“แม่จ๋า... ลีโออยากกินกล้วยปิ้งที่ลุงกวินทร์ซื้อให้เมื่อวานจังเลยครับ”
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสองขวบดังขึ้นทำลายความเงียบงันภายในห้องนั่งเล่นขนาดกะทัดรัด แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น รินรดาละสายจากเอกสารการแปลภาษาตรงหน้า เธอกะพริบตาไล่ความอ่อนล้าที่เกาะกุมหัวใจตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมา ก่อนจะส่งยิ้มอ่อนโยนที่ส่งตรงจากก้นบึ้งของหัวใจให้แก้วตาดวงใจ
ร่างเล็กป้อมในชุดเอี๊ยมผ้าฝ้ายสีครีมวิ่งเตาะแตะเข้ามาหา พร้อมกับชูหุ่นยนต์ของเล่นที่แขนขาหลุดลุ่ยให้ดูด้วยความภาคภูมิใจ ดวงตากลมโตเป็นประกายใสซื่อบริสุทธิ์ คราบเปื้อนช็อกโกแลตจางๆ ที่มุมปากทำให้รินรดอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปเช็ดให้อย่างเบามือ
“ลีโอครับ วันนี้คุณลุงกวินทร์ติดงานด่วนที่ไร่ชาทางโน้นนะคะ ยังไม่กลับมาง่ายๆ หรอกค่ะ ลูกอยากกินอะไร เดี๋ยวแม่ทำแพน케้กกลมๆ ให้กินแทนดีไหมคะ” เธอเอ่ยเสียงนุ่มนวล พลางดึงร่างเล็กเข้าสู่อ้อมกอด สูดกลิ่นแป้งเด็กหอมกรุ่นที่ช่วยเยียวยารอยแผลเป็นในใจให้จางลงได้ทุกครั้ง
เด็กชายเอียงคอคิดอย่างน่าเอ็นดู ก่อนจะพยักหน้ารับหงิกๆ “ถ้าแม่ทำ... ลีโอกินหมดเกลี้ยงเลยครับ!”
รินรดายิ้มบางๆ มือเรียวบางลูบกลุ่มผมนุ่มสลวยของลูกชายเบาๆ ภาพความทรงจำอันมืดมนเมื่อสองปีก่อนแวบเข้ามาในห้วงความคิด คราวนั้นเธอเป็นเพียงภรรยาที่ไร้ค่าในสายตาของคิรากร ผู้ชายใจร้ายที่เหยียบคั้นหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี เขามองเธอเป็นแค่เครื่องประดับราคาถูกในบ้านตระกูลใหญ่ ไร้ซึ่งความหมาย และพร้อมจะเขี่ยทิ้งได้ทุกเมื่อเมื่อเขาเบื่อหน่าย
วันนั้น... วันที่เธอยื่นใบหย่าให้เขาโดยไม่เรียกร้องอะไรเลยแม้แต่บาทเดียว เพราะเธอรู้ดีว่าต่อให้ก้มหัวอ้อนวอนแค่ไหน ความรักก็ไม่สามารถซื้อความเมตตาจากคนไร้หัวใจได้ รินรดาเลือกหันหลังเดินออกมาพร้อมกับหัวใจที่แตกสลายเป็นเสี่ยงๆ และความลับชิ้นใหญ่ที่แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังหวาดหวั่น—นั่นคือหนึ่งชีวิตน้อยๆ ที่กำลังเติบโตขึ้นในครรภ์
ในวันที่มืดแปดด้านและไร้ทางออก กวินทร์ เพื่อนสนิทสมัยมหาวิทยาลัยผู้คอยอยู่เคียงข้างและหยิบยื่นความช่วยเหลือให้เสมอ คือคนที่ดึงเธอขึ้นมาจากเหวลึก เขาไม่ได้แค่มอบที่พักพิงในเมืองชายทะเลอันเงียบสงบแห่งนี้ แต่ยังให้เกียรติและปกป้องเธอในฐานะ “เพื่อน” โดยไม่เคยล้ำเส้น แม้เธอจะรู้ดีว่าแววตาที่เขามองเธอนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมโลกมานานแล้วก็ตาม
“แม่จ๋า เป็นอะไรหรือเปล่าครับ ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ”
เสียงใสๆ ของน้องลีโอดึงสติเธอกลับมา รินรดาสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่ถอดแบบมาจากใครบางคนอย่างไม่ผิดเพี้ยน สันจมูกโด่งรั้นและริมฝีปากหยักได้รูปนั่นอีก ลูกชายของเธอยิ่งโตก็ยิ่งพิมพ์เดียวกันกับคิรากรจนน่าใจหาย บางครั้งแค่เพียงมองกระจกเงา เธอก็แทบจะเห็นเงาของอดีตสามีซ้อนทับอยู่ในตัวเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง
ความลับเรื่องสำเนาใบสูติบัตรที่เธอเก็บซ่อนไว้ในลิ้นชักลับ... ใบสูติบัตรที่ช่องชื่อบิดาถูกเติมเต็มด้วยลายมือชื่อของคิรากร ซึ่งเธอแอบไปแจ้งเกิดไว้ตามสิทธิ์ทางกฎหมายตั้งแต่วันแรกที่คลอดลูกชายคนนี้ออกมา มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ย้ำเตือนว่า ไม่ว่าผู้ชายคนนั้นจะพยายามลบเลือนเธอไปจากชีวิตมากแค่ไหน เขาก็ไม่มีวันตัดขาดสายเลือดสายนี้ไปได้เด็ดขาด
