กลิ่นควันดินปืนและสนิมเหล็กตีรวนขึ้นจนแสบจมูก ท่ามกลางแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานที่กะพริบวาบสาดส่องกระทบใบหน้าตื่นตะลึงของคนทั้งคู่ แรงสั่นสะเทือนจากแรงระเบิดเมื่อครู่ยังคงหลงเหลือเป็นเสียงอื้ออึงในโสตประสาท ประตูเหล็กนิรภัยหน้าห้องที่เคยหนาเตอะบัดนี้บิดเบี้ยวผิดรูป ราวกับกระดาษยับยู่ยี่ด้วยฝีมือของบางสิ่งที่ป5่าเถื่อนเกินกว่าจะจินตนาการ
เงาร่างสูงใหญ่ของชายฉกรรจ์ในชุดคอมแบทสีดำสนิทก้าวผ่านกลุ่มควันสีเทาทึบเข้ามา รองเท้าคอมแบทส่งเสียงกระทบพื้นซีเมนต์หนักหน่วงทุกย่างก้าว รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนมุมปากที่พาดผ่านด้วยรอยแผลเป็นยาว มันไม่ใช่แขกที่ไม่ได้รับเชิญธรรมดา แต่คือมัจจุราชที่เดินตรงดิ่งมาจากขุมนรกเพื่อทวงคืนความแค้น
"คิดว่าจะหลบมุมอยู่หลังเตาอบหรูๆ แล้วจะรอดงั้นเหรอ รินลดา" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยลอดไรฟัน กลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านกดดันบรรยากาศในห้องครัวมินิมอลให้แคบลงจนแทบหายใจไม่ออก
รินลดาตัวแข็งทื่อ สมองที่ปกติมักจะประมวลผลสูตรอาหารและสัดส่วนวัตถุดิบอย่างแม่นยำกลับขาวโพลนชั่วขณะ ความเป็นเพอร์เฟกต์ชันนิสต์ถูกท้าทายด้วยความจริงอันโหดร้ายตรงหน้า ร่างเพรียวในชุดเชฟสีขาวก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ปลายเท้าสะดุดเข้ากับขาเก้าอี้จนเสียหลัก แต่ทว่า—
หมับ!
ก่อนที่แผ่นหลังของเธอจะกระแทกกับพื้นครัวเย็นเยียบ มือเรียวบางแต่หนักแน่นคู่หนึ่งก็คว้าเอวบางไว้ได้อย่างทันท่วงที พรรษพรดึงตัวเชฟสาวจอมเนี้ยบเข้ามาชิดแผ่นอก แววตาของนักวิจารณ์สาวไม่ได้มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความดุดันและสติสัมปชัญญะที่เฉียบคมราวกับใบมีด
"อย่าสั่น รินลดา" พรรษพรพกระซิบเสียงต่ำชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับต้นคอขาวผ่อง ท่ามกลางสถานการณ์เป็นตายเท่ากัน ร่างกายแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วกว่าปกติ "ถ้าไม่อยากตายเป็นศพไร้ชื่อในครัวของตัวเอง ก็หุบปากแล้วทำตามที่ฉันบอก"
"คุณพรรษพร..." รินลดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความเย็นชาและมาดเชฟผู้หยิ่งทะนงพังทลายลงไม่เป็นท่า เธอพยักหน้ารับอย่างจำยอมในวินาทีวิกฤตนี้
ชายชุดดำหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน มันกวาดสายตามองไปรอบห้องครัวที่อุปกรณ์ทุกชิ้นถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยก่อนจะแค่นเสียง "พวกผู้หญิงสำอาง... ต่อให้ซ่อนเก่งแค่ไหน กลิ่นความกลัวมันก็โชยหึ่งออกมาอยู่ดี ออกมาเถอะน่า ก่อนที่ฉันจะระเบิดครัวบ้าๆ นี่ให้ราบเป็นหน้ากลอง"
"ปากเก่งเสียจริง..." พรรษพรสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเยือกเย็นและเปี่ยมด้วยอำนาจดังขึ้นจากมุมมืดที่บดบังร่างของพวกเธอทั้งคู่ "คิดว่าเหยียบเข้ามาถึงนี่แล้ว จะได้ออกไปเดินลอยชายรับลมข้างนอกอีกงั้นเหรอ?"
