ตัวเลขเจ็ดหลักบนใบเสนอราคาถูกเลื่อนผ่านสายตาคมกริบของคิรากรอย่างไม่แยแส ชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพิเศษสีเทาเข้มป้องปลายนิ้วเข้าหากัน ดวงตาคมปลาบจับจ้องไปยังภาพถ่ายอาคารพาณิชย์สามชั้นสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ตั้งอยู่ใจกลางย่านไลฟ์สไตล์มาแรง ซึ่งเพิ่งเปิดตัวโซนคาเฟ่และพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับครอบครัวเมื่อไม่กี่เดือนก่อน
ทำเลทองที่รินรดากำลังใช้หยาดเหงื่อและแรงกายทั้งหมดสร้างอาณาจักรเล็กๆ ของเธอกับลูกชาย...
"ท่านประธานครับ ทางเจ้าของเดิมตกลงขายหุ้นทั้งหมดแปดสิบเปอร์เซ็นต์ทันทีที่เรายื่นข้อเสนอสูงกว่าราคาประเมินเท่าตัวครับ เงินมัดจำถูกโอนเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป... เราคือผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของคอมมูนิตี้มอลล์แห่งนี้ครับ" เลขาส่วนตัวรายงานด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง เพราะรู้ดีว่าเบื้องหลังการลงทุนมูลค่าหลายร้อยล้านครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อผลกำไรทางธุรกิจแม้แต่น้อย
คิรากรแค่นยิ้มหยันที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและสำนึกร้าวราน
"ดี... จัดการเรื่องเอกสารการควบรวมให้เรียบร้อย ฉันต้องการเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารบางส่วน โดยเฉพาะโซนร้านกาแฟและพื้นที่จัดเวิร์กชอปด้านหน้า ให้ย้ายเข้ามาอยู่ใต้การดูแลโดยตรงของฝ่ายบริหารทรัพย์สินของเรา"
"แต่ว่า... คุณรินรดา เจ้าของร้าน 'A Piece of My Heart' อาจจะไม่พอใจนะครับ สัญญาเช่าเดิมของเธอยังเหลืออีกสามปีเต็ม และเธอก็มีสิทธิ์..."
"สิทธิ์อะไร?" คิรากรทวนคำ เสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่ทรงพลังจนเลขาต้องกลืนน้ำลายลงคอ "ในเมื่อฉันเป็นเจ้าของตึกทั้งย่านนี้แล้ว เธอก็ต้องอยู่ภายใต้กฎของฉัน... อยากเล่นเกมเด็ดเดี่ยวใส่ฉันนักใช่ไหมรินรดา คิดว่าหนีไปตั้งรกรากไกลถึงต่างจังหวัดแล้วสร้างกำแพงสูงลิ่วขึ้นมาปิดตาย แล้วฉันจะเข้าไม่ถึงหรือไง"
ภาพหญิงสาวในชุดเดรสผ้าลินินสีครีม ร่างกายที่เคยบอบบางในอดีตบัดนี้กลับดูสง่างาม เข้มแข็ง และเปี่ยมด้วยเสน่ห์เย้ายวนใจแบบคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวผู้ผ่านโลกมาโชกโชน วิ่งวนอยู่ในห้วงความคิดของเขาตลอดหลายค่ำคืนที่ผ่านมา โดยเฉพาะดวงตากลมโตที่เคยฉายแววตัดพ้อและเจ็บช้ำ ยามนี้กลับมีแต่ความเย็นชาและไร้เยื่อใยยามมองมาที่เขา
ยิ่งเธอผลักไส เขายิ่งอยากเข้าใกล้... ยิ่งเธอทำตัวราวกับเขาเป็นเพียงฝุ่นผง เขาก็ยิ่งอยากบดขยี้อีโก้เย็นชานั้นให้แตกสลายคามือ แล้วบังคับให้เธอกลับมาอยู่ใต้รอกอาณัติของเขาเหมือนเก่า
สองชั่วโมงต่อมา รถยนต์หรูสีดำสนิทเคลื่อนตัวเข้ามาจอดนิ่งสนิทหน้าคาเฟ่สไตล์มินิมอลอบอุ่นที่ตกแต่งด้วยโทนสีไม้และกระจกใสบานใหญ่ ป้ายชื่อร้านลายมืออ่อนช้อย 'A Piece of My Heart' สะดุดตาจนหัวใจของคนที่นั่งอยู่เบาะหลังกระตุกวูบ
คิรากรก้าวลงจากรถ ร่างสูงสง่าในชุดทำงานเนี้ยบกริบดึงดูดสายตาของลูกค้าและผู้คนที่เดินผ่านไปมาทันที แต่ทว่าสายตาคู่คมกลับมองตรงไปยังร่างระหงของหญิงสาวที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมเบเกอรีหลังเคาน์เตอร์ กลิ่นหอมกรุ่นของเนยและกาแฟลอยแตะจมูก ทว่าบรรยากาศรอบตัวเธอกลับสงบนิ่งและเปี่ยมด้วยความมั่นใจอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
กรดวงแขนแกร่งผลักประตูกระจกใสเข้ามา เสียงกระดิ่งลมโมบายไม้ไผ่ดังขึ้นเบาๆ
*กริ๊ง...*
รินรดาเงยหน้าขึ้นจากถาดขนมปังเพื่อจะเอ่ยต้อนรับลูกค้าตามหน้าที่ ทว่ารอยยิ้มสุภาพบนริมฝีปากอิ่มกลับต้องสะดุดค้าง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบว่าผู้มาเยือนคือใคร
