เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสาวจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 8

ข้ามเส้นเขตแดน

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
“ถ้าคุณยังยืนทำหน้าเหมือนคนท้องผูกแบบนั้น เอกสารการตรวจสอบงบประมาณของโครงการเซฟเฮาส์คงจะกลายเป็นกระดาษทิชชูเปียกน้ำไปเสียก่อนนะคะ เชฟรินลดา” น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแววเย้าแหย่ดังขึ้น ทำลายบรรยากาศตึงเครียดที่ลอยอลวนอยู่ระหว่างเชฟสาวจอมเนี้ยบกับนักวิจารณ์ปากกล้าเมื่อครู่ให้แตกกระเจิง รินลดา สะดุ้งน้อยๆ ดวงตาคู่สวยตวัดกลับไปมอง ‘ธนภัทร’ เลขานุการส่วนตัวและหัวหน้าฝ่ายประสานงานโครงการผู้มาใหม่ทันที ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ที่ไม่มีลมพัดผ่าน “ฉันไม่ได้ท้องผูกค่ะคุณธนภัทร แค่กำลังใช้ความคิดอย่างหนัก... กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง” รินลดาตอกกลับเสียงห้วน พลางกวาดสายตาคมกริบมองเอกสารในมือของอีกฝ่ายอย่างไม่สบอารมณ์นัก ทว่า ยังไม่ทันที่ธนภัทรจะได้เอ่ยปากแซวอะไรต่อ พรรษพร ที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัวอยู่ใกล้ๆ ก็ขยับตัวช้าๆ ร่างโปร่งในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองคนอย่างแนบเนียน พร้อมกับส่งยิ้มมุมปากที่เดาใจยากให้อีกฝ่าย “เรื่องไม่เป็นเรื่องที่ว่า หมายถึงฉัน... หรือหมายถึงข้อเสนอเมื่อกี้กันแนคะ เชฟริน” พรรษพรจงใจลากเสียงยาวตรงคำว่า *เชฟริน* ประหนึ่งจงใจท้าทายเส้นความอดทนของเชฟสาวให้ขาดผึ่งลงตรงนั้น รินลดาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความโกรธเคืองที่เคยคุกรุ่นเมื่อครู่ ถูกแทนที่ด้วยกระแสความหวั่นไหวแปลกประหลาดที่แล่นพล่านขึ้นมาเกาะกุมหัวใจอย่างไม่ทันตั้งตัว กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของพรรษพรที่ลอยปะปนมากับกลิ่นหอมกรุ่นของซุปทรัฟเฟิลบนเตา มันช่างรบกวนสมาธิเสียเหลือเกิน ยิ่งระยะห่างระหว่างเธอกับผู้หญิงคนนี้ลดลงเท่าไหร่ จังหวะการเต้นของหัวใจใต้เสื้อเชิร์ตสีขาวสะอาดก็ยิ่งรัวเร็วจนน่าหงุดหงิด “คุณพรรษพรกรุณาถอยไปให้ห่างจากพื้นที่เตรียมอาหารของฉันด้วยค่ะ มันผิดกฎความปลอดภัยด้านสุขอนามัย” รินลดาหาข้ออ้างเสียงแข็ง ทั้งที่มือเรียวทั้งสองข้างกำลังกำชายเสื้อกันเปื้อนแน่นเพื่อสะกดกลั้นอาการมือสั่น “กฎเหรอคะ?” พรรษพรเลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย ดวงตากลมโตคู่คมฉายแววเจ้าเล่ห์เปี่ยมเสน่ห์ เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวรินลดาอีกหนึ่งก้าว จนแผ่นหลังบางของเชฟสาวเกือบจะชนเข้ากับขอบเคาน์เตอร์หินอ่อน “แต่ฉันจำได้นะคะว่า ในคู่มือความปลอดภัยของเซฟเฮาส์หลังนี้... ไม่มีข้อไหนห้ามไม่ให้นักวิจารณ์เข้ามา ‘ชิมลาง’ งานศิลปะของเชฟใกล้ๆ นี่คะ” ธนภัทรที่ยืนถือแฟ้มเอกสารอยู่เงียบๆ ถึงกับต้องกระแอมเบาๆ เพื่อเตือนสطنความมีตัวตนของตนเอง ก่อนจะวางแฟ้มลงบนโต๊ะรับประทานอาหารอย่างรู้หน้าที่ “เอ่อ... ผมว่าผมเอาเอกสารงบประมาณมาวางไว้ตรงนี้ก่อนดีกว่าครับ ดูท่าทางทางนี้... น่าจะกำลังเคลียร์ ‘ปําสำคัญ’ กันอยู่สินะครับ” “คุณธนภัทรคะ!” รินลดาอุทานเสียงหลง ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยความเคืองปนอาย ไม่คิดว่าแม้กระทั่งลูกน้องคนสนิทก็ยังร่วมมือกันกลายๆ เพื่อต้อนเธอให้จนมุม “งั้นผมขอตัวไปตรวจเช็กความเรียบร้อยรอบนอกก่อนนะครับ เชิญพวกคุณ... ตามสบายตามอัธยาศัยเลยครับ” ธนภัทรโค้งศีรษะเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม ก่อนจะหมุนตัวเดินลิ่วออกจากห้องครัวไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับปิดประตูลงเบาๆ ทิ้งให้คนทั้งสองอยู่ตามลำพังท่ามกลางความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดมหาศาล เสียงเครื่องดูดควันบนเพดานฮัมเบาๆ เป็นแบ็กกราวด์ ท่ามกลางบรรยากาศที่เปลี่ยนผันจากความขัดแย้งกลายมาเป็นความตึงเครียดทางอารมณ์ที่อบอวลไปด้วยความหวานล้ำ รินลดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อพบว่าตอนนี้พรรษพรจงใจยืนบล็อกทางหนีของเธอไว้ทั้งหมด มือเรียวของนักวิจารณ์สาวข้างหนึ่งยกขึ้นเท้ากับเคาน์เตอร์ด้านหลังของเชฟสาว กักตัวเธอไว้ในอ้อมแขนโดยปริยาย ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันนิ่งงัน ไม่มีใครยอมหลบสายตา “คุณต้องการอะไรกันแน่คะ พรรษพร” น้ำเสียงของรินลดาอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความแข็งกร้าวเมื่อครู่ละลายหายไปจนเหลือเพียงความสั่นเครือเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความพยายามจะรักษาฟอร์ม “ฉันไม่ได้ต้องการอะไรที่ซับซ้อนเลยค่ะ เชฟริน” พรรษพรโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือจางด้วยกลิ่นไวน์ขาวจากมื้อค่ำเป่ารดพวงแก้มเนียนนุ่ม “ฉันแค่ต้องการความจริงใจ... จากผู้หญิงที่เอาแต่ซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงความสมบูรณ์แบบคนนี้” “ฉันไม่ได้ซ่อน—” “โกหกค่ะ” พรรษพรตัดบทอย่างนิ่มนวลแต่เด็ดขาด ดวงตาคู่คมพินิจพิเคราะห์ใบหน้าของเชฟสาวราวกับต้องการอ่านทะลุปรุโปร่งไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ “ถ้าคุณไม่ได้ซ่อนอะไรไว้ ทำไมมือของคุณถึงต้องกำชายเสื้อแน่นขนาดนั้นตอนที่ฉันเข้าใกล้ล่ะคะ? ทำไมเสียงของคุณถึงได้สั่น... เวลาที่เราอยู่ใกล้กันแบบนี้” คำพูดจี้ใจดำนั้นทำให้รินลดาถึงกับพูดไม่ออก เธอยอมรับความจริงในใจไม่ได้ว่า ผู้หญิงปากร้ายตรงหน้าคนนี้ มีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเธอมากเกินกว่าที่เชฟผู้ยึดมั่นในความสมบูรณ์แบบคนหนึ่งจะรับมือไหว ทุกครั้งที่พรรษพรวิจารณ์อาหารของเธอ มันไม่ใช่แค่การติเพื่อก่อ แต่ทุกถ้อยคำเหมือนเป็นการขุดคุ้ยความอ่อนแอในอดีตที่เธอพยายามฝังกลบมันไว้ “คุณมัน... ร้ายกาจที่สุด” รินลดาเค้นเสียงกระซิบออกมาอย่างจนมุม ดวงตารื้นไปด้วยหยาดน้ำใสระเรื่อที่พยายามกลั้นไว้ไม่ให้ไหลริน พรรษพรชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นหยาดน้ำตาคลอหน่วยในดวงตาคู่สวยนั้น