“คุณแน่ใจนะว่านั่นคือเงาของคน ไม่ใช่ภาพสะท้อนจากระบบรวนเรของตึกร้างนี่?”
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของพรรษพรดังแทรกความเงียบงันในห้องเซฟเฮาส์ขึ้นทันที โดยไม่ต้องรอให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหายใจทั่วท้อง นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำปัดผ่านหน้าจอแท็บเล็ตอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบหรี่ลงด้วยความระแวดระวัง พลางจ้องเขม็งไปยังจุดสีฟ้าที่กะพริบอยู่ตรงมุมอับของกล้องวงจรปิดโซน C ซึ่งเป็นเขตก่อสร้างเก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายปี
รินลดาก้าวเท้าเข้ามาประชิดโดยไม่รู้ตัว กลิ่นหอมจาง ๆ ของวนิลาผสมความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศในห้องตีวนเข้าจมูก เชฟสาวขยับแว่นกรอบบางเล็กน้อย สายตาคู่นั้นกวาดมองพิกัดบนจอภาพอย่างวิเคราะห์ ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกปลุกให้ตื่นตัวราวกับกำลังยืนอยู่หน้าเตาไฟที่กำลังลุกโชนในวินาทีที่อาหารจานสำคัญใกล้เสร็จสมบูรณ์
“ไม่ใช่ระบบรวนหรอกค่ะคุณพรรษพร...” รินลดาเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงความตึงเครียดไว้ในทุกพยางค์ “คนระดับนั้น... ไม่มีทางเดินเข้ามาสุ่มสี่สุ่มห้าถ้าไม่ได้วางแผนมาอย่างดี และยิ่งเป็น ‘เขา’ ด้วยแล้ว พิกัดตรงนั้นคือจุดอับสายตาที่คำนวณมุมองศาไว้หมดแล้วต่างหาก”
พรรษพรหันขวับมามองคนข้างกาย ดวงตาคู่คมไหววับด้วยประกายความฉุนเฉียวที่ยังค้างคาจากจังหวะกอดรัดเมื่อครู่ “คุณรู้จักเงาปริศนานั่นหรือไง ถึงได้ทำน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจขนาดนั้น ทั้งที่เราเพิ่งเห็นภาพแค่แวบเดียว”
“ฉันจำกลิ่นอายความวิปริตในวิธีคิดของเขาได้ค่ะ” รินลดากล่าวสวนกลับทันควัน นัยน์ตาสอดประสานกับนักวิจารณ์สาวอย่างไม่มีใครยอมใคร “คนที่จะส่งแฟลชไดรฟ์บรรจุโค้ดไวรัสทำลายระบบครัวกลางในคืนเปิดตัวร้านอาหารระดับมิชลินได้... มีอยู่ไม่กี่คนบนโลกหรอกค่ะ และหนึ่งในนั้นคือคนที่กำลังยืนอยู่หน้าจอให้เราดูอยู่นี่ไงคะ”
บรรยากาศในห้องอึมครึมลงในพริบตา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เมื่อเห็นรัศมีคุกคามที่แผ่ออกมาจากสองสาวผู้ทรงอิทธิพลในห้องนี้ พรรษพรสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ สัมผัสได้ทันทีว่าเกมกำลังเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว จากการตามล่าหาแฮกเกอร์นิรนาม กลายเป็นการเผชิญหน้ากับศัตรูเก่าที่ฝังรากลึกในความทรงจำอันมืดมน
“ถ้าอย่างนั้น... เราจะยืนรอให้มันเดินเข้ามาเคาะประตูห้อง หรือจะออกไปต้อนรับมันด้วยเมนูพิเศษที่เตรียมไว้ดีล่ะคะ เชฟรินลดา” พรรษพรยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและความท้าทายในคราวเดียวกัน มือเรียวเอื้อมไปหยิบปืนพกขนาดกะทัดรัดขึ้นมาปลดเซฟอย่างคล่องแคล่ว