เสียงเคาะประตูกระจกใสหน้าบ้านดังขึ้นสามครั้งติดต่อกัน ขัดจังหวะความคิดของรินรดา เธอยืนขึ้นเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินไปเปิดประตูด้วยความสงสัย เพราะปกติแล้วกวินทร์จะมีกุญแจสำรองและไม่เคยเคาะประตูลักษณะนี้มาก่อน
ทว่า... ทันทีที่บานประตูถูกเปิดออก รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอก็พลันแข็งค้าง ลมหายใจสะดุดกึกราวกับถูกกระชากวิญญาณออกจากร่าง
ร่างสูงใหญ่คุ้นตาในชุดสูทสีเข้มเข้ารูป ยืนนิ่งสนิทอยู่เบื้องหน้า แผ่นอกกว้างไหวสะท้อนตามจังหวะการหายใจที่หนักหน่วง ดวงตาคมกริบสีดำสนิทคู่นั้น... ดวงตาที่เธอเคยหวาดกลัวและเจ็บปวดเจียนตาย ยามนี้กำลังจ้องมองตรงมาที่เธอราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น
คิรากร!
เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? ที่เมืองชายทะเลอันห่างไกลผู้คนแห่งนี้ ที่ซึ่งเธอซ่อนตัวจากโลกอันโหดร้ายมานานถึงสองปีเต็ม!
รินรดารู้สึกเหมือนโลกรอบตัวหยุดหมุน ฝ่ามือเย็นเฉียบจนไร้ความรู้สึก ขาทั้งสองข้างแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก สัญชาตญาณความเป็นแม่สั่งให้เธอถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อป้องกันภัย แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ขยับตัวหนี ร่างเล็กป้อมของน้องลีโอก็วิ่งเตาะแตะตามออกมาที่หน้าประตู พร้อมกับเอียงคอมองแขกผู้มาใหม่ด้วยความไร้เดียงสา
“คุณป้ายักษ์... เอ้ย คุณลุงคนนี้ เป็นใครเหรอครับแม่จ๋า?”
คิรากรชะงักกึก สายตาดุดันที่เคยเย็นชาและทรงอำนาจ พลันเบนต่ำลงมองเด็กชายตัวน้อยที่ยืนเกาะชายกระโปรงของรินรดาอยู่
วินาทีนั้น ทั่วทั้งบริเวณเงียบสงบจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นระรัว คิรากรรู้สึกเหมือนมีสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม เมื่อใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กชายเงยขึ้นสบตาเขากลับมา... ดวงตากลมโตคู่นั้น จมูกรั้นๆ นั้น และโครงหน้าที่เหมือนกับเขาราวกับส่องกระจกเงา ทำให้ลมหายใจของนักธุรกิจหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร สะดุดกึกอย่างรุนแรง
มือหนาที่กำหมัดแน่นข้างลำตัวสั่นเทาเล็กน้อย สายตาดุดันกราดมองจากใบหน้าจิ้มลิ้มลงมาที่เอกสารในมือของรินรดา และสะดุดเข้ากับกระดาษแผ่นหนึ่งที่หลุดร่วงลงมาที่พื้นตรงหน้าพอดี
มันคือสำเนาใบสูติบัตร... และช่องชื่อบิดาที่ปรากฏชื่อของเขาตัวบรรจง พร้อมกับวันที่แจ้งเกิดเมื่อสองปีที่แล้วอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง!
คิรากรเงີยหน้าขึ้นช้าๆ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ร่อรอยความตกใจระคนความโกรธเกรี้ยวและสำนึกผิดฉายชัดในแววตาคมกริบ ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะขยับเปล่งเสียงแหบพร่าออกมาทีละคำอย่างยากลำบาก
“ริน... นี่มัน... หมายความว่ายังไง?”
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เพลิงกุหลาบดำ" เสมอมานะคะ
ทัณฑ์รักซ่อนโซ่ตรวนสาสมใจ•ตอนที่ 3
ชีวิตใหม่ในที่ไกลแสนไกล
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักซ่อนโซ่ตรวนสาสมใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!