"คุณ..." เสียงหวานอุทานออกมาโดยไม่ตั้งใจ ก่อนที่ใบหน้าเรียบเนียนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและหรี่ลงอย่างระแวดระวัง "ร้านเรายังไม่เปิดให้บริการสำหรับแขกวีไอพีระดับคุณค่ะ เชิญกลับไปเถอะค่ะ"
คิรากรไม่สนใจคำไล่เรียง เขาเดินสาวเท้าเข้ามาใกล้เคาน์เตอร์มากขึ้น กลิ่นอายความเป็นชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแผ่ซ่านจนพื้นที่แคบๆ ดูอึดอัดขึ้นถนัดตา ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วร้านก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าหวานที่เชิดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว
"ร้านบรรยากาศดีนี่..." น้ำเสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยด้วยความเย้าหยวนระคนท้าทาย "ไม่คิดเลยว่าคนเคยทำอาหารไม่เป็นอย่างเธอ จะสามารถเปิดคาเฟ่ที่ประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้... เก่งขึ้นนี่รินรดา"
"ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะ แต่ฉันไม่ต้องการคำชมจากคนที่ไม่มีมารยาทในการบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่น" รินรดาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีดอาบน้ำผึ้ง เธอวางมือลงบนเคาน์เตอร์ พยายามควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่เริ่มรัวเร็วด้วยความโกรธ "ถ้าคุณไม่มีธุระเรื่องกาแฟหรือขนม ก็เชิญออกไปค่ะ ลูกค้าคนอื่นกำลังจะเข้าร้าน"
"ใครบอกว่าฉันไม่มีธุระ?" คิรากรโน้มตัวลงต่ำผ่านเคาน์เตอร์ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอลดลงจนแทบสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่างที่เธอซ่อนไว้ "ในฐานะที่ฉันเพิ่งเซ็นสัญญาซื้อกิจการย่านนี้ทั้งหมดรวมถึงตึกที่คุณกำลังเช่าอยู่... ฉันคิดว่าฉันมีสิทธิ์เต็มที่ที่จะตรวจตราทรัพย์สินของฉันนะ"
ร่างบางแข็งทื่อไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนคาดไม่ถึง เธอกัดริมฝีปากล่างแน่นจนขึ้นสีแดงจัด "คุณว่ายังไงนะ... คุณพูดว่าอะไรนะ!"
"ได้ยินไม่ชัดเหรอ หุ้นส่วนใหญ่คนใหม่ของคอมพิวตี้มอลล์แห่งนี้... ก็คือฉันเอง" คิรากรเหยียดยิ้มร้ายกาจ ความสะใจวาบขึ้นในแววตา "ต่อจากนี้ไป สัญญาเช่า สิทธิ์การค้า หรือแม้แต่ลมหายใจทางธุรกิจของคุณ... มันอยู่ในมือฉันหมดแล้ว รินรดา"
ความโกรธพุ่งพล่านจนปลายนิ้วของหญิงสาวสั่นเทา เธอเงื้อมือขึ้นเตรียมจะตวัดฝ่ามือใส่ใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความหยิ่งผยองนั้นให้สาสม แต่ทว่า...
ข้อความแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อคลุมของเธอกลับดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
รินรดาลดมือลงอย่างจำใจ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยมือข้างที่สั่นระริก ปลายสายคือพี่เลี้ยงที่ดูแลน้องลีโอที่โรงเรียนอนุบาลเอกชนชื่อดัง
*("คุณแม่ขา น้องลีโอถูกคุณลุงใจดีคนหนึ่งอุ้มมารอที่ห้องรับรองแล้วค่ะ แกบอกว่าคุณพ่อมารับ...")*
รันรดาหน้าถอดสี เลือดในกายเย็นเฉียบลงฉับพลัน เธองัสตัณหาหันขวับกลับไปจ้องหน้าคิรากรที่ยืนยิ้มมุมปากอย่างผู้เหนือกว่า
ชายหนุ่มค่อยๆ ควักสมาร์ทโฟนของตนเองออกมา กดเปิดหน้าจอให้เธอเห็นภาพถ่ายสดๆ ของเด็กชายตัวน้อยวัยสองขวบกำลังนั่งกินไอศกรีมอยู่บนตักของบอดี้การ์ดคนสนิทของเขา
"ลูกชายของเรา... น่ารักดีนะ รินรดา" คิรากรกระซิบเสียงพร่าชิดริมหูเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกชัน "ถึงเวลาที่เราต้องเคลียร์บัญชีหนี้รักระหว่างเราให้จบเสียที... ทั้งเรื่องลูก และเรื่องที่เรายังค้างคาใจกัน"
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งไปกับความเดือดดาลและร้าวรานนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ - เพลิงกุหลาบดำ
ทัณฑ์รักซ่อนโซ่ตรวนสาสมใจ•ตอนที่ 13
แผนการเข้าใกล้
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักซ่อนโซ่ตรวนสาสมใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!