รินลดาไม่ตอบคำถามนั้นทันที สายตาของเชฟสาวกวาดมองไปรอบห้องครัวขนาดเล็กของเซฟเฮาส์ ก่อนที่ประกายความคิดบางอย่างจะวาบขึ้นในแววตา ดั่งเชฟผู้ยิ่งใหญ่ที่กำลังมองหาวัตถุดิบชั้นเลิศเพื่อมาครีเอทเมนูล้างบาง
“เดี๋ยวก่อนค่ะ...” รินลดาคว้าข้อมือของพรรษพรไว้โดยสัญชาตญาณ แรงปะทะจากการสัมผัสทำเอาคนถูกจับตัวสะفัดเล็กน้อย พรรษพรชะงัก หันมาเลิกคิ้วสูงใส่ “อะไรของคุณอีก ฉันไม่มีเวลามาเล่นเกมทายใจนะรินลดา ข้างนอกนั่น—”
“ฉันไม่ได้จะเล่นเกมค่ะ แต่ฉันกำลังจะ ‘สืบ’ จากสิ่งที่เขาทิ้งไว้” รินลดาตัดบทด้วยน้ำเสียงจริงจังจนพรรษพรต้องเงียบปากลง เชฟสาวเดินตรงไปยังโต๊ะเตรียมอาหารที่มีกล่องพัสดุปริศนาซึ่งถูกส่งมาพร้อมกับแฮกเกอร์คนดังกล่าววางอยู่ เธอสวมถุงมือยางอย่างรวดเร็ว ก่อนจะใช้กรรไกรตัดกระดาษกรีดเปิดกล่องพัสดุปริศนานั้นด้วยความนิ่งสงบผิดมนุษย์นา
พรรษพรขยับเข้าไปยืนใกล้โดยไม่รู้ตัว กลิ่นบางอย่างลอยออกมาจากกล่องทันทีที่ฝาถูกเปิดออก มันไม่ใช่กลิ่นเคมี ไม่ใช่กลิ่นดินปืน... แต่มันคือกลิ่นของ ‘เครื่องเทศ’
“นี่มันอะไรกัน...” พรรษพรพึมพำเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน
ภายในกล่องบุด้วยกำมะหยี่สีดำสนิท ตรงกลางวางไว้ด้วยขนมปังบรอยช์ (Brioche) ออบร้อนชิ้นเล็กที่ตกแต่งด้วยแผ่นทองคำเปลวอย่างประณีต ทว่าบนผิวหน้าของขนมปังกลับถูกราดด้วยซอสสีแดงเข้มข้นจนส่งกลิ่นฉุนกุนแจงของพริกไทยเสฉวนและกลิ่นคาวสนิมบางเบา
รินลดาโน้มตัวลงใช้ปลายจมูกสูดดมกลิ่นนั้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตหรี่แคบลง สมองอันอัจฉริยะประมวลผลอย่างรวดเร็วดั่งคอมพิวเตอร์เมน프్రేม
“บรอยช์อบด้วยเนยแท้จากแคว้นนอร์ม็องดี... อุณหภูมิในการอบอยู่ที่ 180 องศาเซลเซียส เป็นเวลาสิบห้านาทีพอดีเป๊ะ” รินลดาเอ่ยพึมพำราวกับกำลังร่ายคาถา “แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่ตัวแป้งค่ะคุณพรรษพร... แต่มันคือ ‘ซอส’ ราดหน้า”
“มันคือซอสอะไร ทำไมกลิ่นถึงได้ฉุนแสบจมูกขนาดนี้” พรรษพรขมวดคิ้วมุ่น ปัดมือไล่ควันจาง ๆ ที่ลอยขึ้นมา
“ซอสพริกไทยดำผสมเหล้าจีนหมักสูตรโบราณ... และที่สำคัญที่สุด มีส่วนผสมของ ‘เกลือสมุทรจากเกาะคานารี’ ซึ่งเป็นเกลือหายากที่ใช้เฉพาะในร้านอาหารระดับสามดาวมิชลินฝั่งยุโรปใต้เท่านั้น” รินลดาเงยหน้าขึ้นสบตาพรรษพร แววตาของเธอเปล่งประกายความตื่นตระหนกผสมความโกรธเกรี้ยว “คนที่จะเข้าถึงวัตถุดิบชนิดนี้ได้ และมีความสามารถในการอบขนมปังบรอยช์ให้ออกมาเนียนละเอียดไร้ที่ติระดับนี้ มีอยู่คนเดียวในวงการ... เชฟคาร์ลอส อดีตอาจารย์สอนทำอาหารของฉันเองค่ะ!”