คนร้ายชะงักฝีเท้า ดวงตาคมกริบกวาดมองหาที่มาของเสียง ปืนออโตเมติกกระบอกโตในมือถูกยกขึ้นเล็งตรงมายังทิศทางที่พวกเธอซ่อนตัวอยู่ทันที รินลดาใจหายวาบ มือเรียวเผลอคว้าชายเสื้อสูทของพรรษพรไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ความอบอุ่นจากฝ่ามือที่กุมทับมือของเธอไว้อีกทีช่วยดึงสติให้เธอกลับคืนมา
"ฉลาดนักนะนักวิจารณ์ปากจัด..." คนร้ายย่างสามขุมเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เสียงฝีเท้าเข้าใกล้เข้ามาทุกที "ถ้าอย่างนั้นก็ออกมาตายพร้อมกันเลยดีกว่า!"
เปรี้ยง!
กระสุนนัดแรกเจาะทะลุกระจกตู้เก็บจานแตกกระจาย เศษแก้วคมกริบร่วงหล่นกราวราวกับหิมะ พรรษพรไม่รอช้า เธอใช้จังหวะที่คนร้ายกำลังเปลี่ยนมุมเล็งปืน ดึงมือรินลดาให้พุ่งตัวหลบหลังเคาน์เตอร์ครัวหินแกรนิตหนาเตอะได้อย่างเฉียดฉิว แรงปะทะทำให้พวกเขาล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นในสภาพที่พรรษพรคร่อมทับอยู่ด้านบน รินลดาเบิกตากว้างเมื่อใบหน้าของคนทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดกันจนสัมผัสได้ ความใกล้ชิดในสถานการณ์วิกฤตนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนในอกของเชฟสาวอย่างประหลาด
"คุณนี่นะ... หาเรื่องตายเก่งเป็นบ้า" รินลดาเอ็ดเบาๆ แม้สถานการณ์จะคับขัน แต่ดวงตากลมโตกลับไหวระริกด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน
"ถ้าฉันไม่หาเรื่องช่วยคุณ ป่านนี้คุณคงกลายเป็นปิ้งย่างไปแล้ว เชฟจอมเนี้ยบ" พรรษพรย้อนกลับเสียงกระซิบ ดวงตาคมปลาบมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะละสายตาไปมองรอบตัวเพื่อประเมินสถานการณ์ "เราอยู่ตรงนี้นานไม่ได้ มันกำลังเดินอ้อมมาทางด้านหลังเคาน์เตอร์แล้ว"
รินลดาหันขวับ สายตาคมกวาดมองเครื่องมือทำครัวรอบตัว สมองอัจฉริยะเริ่มคำนวณแผนการในเสี้ยววินาที ในเมื่อหนีไม่พ้น เธอก็จะไม่ยอมตกเป็นฝ่ายถูกล่าอยู่ฝ่ายเดียว
"มีดเชฟดามัสคัสในลิ้นชักซ้าย..." รินลดาพูดเร็วปรื๋อ น้ำเสียงจริงจังจนพรรษพรต้องพยักหน้ารับ "และความร้อนจากเตาแม่เหล็กไฟฟ้าที่ยังไม่ได้ปิดสวิตช์..."
รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเชฟสาวผู้หยิ่งทะนง ความกลัวเมื่อครู่วันนี้ถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณของการเอาตัวรอดและความโกรธที่เซฟเฮาส์อันแสนสงบของเธอถูกทำลาย พรรษพรส่งสายตาเข้าใจตรงกัน ก่อนที่ทั้งคู่จะเตรียมตัวเคลื่อนไหวสวนกลับอย่างพร้อมเพรียง
แต่ทว่า... ก่อนที่มือของรินลดาจะเอื้อมไปถึงลิ้นชักเก็บอาวุธจำเป็น เสียงฝีเท้าของคนร้ายที่ควรจะอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์กลับหยุดกงลงกะทันหัน
ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุมห้องครัวอีกครั้ง ไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า ไร้ซึ่งเสียงกระซิบ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่และเสียงเตือนภัยของไฟฉุกเฉิน
ครูดดด...
เสียงลากบางอย่างดังขึ้นจากเพดานเหนือศีรษะ รินลดาและพรรษพรเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ดวงตาทั้งคู่ก็เบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงเมื่อพบว่า... ช่องระบายอากาศด้านบนไม่ได้ว่างเปล่าอย่างที่คิด
เงาดำทะมึนอีกสายหนึ่งกำลังคลานออกมาจากความมืด พร้อมกับปากกระบอกปืนที่จ่อตรงลงมายังศีรษะของพวกเธอทั้งคู่จากด้านบน!
"ดอกเดซี่ริมทาง" ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะคะ
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสาวจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 10
ความเงียบที่อันตราย
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสาวจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!