เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสาวจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 2

จานโปรดในความทรงจำ

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
"ถ้าจะทำอาหารด้วยความรู้สึกเหมือนคนอกหักแบบนี้ ครั้งหน้าก็ไม่ต้องเปิดครัวให้เสียเวลาหรอกค่ะ เชฟรินลดา" เสียงเรียบเย็นที่แฝงไปด้วยกระแสขบขันลอยมาตามสายลมเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศในเซฟเฮาส์ รินลดาชะงักมือที่กำลังจัดวางจานสเต็กเนื้อวากิวระดับพรีเมียม หัวใจที่เต้นรำอย่างบ้าคลั่งเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นจังหวะกระตุกด้วยความหงุดหงิด เธอวางมีดแล่เนื้อลงบนเขียงดัง 'เคร้ง' ก่อนจะหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของร่างสูงโปร่งที่เพิ่งเดินกลับเข้ามาในโซนครัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พรรษพรในชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบกำลังถือแก้วไวน์แดงแกว่งเบาๆ แววตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองผลงานบนจานของเธอด้วยท่าทีประเมินอย่างที่เธอเกลียดที่สุด "คุณนี่มัน... ปากจัดไม่เปลี่ยนเลยนะคะ ทั้งที่อาหารยังไม่ทันแตะลิ้นด้วยซ้ำ" รินลดาสวนกลับ เสียงของเธอสั่นพร่าเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดที่คนตรงหน้าแผ่ออกมา "ลิ้นของฉันมันมีไว้สำหรับชิมอาหารระดับโลก ไม่ใช่ของจำพวก... ที่ปรุงโดยคนขาดสมาธิ" พรรษพรขยับเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างกันหดหายไปจนรินลดาได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์จางๆ จากกายอีกฝ่าย "ดูสิ สเต็กชิ้นนี้... ความสุกระดับ Medium Rare ที่คุณภูมิใจนักหนา แต่มุมซ้ายนั่น รอยมีดมันฟ้องว่าคุณกำลังสั่น" รินลดาเม้มปากแน่น เธอรู้ว่าพรรษพรพูดถูก แต่คนอย่างเธอไม่มีวันยอมก้มหัวให้ใคร โดยเฉพาะนักวิจารณ์จอมเนี้ยบที่เอาแต่วิจารณ์ชีวิตคนอื่น ทั้งที่ตัวเองกลับทำตัวลึกลับเหมือนหน้ากากที่หาทางถอดไม่ได้ "งั้นเชิญวิจารณ์ตามสบายค่ะ" รินลดาท้าทาย เธอหยิบจานสเต็กไปวางตรงหน้าพรรษพร "แต่ถ้าชิมแล้วไม่ถูกใจ ก็อย่าหวังว่าจะได้กินฝีมือฉันอีกเป็นครั้งที่สอง" พรรษพรเลิกคิ้วมองหญิงสาวตรงหน้า ดวงตาคู่นั้นวูบไหวเพียงครู่ก่อนจะกลับมานิ่งสนิท เธอใช้ส้อมตัดเนื้อชิ้นเล็กเข้าปาก เคี้ยวช้าๆ อย่างพิจารณา ความเงียบในห้องครัวกดดันจนรินลดารู้สึกเหมือนลมหายใจจะขาดห้วง "รสชาติเหมือน 'ราตาตูย' ในร้านเล็กๆ ที่ย่านมงต์มาตร์เมื่อสิบปีก่อน" พรรษพรเอ่ยขึ้นเบาๆ ราวกับพึมพำกับตัวเอง ทว่ามันกลับดังพอให้รินลดาสะดุดกึก "คุณ... รู้จักร้านนั้นได้ยังไง" รินลดาเบิกตากว้าง ร้านนั้นคือที่ที่เธอเคยฝึกงานและเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอหลงใหลในศิลปะการทำอาหาร พรรษพรไม่ตอบ แต่เธอกลับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จ้องลึกเข้ามาในนัยน์ตาของเชฟสาว "บางที การที่คุณพยายามพิสูจน์ตัวเองให้ครอบครัวยอมรับ มันอาจจะทำให้คุณมองข้าม 'จุดประสงค์ที่แท้จริง' ของการทำอาหารไปก็ได้นะ เชฟ" คำพูดนั้นแทงใจดำรินลดาจนเธอต้องถอยหลังไปพิงเคาน์เตอร์ พรรษพรไม่ได้แค่เข้ามาวิจารณ์ แต่เหมือนอีกฝ่ายกำลังถือกระดูกสันหลังของเธอไว้ในมือและพร้อมจะหักมันได้ทุกเมื่อ ความอยากรู้อยากเห็นเริ่มปะทะกับความทิฐิในใจ รินลดาตัดสินใจก้าวเข้าไปหาพรรษพรในจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังจะหันหลังเดินกลับไปที่ห้องทำงาน "คุณเป็นใครกันแน่ คุณพรรษพร... ทำไมถึงรู้เรื่องรสนิยมของฉัน เรื่องร้านอาหารที่ฝรั่งเศส หรือแม้แต่สิ่งที่ฉันปิดบังไว้หลังฉากความเนี้ยบพวกนี้" รินลดาคว้าข้อมือของอีกฝ่ายไว้ ความเย็นของผิวพรรษพรส่งผ่านเข้ามาจนเธอยิ่งรู้สึกถึงความสั่นสะท้าน พรรษพรหยุดกะทันหัน เธอหันกลับมาเผชิญหน้า ระยะห่างเพียงไม่กี่เซนติเมตรทำให้รินลดาเห็นประกายในแววตาคู่คมนั้นชัดเจนขึ้น มันไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็น... ความโหยหา? "ถ้าอยากรู้ ก็ต้องพิสูจน์ให้เห็นสิว่าคุณ 'เดาใจ' ฉันถูก" พรรษพรขยับเข้ามากระซิบที่ข้างหู น้ำเสียงแหบพร่าทำเอาคนฟังขนลุกซู่ "ทำจานโปรดในความทรงจำของฉันให้ได้ แล้วฉันจะบอกทุกอย่าง... ว่าทำไมฉันถึงต้องเป็นคนคอยจ้องจะกัดคุณตลอดเวลา" รินลดากำลังจะอ้าปากถามต่อ แต่ทว่า... 'กริ๊ก' เสียงปลดล็อกกลอนประตูหน้าห้องครัวดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น... ชายหนุ่มท่าทางภูมิฐานในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มที่รินลดาจำได้แม่นว่าคือ 'อดีตคู่หมั้น' ที่เธอกำลังพยายามหนีให้พ้นที่สุดในชีวิต เขามองภาพที่รินลดากำลังกุมข้อมือพรรษพรด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและคำถามที่ระเบิดออกในวินาทีนั้น "ริน... นี่มันเรื่องอะไรกัน? แล้วผู้หญิงคนนี้เป็นใคร!" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรินลดาและพรรษพรในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสาวจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%