ชื่อนั้นทำเอาพรรษพรถึงกับนิ่งงัดไปชั่วขณะ ข้อมูลในหัวของนักวิจารณ์สาวหมุนติ้ว เชฟคาร์ลอส—ชายผู้เคยตกเป็นข่าวอื้อฉาวเรื่องการขโมยสูตรอาหารระดับโลกเมื่อห้าปีก่อน และเป็นคนที่หายตัวลึกล้ำไปอย่างไร้ร่องรอยหลังจากวันพิพากษาคดีของรินลดา
“อาจารย์ที่คุณเคารพรักนักหนา... กลายเป็นคนที่ส่งไวรัสมาถล่มครัวของคุณ และตอนนี้เขากำลังยืนอยู่หน้าประตูเซฟเฮาส์ของเราอย่างนั้นเหรอ?” พรรษพรย้อนถาม น้ำเสียงเยียบเย็นลงจนน่ากลัว รังสีอำมหิตแผ่ออกจากร่างสูงเนี้ยบของเธอจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา
“เขาไม่ได้มาเพื่อเยี่ยมเยียนค่ะคุณพรรษพร...” รินลดาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนริมฝีปากบาง “ขนมปังชิ้นนี้... คือ ‘คำประกาศิต’ เขากำลังบอกว่า เขารู้ว่าเราอยู่ที่นี่ และเขากำลังรอให้ฉันออกไปยอมจำนนในแบบที่ฉันเคยทำเมื่อห้าปีก่อน”
“ฝันไปเถอะ!” พรรษพรตบโต๊ะเสียงดังสนั่นจนข้าวของบนโต๊ะสั่นสะเทือน นัยน์ตาคมกริบลุกโชนด้วยโทสะ “ที่นี่คือเซฟเฮาส์ของฉัน ไม่มีทางที่ไอ้ฆาตกรโรคจิตคนไหนจะมาเหยียบและทำตามอำเภอใจได้ ต่อให้มันจะเป็นอาจารย์ของคุณก็เถอะ!”
พรรษพรหมุนตัวเตรียมพุ่งออกไปที่ประตู แต่รินลดาไวรัสกว่าคว้าข้อแขนเรียวของเธอไว้เสียก่อน แรงดึงนั้นทำให้พรรษพรต้องเซถลำกลับมาปะทะกับแผงอกของเชฟสาวโดยไม่ทันตั้งตัว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด กลิ่นวานิลลาจากตัวรินลดาผสานกับกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูของพรรษพรกลายเป็นความเย้ายวนที่อันตรายที่สุดในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานนี้
“ใจเย็นก่อนค่ะนักวิจารณ์ปากร้าย...” รินลดาโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูของคนในอ้อมแขน น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยวจนพรรษพรชะงักค้าง “ถ้าเราเดินออกไปตอนนี้ เราคือฝ่ายเสียเปรียบเพราะไม่รู้ว่าเขาวางกับดักอะไรไว้บ้างตามทางเดิน... แต่ถ้าเราใช้วิธีของเชฟ...”
เชฟสาวผละออกเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายเจ้าเล่ห์อย่างที่พรรษพรไม่เคยเห็นมาก่อน
“เราจะเสิร์ฟ ‘เมนูต้อนรับ’ ที่เขาไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิตค่ะ”
ในวินาทีนั้นเอง ก่อนที่พรรษพรจะได้เอ่ยปากถามแผนการบ้าบิ่นของเชฟสาวจอมเ以为บ เสียงระเบิดตูมสนั่นก็ดังขึ้นที่ประตูทางเข้าชั้นล่างของเซฟเฮาส์ แรงสั่นสะเทือนรุนแรงทำให้ไฟฉุกเฉินสีแดงเพลิงกะพริบวาบไปทั่วห้อง กลิ่นควันไฟลอยตลบอบอวล และก่อนที่ใครจะทันตั้งตัว ประตูเหล็กนิรภัยหน้าห้องก็ถูกแรงกระแทกมหาศาลอัดจนบิดเบี้ยว... ก่อนที่เงาร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่งจะก้าวผ่านกลุ่มควันเข้ามา พร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่สลักไว้ด้วยความแค้นฝังลึก!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาลิ้มรสความแซ่บและลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่ร้อนแรงนี้ด้วยกันนะคะ!
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสาวจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 9
สืบจากจานอาหาร
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสาวจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!