หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่สว่างวาบในความเงียบงัน ขับเน้นให้เห็นรอยสั่นไหวเล็กๆ ที่มุมปากของคิรากรได้อย่างชัดเจน ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและอีโก้สูงส่ง บัดนี้กำลังเบิกกว้างราวกับไม่อยากเชื่อสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ภาพถ่ายของเด็กชายตัวน้อยวัยสองขวบ ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และโครงหน้าพิมพ์เดียวกับเขาราวกับถอดแบบออกมาจากกระจกเงา... มันไม่ใช่แค่ความคล้าย แต่มันคือสายเลือดที่ชัดเจนเสียจนหัวใจของนักธุรกิจหนุ่มผู้ไม่เคยหวั่นไหวกับสิ่งใด กลับกระชากวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
"แม่จ๋า... ลีโอคิดถึงแม่จ๋าที่สุดเลยครับ"
เสียงใสแจ๋วเจือความออดอ้อนที่ลอดผ่านลำโพงโทรศัพท์ออกมา ทำลายกำแพงน้ำแข็งในอกของคิรากรให้พังทลายลงในเสี้ยววินาที รินรดายกโทรศัพท์แนบหู ดวงตาคู่สวยที่เคยว่างเปล่าและเย็นชาเมื่อครู่ กลับทอประกายความอ่อนโยน ความรัก และความอบอุ่นล้ำลึกที่เธอไม่เคยแม้แต่จะชายตาส่งให้เขาเลยสักครั้งตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน
รอยยิ้มละมุนละไมที่ระบายอยู่บนเรียวปากอิ่มของเธอนั้นงดงามราวกับภาพวาด มันเป็นรอยยิ้มที่บริสุทธิ์และเต็มไปด้วยหัวใจของความเป็นแม่ ซึ่งคิรากรไม่เคยมีโอกาสได้รับมันเลยแม้แต่น้อย
"ครับคนดีของแม่... อีกไม่นานแม่ก็เสร็จงานแล้วนะครับ ลูกชายคนเก่งของแม่อยู่กับน้ากวินทร์โฮมสเตย์เรียบร้อยดีใช่ไหมครับ ห้ามดื้อกับน้าเขานะรู้ไหม" เสียงของรินรดานุ่มนวลและสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความคิดถึง เป็นน้ำเสียงที่อ่อนหวานที่สุดในชีวิตที่คิรากรเพิ่งเคยได้ยิน—และน่าเจ็บปวดเหลือเกินที่มันไม่ได้มีไว้เพื่อเขา
คิรากรก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว มือหนาที่ถือเอกสารสำคัญสั่นเทาจนกระดาษแทบหลุดร่วง ความจริงที่ถูกปิดตายภายใต้รอยยิ้มอันหยิ่งผยองของอดีตภรรยา ค่อยๆ กัดกินหัวใจของเขาจนแทบไม่เหลือชิ้นดี สองปีที่ผ่านมา... เขาคิดมาตลอดว่ารินรดาเป็นเพียงผู้หญิงอ่อนแอ ไร้ค่า และเกาะติดเขาเพื่อความสบาย แต่เขากลับโง่เขลาเบาปัญญาจนมองไม่เห็นเลยว่า ผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและขับไลไสส่งอย่างไร้เยื่อใย ได้อุ้มท้องสายเลือดแท้ๆ ของเขาหนีหายไป และสร้างโลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยความรักโดยไม่จำเป็นต้องมีเขาอีกต่อไปแล้ว
"ลีโอไม่ดื้อเลยครับ! น้ากวินทร์ทำแพนเค้กรูปหมีให้ลีโอด้วย แต่อร่อยสู้ฝีมือแม่จ๋าไม่ได้หรอกนะ รีบกลับมานะครับ ลีโอรอหอมแก้มแม่จ๋าอยู่"
เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กชายตัวน้อยทิ่มแทงเข้าที่กลางใจของคิรากรอย่างจัง ชื่อของ 'กวินทร์' ที่หลุดออกมาจากปากลูกชาย ยิ่งเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิงแห่งความหึงหวงและความสำนึกผิดที่กำลังแผดเผาช่องอกของเขาจนแทบหายใจไม่ออก กวินทร์... เพื่อนสนิทที่คอยอยู่เคียงข้างเธอในวันที่เธอแตกสลาย กวินทร์คนนั้นกำลังทำหน้าที่พ่อให้กับลูกชายของเขาอย่างนั้นหรือ? ความคิดนี้ทำให้คิรากรแทบคลั่ง เลือดในกายสูบฉีดจนร้อนผ่าวที่ขอบตา ความรู้สึกพ่ายแพ้และอัดอั้นตันใจตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ
รินรดาวางสายลงด้วยรอยยิ้มจางๆ ก่อนจะค่อยๆ ลดโทรศัพท์มือลงแล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตสามี แววตาคู่ที่เคยเจ็บปวดและร้องขอความเมตตา บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งสงบ เยקטชา และทรงพลังราวกับราชสีห์ที่มองเหยื่อผู้โง่เขลา
"ตกใจมากเหรอคะ... คุณคิรากร" รินรดาเอמהขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "หรือว่าคุณกำลังคิดว่าเด็กคนนี้หน้าตาคุ้นๆ เหมือนใครสักคนในกระจกเงาหรือเปล่าคะ?"
