"ถ้าคุณยังทำหน้าบึ้งเป็นตูดกระทะทอดปลาเค็มใส่ฉันอีกสักวินาทีเดียว ฉันจะบอกสารวัตรให้ปล่อยคุณลงกลางป่าที่มีหมีควายชุกชุมเสียตรงนี้แหละ, คุณพรรษพร"
เสียงกระซิบที่ลอดไรฟันของรินลดาไม่ได้ทำให้คนถูกพาดพิงสะดุ้งสะเทือนเลยแม้แต่น้อย พรรษพรยังคงกอดอกแน่น แผ่นหลังแนบสนิทไปกับเบาะหนังสีดำของรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อที่กำลังโคลงเคลงไปตามสภาพถนนลูกรังอันลาดชัน สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาดีไซน์เรียบหรูมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความหงุดหงิดระคนระอา
"เชิญค่ะ... ถ้าฉันโดนหมีกิน คุณก็คงเป็นเมนูของหวานล้างปากชิ้นโปรดของมันพอดี เพราะปากจัด ๆ ของคุณนี่แหละที่พาเราซวยมาติดแหง็กอยู่ในรถตำรวจกลิ่นอับนี่" พรรษพรตอกกลับทันควันโดยไม่แม้แต่จะหันมามอง น้ำเสียงนิ่งสนิทแต่แฝงด้วยกระแสเชือดเฉือนที่ทำเอาอากาศในห้องโดยสารแคบ ๆ ร้อนระอุขึ้นมาทันตาเห็น
เบื้องหน้าของพวกเธอคือรถตำรวจนำขบวนที่ฝ่าความมืดทึบของผืนป่าดิบชื้นในยามวิกาล แสงไฟหน้ารถสาดส่องตัดผ่านหมอกหนาที่เริ่มลงจัดเมื่อไต่ระดับความสูงขึ้นสู่หุบเขา เหตุการณ์ลอบปองร้ายเมื่อช่วงหัวค่ำยังคงติดตรึงอยู่ในโสตประสาท เสียงกระจกร้านอาหารที่แตกละเอียดเป็นเสี่ยง ๆ และคมกระสุนที่เจาะฝังลงบนผนังไม้ใกล้กับศีรษะของพรรษพรเพียงไม่กี่เซนติเมตร ทำให้สารวัตรธนาต้องตัดสินใจขั้นเด็ดขาด พาตัวพยานคนสำคัญทั้งสองคนหลบหนีออกจากเมืองหลวง มุ่งหน้าสู่ "เซฟเฮาส์ลับ" กลางหุบเขาที่ไม่มีใครล่วงรู้พิกัด
รถกระบะคันหรูกระแทกเข้ากับหลุมบ่อบนถนนดินแดงจนร่างของทั้งสองคนเซเข้าหากันอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไหล่บางของพรรษพรชนเข้ากับลาดไหล่ของรินลดาเต็มแรง กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อน ๆ เจือจางด้วยกลิ่นอายความเครียดลอยแตะจมูกเชฟสาวจอมเนี้ยบ รินลดาชะงักไปเล็กน้อย เธอนิ่วหน้าพยายามขยับตัวหนี แต่ความแคบของเบาะหลังทำให้ไม่มีทางเลือกมากนัก
"ขยับไปหน่อยสิคะ ตัวคุณใหญ่เท่าควายป่าหรือยังไง" รินลดาบ่นพึมพำ พลางใช้มือผลักไหล่อีกฝ่ายเบา ๆ
