ทัณฑ์รักซ่อนโซ่ตรวนสาสมใจ•ตอนที่ 25

จุดเปลี่ยนของความรู้สึก

ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
เสียงกรีดร้องของเบรกมือรถสปอร์ตคันหรูที่ดังสนั่นหวั่นไหว ตัดผ่านความเงียบงันในยามบ่ายของย่านธุรกิจใจกลางเมืองได้อย่างน่าหวาดเสียว กลิ่นยางไหม้คละคลุ้งปะปนไปกับไอแดดร้อนระอุ แต่สิ่งที่ดึงดูดวิญญาณของคิรากรให้หลุดลอยไป ไม่ใช่เสียงอุบัติเหตุบนท้องถนน หากเป็นเสียงเล็กลดที่คุ้นหูจนหัวใจแกร่งกระหน่ำเต้นระรัว "คุณแม่คะ! น้องลีโอวิ่งตามลูกโป่งไปแล้วค่ะ!" เสียงตะโกนอย่างตื่นตระหนกของรินรดา ทำให้คิรากรที่เพิ่งก้าวลงจากรถหรูหันขวับไปมองทันที ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือร่างป้อมกลมของเด็กชายวัยสองขวบกำลังวิ่งไล่ลูกโป่งสีแดงสดลงไปบนถนนที่รถราเริ่มขยับตัวเคลื่อนพล่าน สายตาสีเข้มเบิกกว้างด้วยความตื่นกลัวโดยสัญชาตญาณ—ไม่ใช่แค่เพราะความเวทนาต่อเด็กตาดำๆ แต่เพราะโครงหน้าจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโต และรอยยิ้มนั้น... มันสะท้อนเงาของตัวเขาเองในวัยเด็กอย่างชัดเจนราวกับพิมพ์เดียวกัน "ลีโอ!" คิรากรไม่รู้ว่าตัวเองก้าวขาออกไปเร็วขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ร่างสูงโปรดในชุดสูทราคาแพงพุ่งทะยานออกไปราวกับลูกศรหลุดจากคันธนู สัญชาตญาณการเอาตัวรอดดับวูบ เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบในการปกป้องสายเลือดที่เพิ่งรับรู้ว่ามีตัวตน ร่างเล็กๆ ของน้องลีโอกำลังยืนเคว้งคว้างอยู่กลางถนน ท่าрезเสียงบีบแตรเตือนของรถบรรทุกคันใหญ่ที่พุ่งตรงมาด้วยความเร็ว *เอี๊ยดดดดด—!* คิรากรพุ่งเข้าชาร์จร่างของเด็กชายได้ทันเสี้ยววินาที แรงกระแทกจากการพุ่งตัวทำให้ทั้งคู่กลิ้งหลบไปฟาดกับฟุตบาทด้านข้างอย่างแรง ศอกหนาของคิรากรขูดกับพื้นปูนหยาบจนเลือดซึมไหลอาบ แต่เขากลับไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย สองแขนรีบคว้ากอดร่างนุ่มนิ่มของน้องลีโอเข้าสู่อกทันที แนบแน่นจนได้ยินเสียงหัวใจดวงน้อยเต้นตุ้บๆ แข่งกับเสียงหัวใจของตนเอง "ฮือ... คุณน้าขา..." น้องลีโอตกใจจนปล่อยโฮออกมาเสียงดังซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของชายแปลกหน้า สองมือเล็กๆ กำเสื้อสูทของคิรากรแน่น คิรากรหอบหายใจถี่กระชั้น หยาดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย เขากอดเด็กน้อยไว้แนบอกราวกับกลัวว่าหากคลายมือ ร่างนี้จะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีตื้นขึ้นมาจุกอก มันไม่ใช่ความสงสาร แต่เป็นสายใยสายเลือดที่ร้อยรัดเข้าด้วยกันอย่างทรงพลังจนน่าตกใจ "ลีโอ! ลูกแม่!" เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมกับเสียงร้องเรียกอย่างตื่นตระหนกด้วยความหวาดกลัวดังขึ้น รินรดาวิ่่งหน้าซีดเผือดเข้ามา สีหน้าของเธอไร้สีเลือด แววตาเต็มไปด้วยความหวาดผวาจนมือไม้สั่นเทา เธอทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างๆ ร่างของทั้งคู่ สองมือสั่นระริกคว้าตัวลูกชายเข้ามากอดแนบอกแน่น น้ำตาแห่งความตกใจเอ่อคลอเบ้าและร่วงเผาะลงบนไหล่เล็ก "ลีโอ... ลูกเจ็บตรงไหนไหมคะคนเก่ง แม่ แม่ใจหายหมดแล้วนะลูก..." รินรดาเสียงสั่นเครือ ลูบเนื้อลูบตัวบุตรชายด้วยความหวาดผวา คิรากรค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ ความเจ็บแปล๊บที่ข้อศอกแล่นริ้วขึ้นมา แต่สายตาคมกริบกลับไม่ละไปจากใบหน้าซีดเผือดของอดีตภรรยาเลยแม้แต่น้อย ยิ่งเห็นอาการตื่นตระหนกจนแทบขาดใจของเธอ ความสงสัยที่ค้างคาใจมาตลอดหลายสัปดาห์ก็ยิ่งเด่นชัดขึ้นในหัวสมอง