คิรากรกลืนก้อนความขื่นขมลงคออย่างยากลำบาก สันกรามคมขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความหยิ่งทะนงที่เคยมีถูกความจริงข้อนี้บดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี
"ริน..." เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "ทำไม... ทำไมเธอถึงไม่บอกฉันเรื่องลูก"
รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา ส่งผลให้คิรากรสะท้านไปทั้งร่าง เธอเดินเข้าไปใกล้กระจกบานใหญ่ที่กั้นระหว่างความสัมพันธ์อันพังทลายของคนทั้งคู่ ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบ แต่กลับเหมือนห่างกันไกลสุดขอบฟ้า
"บอกคุณเหรอคะ? เพื่ออะไรคะคุณคิรากร?" รินรดาย้อนถาม ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคนที่เคยทำลายชีวิตเธอ "ในวันที่ฉันตั้งท้องและกำลังจะบอกความจริงกับคุณ วันนั้น... คุณพูดอะไรกับฉันบ้าง คุณจำได้ไหมคะ? คุณโยนใบหย่าใส่หน้าฉัน ไล่ฉันออกไปจากบ้านราวกับฉันเป็นเศษสวะ ไร้ค่า ไร้ความหมาย และบอกว่าไม่อยากแม้แต่จะเห็นหน้าฉันอีกแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว!"
ถ้อยคำในอดีตย้อนกลับมาทุบตีร่างของคิรากรซ้ำๆ ทุกคำพูดที่เขาเคยพ่นออกไปด้วยความเย็นชาและใจร้าย บัดนี้มันกลายเป็นคมมีดที่ย้อนกลับมาเชือดเฉือนหัวใจของเขาเองอย่างสาสม
"วันนั้น... ฉันยืนร้องไห้อยู่ท่ามกลางสายฝน พร้อมกับชีวิตน้อยๆ ในครรภ์ที่กำลังเติบโตขึ้นด้วยความรักทั้งหมดที่ฉันมี คุณไม่เคยสนใจไยดี ไม่เคยแม้แต่จะหันกลับมามองด้วยซ้ำว่าฉันจะอยู่หรือตาย แล้ววันนี้... มีสิทธิ์อะไรมาถามหาคำว่า 'ทำไม' จากฉันคะ?" น้ำเสียงของรินรดาเต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจที่ถูกเก็บกดไว้มานานสองปี หยาดน้ำใสๆ คลอหน่วงอยู่ที่หน่วยตาคู่สวย แต่เธอไม่มีวันยอมให้มันไหลร่วงลงมาต่อหน้าผู้ชายใจร้ายคนนี้เด็ดขาด "เด็กคนนี้เกิดมาจากความรัก ความทะนุถนอม และหยาดเหงื่อแรงงานของฉันคนเดียวค่ะ เขาไม่ใช่ลูกของคุณ... เขาคือน้องลีโอ ลูกชายของฉันและครอบครัวที่พร้อมจะรักและปกป้องเขาด้วยชีวิต!"
