ขึ้น จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอเหลือเพียงช่องว่างแคบๆ เขาก้มลงกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงของเขามีเสน่ห์เย้ายวนจนน่าใจหาย “ผมรู้ว่าคุณยังจำสัมผัสของผมได้ดี รินรดา... ไม่ใช่แค่ในอดีต แต่มันคือความรู้สึกที่ยังค้างคาอยู่ในทุกครั้งที่เราสบตากัน”
รินรดาหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ทว่าจังหวะที่สบตากันนั้น กลับเป็นจังหวะที่หัวใจของเธอเต้นรัวอย่างควบคุมไม่ได้ คิรากรไม่รอช้า เขาฉวยโอกาสที่เธอกำลังสับสนรั้งเอวบางเข้าหาตัว สัมผัสแนบชิดที่คุ้นเคยปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายของทั้งคู่ขึ้นมาทันที
กลิ่นกายสาวที่เขาโหยหามาตลอดสามปีทำให้คิรากรแทบคลั่ง เขาโน้มใบหน้าลงปิดปากอิ่มที่กำลังจะโต้แย้งอย่างร้อนแรงและหิวกระหาย จูบนี้ไม่ใช่การบังคับ แต่มันคือการสารภาพบาปที่รุนแรงและป่าเถื่อน ลิ้นร้อนแทรกซึมเข้าไปกวาดต้อนความหวานที่เขาเคยเป็นเจ้าของเพียงผู้เดียว รินรดาสะดุ้งเฮือกแต่แขนเรียวกลับเผลอโอบรอบลำคอแกร่งโดยสัญชาตญาณ ความโกรธแค้นถูกแทนที่ด้วยความวาบหวามที่สายเลือดของคนทั้งคู่เรียกร้อง
มือหนาของคิรากรลูบไล้ไปตามแผ่นหลังบางอย่างแผ่วเบาทว่าปลุกปั่นอารมณ์ เขาอุ้มเธอขึ้นจนเท้าพ้นพื้นโดยไม่ละจูบไปแม้แต่นาทีเดียว เขารู้ดีว่าเขากำลังทำลายกำแพงที่รินรดาสร้างขึ้นทีละชั้น และคืนนี้... เขาจะไม่ยอมให้เธอหนีไปไหนอีก
“ผมจะทำให้คุณรู้ว่า... การแก้แค้นที่แท้จริง ไม่ใช่การเมินเฉยใส่กัน” เขาผละจูบออกมาเพียงเล็กน้อย สายตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งอารมณ์ “แต่เป็นการที่คุณต้องยอมจำนนต่อความต้องการของผม... เหมือนที่ผมยอมจำนนต่อคุณ”
ในขณะที่สถานการณ์กำลังถลำลึกไปสู่ความสัมพันธ์ที่ไร้ทางออก ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูห้องรับแขกก็ดังขึ้น ตามด้วยเสียงเล็กๆ ที่คุ้นเคยของลีโอที่ตะโกนเรียกหาแม่
“มี้ครับ! ลีโอหิวจังเลยครับ พี่กวินทร์มาหาที่หน้าบ้านแล้วบอกว่าจะพาลีโอไปกินไอศกรีมครับ!”
รินรดาสะดุ้งสุดตัวและผลักคิรากรออกทันที ใบหน้าของเธอแดงก่ำราวกับลูกตำลึง คิรากรที่กำลังอยู่ในอารมณ์ค้างถึงกับกัดฟันกรอดด้วยความหงุดหงิด กวินทร์... ศัตรูหัวใจที่เขาเกลียดเข้าไส้ บังอาจเข้ามาแทรกในวินาทีที่เขาใกล้จะได้รับชัยชนะ
รินรดาหอบหายใจแรง เธอรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ก่อนจะเดินเลี่ยงไปทางประตู ทว่าคิรากรกลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่น ก่อนจะกระซิบประโยคที่ทำเอาเธอเย็นสันหลังวาบ
“ไปบอกมันซะ... ว่าวันนี้แม่ของลูกไม่มีเวลาว่างให้คนอื่น” เขาเว้นจังหวะก่อนจะโน้มตัวมาใกล้จนริมฝีปากแตะใบหู “เพราะคืนนี้... ผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่า นอกจากลูกชายคนนี้แล้ว ผมยังอยากสร้าง ‘สมาชิกใหม่’ ให้กับครอบครัวของเราอีกคน”
รินรดาตัวแข็งทื่อ เธอหันกลับไปมองเขาที่ยืนยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ความรู้สึกสับสนปนเปตีรวนอยู่ในอก ทั้งโกรธ ทั้งหวั่นไหว และความจริงที่ว่าเขากำลังก้าวข้ามกำแพงในใจของเธอเข้ามาทีละน้อย มันอาจจะเป็นหายนะครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต หรือจะเป็นการเริ่มต้นของการไถ่บาปที่เธอยังไม่พร้อมจะรับมือ
กวินทร์ยืนรออยู่หน้าประตูบ้านด้วยรอยยิ้มอบอุ่น แต่ทันทีที่คิรากรเดินตามรินรดาออกมาด้วยใบหน้าที่ราบเรียบแต่แฝงไปด้วยรังสีอำนาจที่มองมายังเขาราวกับจะประกาศอาณาเขต กวินทร์ก็นิ่งไป
รินรดากำลังยืนอยู่ตรงกลาง ระหว่างชายหนุ่มสองคนที่ต่างก็หวังจะครอบครองหัวใจที่แตกสลายของเธอ และในจังหวะที่เธอกำลังจะตัดสินใจเอ่ยปากปฏิเสธใครคนใดคนหนึ่ง สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลที่คิรากรเพิ่งทำร่วงลงมาจากกระเป๋าเสื้อสูท—ซองเอกสารที่ระบุชื่อผู้ตรวจและผลการตรวจ DNA ซึ่งเธอยังไม่เคยรู้มาก่อนว่าเขามันเก็บไว้กับตัวตลอดเวลา!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและแสงสว่างในหัวใจไปกับรินรดาและคิรากรนะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ
"เพลิงกุหลาบดำ"
ทัณฑ์รักซ่อนโซ่ตรวนสาสมใจ•ตอนที่ 26
กำแพงที่เริ่มพังทลาย
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักซ่อนโซ่ตรวนสาสมใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!