เด็กคนนี้... อายุสองขวบ ในช่วงเวลาที่เขาและเธอยังใช้ชีวิตร่วมกันในคฤหาสน์หลังใหญ่... ช่วงเวลาที่เขาเย็นชาและผลักไสเธอออกจากเตียงและหัวใจ... นั่นคือช่วงเวลาเดียวกับการตั้งครรภ์ของเธออย่างแน่นอน! "คุณ..." รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา น้ำตายังคลอหน่วย ดวงตาคู่นั้นเคยอ่อนแอและยอมจำนนต่อเขาเสมอในอดีต บัดนี้กลับมีประกายความโกรธเกรี้ยวและความหวาดระแวงฉายชัดเจน "ขอบคุณค่ะที่ช่วยลูกฉัน... แต่กรุณาปล่อยเถอะค่ะ" เธอเอ่ยปากไล่อย่างเย็นชา พร้อมกับดึงตัวน้องลีโอให้ถอยห่างจากอ้อมแขนของเขา ท่าทีปกป้องลูกน้อยสุดชีวิตราวกับแม่เสือหวงลูกนั้น ทำให้คิรากรยิ่งรู้สึกเจ็บปวดแปลบในอกลึกๆ "ริน..." คิรากรเอמהเสียงแหบพร่า สรรพนามที่ไม่ได้เรียกขานกันมานานนับปีหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากหยัก ลมหายใจของเขาร้อนผ่าว ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าหวานที่ยังคงเปื้อนคราบน้ำตา "เด็กคนนี้... อายุเท่าไหร่" รินรดาชะงักไปชั่วขณะ ร่างบางแข็งทื่อขึ้นมาทันที ปฏิกิริยาตอบสนองนั้นชัดเจนเสียยิ่งกว่าคำพูดใดๆ ดวงตาคู่สวยหลบสายตาคมกริบของเขาอย่างมีพิรุธ ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง "เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับคุณค่ะ! ขอบคุณอีกครั้งสำหรับความช่วยเหลือ... ลีโอคะ ไปหาคุณน้ากวินทร์กันดีกว่าค่ะลูก" รินรดาตัดบทอย่างรวดเร็ว เธอรีอุ้มลูกชายขึ้นแนบอก เตรียมจะหันหลังเดินหนีไป ทว่าข้อเท้าเรียวกลับยังไม่ทันได้ก้าวพ้นรัศมี ร่างสูงใหญ่ของคิรากรก็ก้าวเข้ามาขวางทางไว้ด้วยความเร็ว รัศมีคุกคามแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนบรรยากาศรอบกายเยียบเย็นลงทันตา "เดี๋ยวก่อนริน" คิรากรเอ่ยเสียงต่ำ มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อแขนเรียวไว้โดยสัญชาตญาณ แม้จะไม่ได้ออกแรงบีบเค้นรุนแรง แต่สัมผัสนั้นก็ทำให้รินรดาต้องสะดุ้งสุดตัวและหันมาถลึงตาใส่เขาด้วยความโกรธ "ปล่อยฉันนะคะ! คุณมีสิทธิ์อะไรมาแตะต้องตัวฉัน!" รินรดาตวาดเสียงกร้าว ดวงตาคู่สวยแดงก่ำด้วยความอัดอั้นตันใจที่สะสมมาเนิ่นนาน "เราหย่ากันขาดแล้วค่ะคิรากร คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่งเกี่ยวกับฉันหรือลูกของฉันทั้งสิ้น!" คำว่า *'ลูกของฉัน'* ที่เน้นย้ำชัดเจน ยิ่งตอกย้ำความจริงในใจคิรากรให้หนักหน่วงยิ่งขึ้นไปอีก เขากวาดสายตามองเด็กชายในอ้อมแขนของเธอที่กำลังซบหน้ากับไหล่คุณแม่ด้วยความงงงวย โครงหน้าจิ้มลิ้มนั้น... หากไม่ใช่สายเลือดของเขา แล้วจะเป็นใครไปได้? "ลูกของคุณ... แล้วลูกของผมล่ะริน?" คิรากรเค้นเสียงถาม รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างขื่นขม นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยเพลิงอารมณ์ที่ยากจะคาดเดา "เด็กคนนี้หน้าตาเหมือนผมขนาดนี้... คุณกล้าพูดเหรอว่าเขาไม่ใช่ลูกของผม!" รินรดาหน้าซีดเผือดลงไปอีก หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นรัวด้วยความหวาดกลัว เธอกลัว... กลัวว่าความลับที่เธอพยายามปกป้องด้วยชีวิตตลอดสองปีที่ผ่านมา จะถูกสายตาคมกริบคู่นี้มองทะลุปรุโปร่ง "คุณเพ้อเจ้ออะไรอยู่!" รินรดาเชิดหน้าขึ้นพยายามกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง "เด็กคนนี้คือลูกของฉันกับกวินทร์! เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับคนใจร้ายอย่างคุณทั้งสิ้น กรุณาถอยไป!" *ฉ่า—!