"ถ้าฉันตัวใหญ่ คุณก็คงเป็นมดงานที่เกาะติดอยู่ข้างกายฉันไม่ยอมปล่อยเหมือนกันนั่นแหละค่ะ, คุณเชฟ" พรรษพรหันขวับมาสบตา ปลายจมูกของทั้งคู่แทบจะชนกันในความมืดสลัว แววตาดื้อรั้นคู่นั้นสะท้อนประกายไฟแห่งความถือดีที่รินลดาคุ้นเคยดี และที่สำคัญ... มันใกล้ชิดเกินกว่าที่หัวใจจังหวะปกติจะรับไหว
รินลดาเลือกที่จะเบือนหน้าหนีออกไปนอกหน้าต่างเพื่อซ่อนร่องรอยความปั่นป่วนที่จู่ ๆ ก็ตีตื้นขึ้นมาในอก เธอเกลียดความรู้สึกนี้ เกลียดความรู้สึกที่ว่าผู้หญิงปากร้ายตรงหน้ามีอิทธิพลต่อจังหวะการเต้นของหัวใจเธอได้ง่ายดายเหลือเกิน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน พวกเธอเพิ่งจะเปิดศึกวาจาซัดกันน่วมในคอลัมน์วิจารณ์อาหารชื่อดังจนเกือบจะฟ้องร้องหมิ่นประมาทกันด้วยซ้ำ แต่ชะตากรรมบ้า ๆ นี่กลับเหวี่ยงให้พวกเธอต้องมานั่งหายใจรดต้นคอ หลบกระสุนปืนของมือสังหารปริศนาด้วยกัน
สิบนาทีต่อมา รถยนต์ทั้งสองคันก็เลี้ยวลอดผ่านซุ้มไม้รกทึบเข้าสู่ลานจอดรถของบ้านพักไม้ยกพื้นสูงสไตล์โคโลเนียลที่ซ่อนตัวอยู่อย่างแนบเนียนท่ามกลางแมกไม้นานาพันธุ์ แสงไฟสีส้มสลัวจากระเบียงบ้านส่องประกายต้อนรับผู้มาเยือน บรรยากาศรอบด้านเงียบสงัดจนได้ยินแต่เสียงจิ้งจีดเรไรร้องระงมและเสียงลมหายใจของขุนเขา
สารวัตรธนาก้าวลงจากรถคันหน้า เดินตรงมาเปิดประตูให้พรรษพรและรินลดาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"ถึงแล้วครับ เซฟเฮาส์หลังนี้ปลอดภัยที่สุดในตอนนี้ ระบบรักษาความปลอดภัยตัดขาดจากภายนอกโดยสิ้นเชิง ไม่มีใครตามพวกคุณเจอแน่นอน" สารวัตรหนุ่มกล่าวสรุปสั้น ๆ ก่อนจะผายมือเชิญให้ทั้งคู่เดินขึ้นบันไดไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดตามน้ำหนักก้าว
ภายในบ้านพักถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้โบราณ กลิ่นอับของฝุ่นผสมกับกลิ่นไม้เก่าลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ มีห้องโถงกว้างที่เชื่อมต่อไปยังห้องครัวเปิดโล่ง และมีประตูห้องนอนเพียงสองห้องที่อยู่ตรงข้ามกันอย่างพอดิบพอดี
"เรามีปัญหาเรื่องห้องพักนิดหน่อยครับ" สารวัตรธนาขยี้ผมตัวเองด้วยความกลัดกลุ้ม "บ้านหลังนี้ถูกเตรียมไว้สำหรับทีมปฏิบัติการเฉพาะกิจที่มีเจ้าหน้าที่ผู้ชายห้าคน และตอนนี้ห้องนอนใหญ่ถูกใช้เป็นศูนย์สื่อสารและเก็บอุปกรณ์ไปแล้ว เหลือห้องนอนเล็กปลายทางเดินแค่ห้องเดียว..."
พรรษพรเลิกคิ้วขึ้นสูงทันที "หมายความว่ายังไงคะ? ห้องเดียว?"
