"ถ้าคุณยังเดินวนเวียนอยู่แถวนี้อีกสามรอบ ฉันจะแจ้งข้อหาพยายามก่อกวนการทำงานของเชฟผู้มีรสนิยมแล้วนะคะ, คุณนักวิจารณ์"
น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงแววเย้าแหย่ดังขึ้นทันทีที่รินลดาหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับร่างโปร่งที่กำลังแสร้งทำเป็นยืนเลือกมะเขือเทศสีดาอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัวเปิดโล่งของเซฟเฮาส์ ความเงียบงันในยามวิกาลถูกทำลายลงด้วยความคมคายของไดอะล็อกที่ปะทะกันราวกับมีประกายไฟแลបแปลบปลาบในอากาศ
พรรษพรสะดุ้งเล็กน้อย—เพียงเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นก่อนที่เธอจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยตามวิสัยของนักวิจารณ์อาหารฝีปากกล้าผู้ทรงอิทธิพล เธอยกมือขึ้นกอดอก ปรายตามองเชฟสาวจอมเนี้ยบที่วันนี้สวมผ้ากันเปื้อนสีดำสนิทขับเน้นเอวคอดและผิวขาวจัดให้โดดเด่นยิ่งขึ้นไปอีก รินลดาในยามนี้ไม่ได้ดูน่าเกรงขามเหมือนเวลาอยู่หน้าเตาไฟ แต่มีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้อากาศรอบตัวดูเบาบางลงอย่างน่าประหลาด
"เชฟรินลดาคะ กรุณาอย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยค่ะ ฉันแค่กำลังประเมินว่าวัตถุดิบเกรดพรีเมียมพวกนี้ จะถูกมืออันแสนเย่อหยิ่งของคุณทำลายเสียของไปอีกสักแค่ไหนในเมนูมื้อดึกต่างหากล่ะคะ" พรรษพรย้อนกลับด้วยน้ำเสียงกึ่งประชดกึ่งหยอกล้อ มุมปากหยักลึกยกยิ้มร้ายกาจที่ทำให้รินลดาอยากจะหยิบไม้พายฟาดสักทีสองทีให้หายหมั่นไส้
"ถ้ากลัวว่ามันจะเสียของนัก ทำไมไม่ลองชิมฝีมือคนที่คุณกำลังวิจารณ์อยู่ล่ะคะ?" รินลดาก้าวเข้าไปประชิดขอบเคาน์เตอร์ ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกมะลิผสมผสานกับกลิ่นเครื่องเทศเฉพาะตัวจากตัวของเชฟสาวลอยมาแตะจมูก พรรษพรชะงักไป ดวงตาคู่สวยไหววับอย่างปิดไม่มิด ปฏิกิริยาต่อต้านความใกล้ชิดนี้ทำให้รินลดาแอบกระหยิ้มยิ้มย่องในใจ เชฟสาวผู้เยือกเย็นมักจะพ่ายแพ้ให้กับความตื่นตระหนกยามที่ถูกรุกฆาตด้วยความใกล้ชิดเสมอ นี่คือจุดอ่อนที่เธอเพิ่งค้นพบและสนุกเหลือเกินที่จะได้หยอกเย้า
ทว่า บรรยากาศแสนพาสเทลและเคมีที่พุ่งพล่านในห้องครัวกลับต้องสะดุดกึก เมื่อจู่ ๆ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมเงาร่างตะคุ่ม ๆ ส sองร่างที่ทาบทับผ่านกระจกฝ้าบริเวณประตูหน้าร้านอาหารด้านล่างก็ดึงสติของทั้งคู่ให้กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง
พรรษพรหูผึ่ง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทางหน้าต่างกระจกทันที สัญชาตญาณความระแวดระวังที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดผู้ดีทำงานฉับไว เธอยื่นมือไปคว้าแขนของรินลดาโดยไม่รู้ตัว ออกแรงดึงให้เชฟสาวทรุดตัวลงหลบหลังเคาน์เตอร์เตรียมอาหารที่บุด้วยไม้เนื้อหนาอย่างรวดเร็ว
"ชูส์..." พรรษพรส่งเสียงกระซิบแผ่วเบa ริมฝีปากเรียวบางแทบจะแนบชิดติดใบหูของอีกฝ่าย ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ข้างแก้มนวลทำให้รินลดาเผลอกลั้นหายใจ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "มีแขกไม่ได้รับเชิญ... และดูเหมือนพวกเขาไม่ได้มาเพื่อขอจองโต๊ะดินเนอร์นะคะ"
รินลดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่ใช่เพราะความหวกลัวต่อภยันตรายเบื้องหน้า แต่เป็นเพราะสัมผัสแนบชิดและกลิ่นน้ำหอมหรูหราจากตัวของพรรษพรที่โอบล้อมเธอไว้ต่างหากที่กำลังทำลายสมาธิทั้งหมด เธอนิ่วหน้าเล็กน้อย ดึงสติกลับมาแล้วค่อย ๆ ชะโงกศีรษะขึ้นผ่านช่องกระจกใสเหนือเคาน์เตอร์เพื่อมองหาที่มาของเงาลึกลับนั้น