ท่าทีที่เคยหยิ่งผยองและเย้ายวนแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนอย่างฉับพลัน นิ้วเรียวอุ่นจัดของนักวิจารณ์สาวค่อยๆ เอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่เคลียแก้มเนียนของรินลดาออกอย่างทะนุถนอม สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับกลีบดอกไม้สัมผัสกับสายลม แต่มันกลับสร้างแรงสั่นสะเทือนมหาศาลในความรู้สึกของคนทั้งคู่ “ฉันไม่ได้อยากใจร้ายกับคุณเลยค่ะ ริน” พรรษพรเปลี่ยนสรรพนามเรียกขาน น้ำเสียงนุ่มนวลที่เอמהออกมานั้นเต็มไปด้วยความจริงใจที่หาได้ยากยิ่ง “แต่ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้... คุณก็จะไม่มีวันยอมเปิดใจให้ใครได้ก้าวเข้ามาในพื้นที่ปลอดภัยของคุณเลยใช่ไหมคะ” รินลดาตัวชาไปหมด หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก ระยะห่างที่เหลือเพียงลมหายใจกั้นทำให้เธอแทบจะหลอมละลายไปกับสัมผัสอบอุ่นนั้น ความรู้สึกต่อต้านพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความโหยหาและความหวั่นไหวที่พรั่งพรูเข้ามาท่วมท้น “ถ้าฉันเปิดใจ... แล้วคุณจะสัญญาได้ไหมคะ ว่าจะไม่เดินจากไปเหมือนคนอื่นๆ” รินลดาเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา ราวกับเป็นการยอมจำนนต่อโชคชะตาและหัวใจตัวเองเป็นครั้งแรกในชีวิต พรรษพรระบายยิ้มละมุนที่งดงามที่สุดเท่าที่รินลดาสัมผัสได้ ดวงตาทอประกายความรักความลึกซึ้งอย่างไม่ปิดบังอีกต่อไป โน้มใบหน้าลงมาหมายจะมอบคำตอบผ่านสัมผัสที่แนบแน่นยิ่งกว่าคำพูดใดๆ ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งสองกำลังจะแตะสัมผัสกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเปิดประตูห้องครัวที่ดังขึ้นอย่างไร้การเคาะเตือน ก็ทำลายช่วงเวลาอันแสนเปราะบางนั้นลงอย่างไม่ปรานี “เชฟครับ! เกิดเรื่องใหญ่ที่ห้องควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยแล้วครับ มีคนพยายามแฮกเข้ามาในเซฟเฮาส์!” เสียงตะโกนร้อนรนของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่พุ่งพรวดเข้ามาในห้อง ทำเอาพรรษพรและรินลดาต้องผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟช็อต รินลดาหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ ขณะที่พรรษพรหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาวาวโรจน์ด้วยความขัดเคืองที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีชีวิต—ทว่า เมื่อหน้าจอแท็บเล็ตในมือของเจ้าหน้าที่แสดงภาพกล้องวงจรปิดรอบนอก พรรษพรก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อบุคคลที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอนั้น... ไม่ใช่แฮกเกอร์ธรรมดา แต่เป็นบุคคลจากอดีตที่พวกเธอต่างคิดว่าไม่มีวันหวนกลับมาอีกแล้ว! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังก้าวข้ามทุกเขตแดนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสาวจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%