"ใช่ครับ... มีเตียงเดี่ยวขนาดใหญ่แค่เตียงเดียว ผมต้องขออภัยด้วยจริง ๆ สถานการณ์มันกระชั้นชิดมาก เราไม่มีเวลาหาบ้านพักหลังอื่นแล้ว" สารวัตรยิ้มแห้ง ๆ ก่อนจะรีบขอตัวเดินเลี่ยงไปตรวจเช็กความเรียบร้อยรอบตัวบ้าน ปล่อยให้ผู้หญิงสองคนยืนค้างอยู่กลางห้องโถงท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัด
รินลดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอหันไปมองหน้าพรรษพรที่กำลังจ้องมองเธอด้วยแววตาคาดเดาไม่ได้
"ฉันนอนโซฟาข้างนอกนี่ก็ได้ค่ะ เชิญคุณครองเตียงเดี่ยวเจ้าปัญหาของคุณไปคนเดียวเลย" รินลดาเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พลางวางกระเป๋าเดินทางลงบนพื้นไม้
พรรษพรแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เชฟสาวทีละก้าวอย่างเชื่องช้า สายตาส่อแววเจ้าเล่ห์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้มาดนิ่งสนิท "โซฟาไม้แข็ง ๆ ตัวนั้นน่ะเหรอคะ? เกรงว่าคุณตื่นขึ้นมาพรุ่งนี้เช้ากระดูกคงจะหักเป็นสามท่อน และฉันคงต้องมารับผิดชอบอุ้มคุณส่งโรงพยาบาลอีกรอบ... ไม่เอาด้วยหรอกค่ะ เสียเวลา"
"ฉันดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องรบกวนความกรุณาจากนักวิจารณ์ปากจัดอย่างคุณหรอกค่ะ" รินลดาเชิดหน้าขึ้น สบตาอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้
"ปากแข็งเสียจริงนะคะ" พรรษพรโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนรินลดาต้องเผลอถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะไม้โดยอัตโนมัติ กลิ่นวานิลลาจาง ๆ โชยเข้าจมูกอีกครั้ง ชวนให้รู้สึกเคลิบเคลิ้มท่ามกลางอากาศเย็นเยือกของหุบเขา "ถ้าคุณคิดว่าคืนนี้เราจะรอดปลอดภัยจากการนอนร่วมเตียงเดียวกันได้ละก็... เชิญตามสบายเลยค่ะ"
ยังไม่ทันที่รินลดาจะทันได้ต่อปากต่อคำ ประตูไม้บานใหญ่หน้าบ้านก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนัก ๆ หลายคู่ที่กรูเข้ามาด้านในอย่างรวดเร็ว
สารวัตรธนาวิ่งหน้าตาตื่นพุ่งเข้ามาจากห้องครัว มือแกร่งชักอาวุธปืนพกออกมาจากซองข้างเอวทันที ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนก
"หมวด! เกิดอะไรขึ้น?" สารวัตรตะโกนถามลูกน้องที่วิ่งตามเข้ามา แต่คำตอบที่ได้กลับไม่ใช่เสียงรายงานสถานการณ์... หากแต่เป็นเสียงล็อกกลอนประตูจากด้านนอก และเสียงกริชโลหะที่กระทบกันดังแกร็ก!
รินลดาและพรรษพรหันขวับไปมองที่หน้าบานกระจกใสของห้องโถง ท่าجارความมืดมิดภายนอก เงาร่างของชายชุดดำนับสิบคนกำลังเดินคืบคลานเข้ามาล้อมตัวบ้านไว้ทุกด้านอย่างเงียบเชียบ และที่น่ากลัวที่สุด... ไฟฟ้าภายในบ้านทั้งหมดก็ดับวูบลงพร้อมกันในเสี้ยววินาทีนั้น
ความมืดสนิทเข้าปกคลุมบ้านพักกลางหุบเขา ท่ามกลางเสียงลมหายใจที่สะดุดกึกของพรรษพรที่เอื้อมมือมาคว้าข้อมือของรินลดาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
"พวกมัน... ตามเรามาเจอได้ยังไง..." พรรษพรพزิซพึมพำแผ่วเบารดต้นคอของรินลดาในความมืด ขณะที่เสียงเคาะกระจกเบา ๆ ดังขึ้นจากทางด้านหลังห้องนอน...
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นไปกับรินลดาและพรรษพรในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสาวจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 4
พื้นที่ปลอดภัยในเขตร้อน
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสาวจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!