"ไม่... ริน ฉันเป็นพ่อของเขา สายเลือดของฉันไหลอยู่ในตัวเด็กคนนั้น!" คิรากรพยายามก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอด้วยความลนลาน มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะคว้าแขนเรียวของเธอไว้ แต่รินรดากลับถอยหลังหลบอย่างรวดเร็วราวกับรังเกียจที่จะให้สัมผัส
"พ่อเหรอคะ?" รินรดายิ้มเยาะ "คุณไม่มีคุณสมบัติคำนั้นมาตั้งแต่สองปีที่แล้วแล้วค่ะคุณคิรากร อย่าพยายามวิ่งตามหาสำนึกความเป็นพ่อในตัวผู้ชายที่เคยฆ่าลูกตัวเองในทางอ้อมเลยค่ะ มันน่าสมเพชเกินไป"
บรรยากาศภายในห้องทำงานกว้างขวางตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าอึดอัด มีเพียงเสียงลมหายใจที่หอบกระชั้นของคิรากรและความนิ่งสงบดั่งผิวน้ำลึกของรินรดา ความรู้สึกผิดบาปกัดกินวิญญาณของเขาจนแทบคลั่ง เขารู้ดีว่าความผิดที่เขาก่อมันหนักหนาสสาหัสเกินกว่าจะให้อภัย แต่การที่รู้ว่าตนเองมีสายเลือดเนื้อเชื้อไขเติบโตอยู่บนโลกใบนี้โดยที่เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และที่ร้ายไปกว่านั้น... ลูกชายของเขากลับไปเรียกชายอื่นว่าพ่อและรับความอบอุ่นจากคนนอก มันคือทัณฑ์ทรมานที่สาสมยิ่งกว่าการตกนรกทั้งเป็นเสียอีก
คิรากรทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าต่อหน้าเธอ ความหยิ่งทระนงทั้งหมดถูกโยนทิ้งลงพื้นอย่างไร้ค่า ดวงตาคมเข้มแดงก่ำเต็มไปด้วยความเวทนาและอ้อนวอน ขอร้องเป็นครั้งแรกในชีวิตของนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่
"ริน... ฉันขอร้อง ให้โอกาสฉันได้ไถ่บาป ได้ทำหน้าที่พ่อ ได้ชดเชยเวลาที่สูญเสียไป... ฉันยอมทุกอย่างแล้ว ขอแค่เธอให้ฉันได้เจอหน้าลูก"
รินรดาก้มมองอดีตสามีผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังคุกเข่าอยู่แทบเท้า เธอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง หัวใจที่เคยด้านชากลับไหววูบด้วยความเจ็บปวดที่ตกค้าง แต่ความเด็ดเดี่ยวในฐานะแม่ทำให้เธอแข็งแกร่งพอที่จะไม่ใจอ่อนให้กับคำอ้อนวอนชั่ววูบนี้
"การชดใช้ของคุณมันสายเกินไปแล้วค่ะคุณคิรากร..." รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและเด็ดขาด "สิ่งที่ฉันเสียไป มันไม่มีทางเรียกคืนกลับมาได้ และลีโอ... เขาไม่จำเป็นต้องมีพ่อที่ใจร้ายแบบคุณในชีวิตหรอกค่ะ"
พูดจบรินรดาจึงหมุนตัวเตรียมเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้คิรากรจมอยู่กับความเจ็บปวดร้าวลึกและความสำนึกผิดที่สายเกินแก้
ทว่า... ในวินาทีที่ประตูห้องกำลังจะเปิดออก เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ประตูเปิดผางออกเผยให้เห็นร่างสูงโปรดของกวินทร์ ที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่น แต่สิ่งที่ทำให้คิรากรและรินรดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงยิ่งกว่า คือเด็กชายตัวน้อยในชุดเอี๊ยมสีฟ้าสดใสที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาเกาะชายกระโปรงของรินรดา พร้อมกับเงยหน้าขึ้นส่งเสียงใสแจ๋วที่ทำให้หัวใจของคนเป็นแม่และพ่อกระตุกวาบ
"แม่จ๋า! ลีโอนั่งรถมาเซอร์ไพรส์แม่จ๋าถึงที่นี่เลยครับ! แล้วก็น้ากวินทร์บอกว่า... มีคุณลุงใจดีอีกคนอยากมาทำความรู้จักกับลีโอด้วยล่ะครับ!"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้เอ่ยปากถาม บุคคลปริศนาก็ก้าวพ้นกรอบประตูเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบและสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความลับอันดำมืด... ร่างสูงใหญ่ในสูทราคาแพงที่คิรากรจำได้แม่นยำว่าเป็น 'ศัตรูทางธุรกิจตัวฉกาจ' และเป็นคนเดียวกับที่ถือครองหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะพลิกเกมชีวิตของพวกเขาทั้งหมดในพริบตา!
"สวัสดีครับคุณคิรากร... ดูเหมือนว่าผมจะมาขัดจังหวะครอบครัวสุขสันต์ของคุณหรือเปล่าครับ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเยาะ ขณะที่ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนาที่พร้อมจะกระชากหน้ากากความลับทั้งหมดให้พังทลายลงในวินาทีนี้!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางความเจ็บปวดนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
ทัณฑ์รักซ่อนโซ่ตรวนสาสมใจ•ตอนที่ 6
ความลับที่เก็บงำ
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักซ่อนโซ่ตรวนสาสมใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!