ผ่านความมลสลัวของแสงไฟถนนด้านนอก ร่างของชายฉกรรจ์สองคนกำลังยืนก้ม ๆ เงย ๆ อยู่บริเวณท่อระบายน้ำและจุดเชื่อมต่อแก๊สหลักของร้านอาหาร ภาพที่เห็นทำให้เลือดในกายของรินลดาร้อนฉ่าขึ้นมาทันที
คนหนึ่งถือแกลลอนน้ำมันขนาดใหญ่ที่มีกลิ่นฉุนรุนแรงลอยทะลุรอยต่อกระจกเข้ามา ส่วนอีกคนกำลังใช้ประแจเลื่อนขันวาล์วท่อส่งแก๊สหลักด้วยท่าทางรีบร้อนและมีพิรุธสุดขีด
*พวกมันกำลังวางแผนทำลายร้านของเธอ!*
พรรษพรสังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเชฟสาว ดวงตาของรินลดาไม่ได้ฉายแววหวาดกลัว แต่เต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความโกรธเกรี้ยวและเด็ดเดี่ยว นักวิจารณ์สาวลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนที่กำลังกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าการเป็นคู่กัดแล่นริ้วขึ้นมาในอก พรรษพรขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด มือเรียวเอื้อมไปแตะหลังมือของรินลดาที่กำหมัดแน่นอยู่บนพื้นเพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและสติ
"ใจเย็นก่อนนะคะ... อย่าเพิ่งบุ่มบ่ามออกไป ขืนออกไปตอนนี้คุณอาจจะเป็นอันตราย" พรรษพรเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงจริงจังไร้ซึ่งรอยยิ้มกวนประสาทเช่นเคย
"แต่พวกมันกำลังจะทำลายความฝันของฉัน ทำลายทุกอย่างที่ฉันใช้เวลาพิสูจน์มาทั้งชีวิตนะคะ!" รินลดาหันมาสบตา เสียงกระซิบของเธอสั่นเครือด้วยความอัดอั้น น้ำตาคลอหน่วยในดวงตาทรงเสน่ห์คู่นั้น แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเข้มแข็งที่พรรษพรไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เห็นจากเชฟสาวผู้สมบูรณ์แบบนิยมคนนี้
ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด พรรษพรตัดสินใจทำบางสิ่งที่บ้าบิ่นที่สุดในชีวิต เธอยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมา บันทึกภาพเหตุการณ์ผ่านเลนส์กล้องด้วยความเงียบเชียบที่สุด พร้อมกับขยับตัวไปหยิบขวดเครื่องปรุงรสที่เป็นขวดแก้วหนักอึ้งมาถือไว้แทนอาวุธป้องกันตัว
"ถ้าพวกมันกล้าแตะต้องร้านของคุณ... ก็ต้องข้ามศพนักวิจารณ์ปากร้ายคนนี้ไปก่อนนะคะ เชฟริน" พรรษพรเอ่ยกระซิบด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความท้าทายและดุดันในเวลาเดียวกัน เคมีอันตรายระหว่างทั้งคู่ระเบิดออกมาท่ามกลางบรรยากาศระทึกขวัญ
ทว่า ในจังหวะที่พรรษพรขยับตัวเปลี่ยนมุมเพื่อเก็บภาพใบหน้าชัด ๆ ของคนร้ายคนหนึ่งผ่านช่องกระจกบานเกล็ด เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์มือถือของเธอกลับดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน—*ปิ๊ง!*—ท่ามกลางความเงียบสงัด เสียงนั้นดังก้องกังวานราวกับเสียงระฆังมรณะ
ชายฉกรรจ์ทั้งสองคนสะดุ้งสุดตัว หันขวับมามองตรงมายังมุมห้องครัวที่ซ่อนอยู่ทันที พร้อมกับเสียงตะโกนหยาบโลนที่ลอดผ่านเข้ามา
"เฮ้ย! ใครวะ อยู่ข้างในนั้น!"
รินลดาเบิกตากว้าง หันขวับมามองพรรษพรด้วยความตกใจสุดขีด ก่อนที่มือใหญ่ของเธอจะคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของนักวิจารณ์สาว แล้วออกแรงกระชากให้หลบวับลงไปแนบชิดติดอกในพื้นที่แคบ ๆ ใต้เคาน์เตอร์อย่างรวดเร็ว ลมหายใจของทั้งคู่กระชั้นชิดจนสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงกำลังเดินตรงเข้ามาใกล้ประตูหลังร้านทีละก้าว... ทีละก้าว...
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นไปกับรินลดาและพรรษพรในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสาวจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 3
พยานปากเอก
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสาวจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!