* ราวกับมีน้ำร้อนสาดเข้าใส่หน้า คิรากรชะงักไปทันทีเมื่อได้ยินชื่อของกวินทร์ ศัตรูหัวใจและเพื่อนสนิทที่คอยตามวนเวียนอยู่ข้างกายเธอ ความหึงหวงบ้าคลั่งพุ่งพล่านขึ้นมาจนสมองแทบระเบิด มือหนาที่จับแขนเธออยู่เผลอบีบแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว "คุณโกหก..." คิรากรเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาดำมืดสนิทเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและโทสะ "ผมจำสายตาของคุณได้ดีริน... และเด็กคนนี้เกิดมาในช่วงเวลาที่เรายังจดทะเบียนสมรสกันอยู่!" "แล้วไงคะ? ในเมื่อตอนนั้นคุณไม่เคยสนใจใยดีฉันเลย! คุณปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียวในคฤหาสน์หลังนั้นเหมือนอากาศธาตุ! ตอนที่ฉันตั้งท้อง... ตอนที่ฉันร้องขอความเห็นใจจากคุณ... คุณอยู่ที่ไหนคิรากร?!" น้ำตาที่กลั้นไว้พังทลายลงมาอาบแก้มเนียน รินรดากรีดเสียงออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจทุกหยาดหยด ความเจ็บปวดในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า สองมือเล็กๆ ผลักอกแกร่งเต็มแรงจนคิรากรต้องก้าวถอยหลังไปสองสามก้าว "คุณทำลายฉันเอง... คุณเหยียบย่ำความรักของฉันจนไม่เหลือชิ้นดี แล้วตอนนี้คุณมีสิทธิ์อะไรมาทวงถามความเป็นพ่อจากเด็กคนนี้!" คำพูดเชือดเฉือนและน้ำตาของเธอ ทำให้คิรากรชาไปทั้งตัวราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม ความเย่อหยิ่งและทิฐิที่เคยมีพังทลายลงไม่เป็นท่า เขารู้ซึ้งแล้วในวินาทีนี้... ว่าผลกรรมจากการกระทำอันแสนเย็นชาของตนเองในอดีต กำลังตามมาลงทัณฑ์เขาอย่างสาสมที่สุดในรูปแบบนี้ ทว่า ก่อนที่คิรากรจะได้เอื้อnคำใดเพื่อแก้ตัว เสียงรถยนต์อีกคันก็แล่นมาจอดเทียบฟุตบาทอย่างกะทันหัน ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างสูงสมส่วนของกวินทร์ที่ก้าวลงมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก "ริน! เป็นอะไรไหมครับ ผมเห็นข่าวอุบัติเหตุ..." กวินทร์วิ่งเข้ามาประคองไหล่รินรดาอย่างเป็นห่วงเป็นใย สายตาคมกวาดมองเธอและน้องลีโอด้านความกังวล ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับคิรากรด้วยแววตาแข็งกร้าว "คิรากร! แกมาทำอะไรแถวนี้อีก อย่ามาวุ่นวายกับพวกเขานะ!" สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นในพริบตา สองชายหนุ่มยืนเผชิญหน้ากันด้วยประกายไฟแห่งความเกลียดชังที่คุกรุ่น ขณะที่รินรดากระชับกอดลูกน้อยแน่น ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น แต่แล้ว... ในจังหวะที่ทุกคนกำลังชุลมุนและจดจ่ออยู่กับการปะทะคารม สายตาของคิรากรเหลือบไปเห็นกระเป๋าผ้าอ้อมของน้องลีโอที่รินรดาทำตกไว้บนพื้นถนนแรงกระแทกเมื่อครู่ ซิปกระเป๋าเปิดอ้าออกเล็กน้อย และมีเอกสารแผ่นหนึ่งร่วงหล่นออกมาพ้นปากกระเป๋า ลมพัดกรรโชกแรงวูบหนึ่ง พัดพาเอกสารแผ่นนั้นให้พลิกหงายขึ้น เผยให้เห็นตัวอักษรหัวข้อชัดเจนแจ่มแจ้งภายใต้แสงแดดยามบ่าย *‘รายงานผลการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA Paternity Test)’* *ชื่อผู้รับการตรวจ: ดร.คิรากร & เด็กชายลีโอ* *ผลการตรวจ: มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดเป็นพ่อลูกกัน 99.99%* ดวงตาสีเข้มของคิรากรเบิกกว้างขึ้นทันที ลมหายใจสะดุดกكَน ความเงียบงันเข้าปกคลุมรอบตัวเขาทันทีเมื่อความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผยคาตา! ด้วยรักและอินไปกับความสะใจของรินรดาค่ะ “เพลิงกุหลาบดำ”
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักซ่อนโซ่ตรวนสาสมใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%