เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสาวจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 5

กฎของบ้านมีไว้แหก

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
“ถ้าคุณยังเอาตะหลิววางผิดองศาแบบนั้นอีกครั้งเดียว ฉันจะถือว่าคุณกำลังประกาศสงครามกับเชฟอาชีพอย่างเป็นทางการนะคะ คุณพรรษพร” เสียงหวานที่เจือกระแสความหงุดหงิดระคนเยือกเย็นดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดในครัวสเตนเลสสตีลเงาวับของเซฟเฮาส์ รินลดายืนกอดอกแน่น ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นสายตาใสจดจ้องมองผู้บุกรุกที่ถือวิสาสะเข้ามาป้วนเปี้ยนในอาณาจักรของเธอตั้งแต่เช้าตรู่ เส้นผมสีดำสนิทที่เคยรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อยเริ่มมีปอยหลุดลุ่ยลงมาเคลียกรอบหน้า เนื่องจากความหัวเสียที่สะสมมานานเกือบชั่วโมงเต็ม พรรษพรในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีครีมพับแขนขึ้นอย่างลวกๆ ยักไหล่เบาๆ อย่างไม่สะทกสะท้าน ร่างระหงพิงสะโพกกับเคาน์เตอร์หินอ่อน มือเรียวบางกำลังคีบชิมสตรอว์เบอร์รีสดในอ่างล้างผักเข้าปากอย่างสบายใจเฉิบ ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนานยามได้เห็นคนตรงหน้าคิ้วขมวดมุ่นจนแทบจะผูกกันเป็นปม “สงครามเหรอคะ? ฟังดูน่าสนุกดีออก” พรรษพรเคี้ยวผลไม้ในปากอย่างเชื่องช้า น้ำเสียงนุ่มนวลแต่กวนประสาทถูกส่งกลับมาพร้อมรอยยิ้มมุมปาก “อีกอย่าง ฉันเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้นะคะเชฟริน... การที่ฉันจะเดินมาตรวจตรา ‘พื้นที่ทำงาน’ ของลูกจ้าง (ที่พ่วงตำแหน่งผู้ร่วมชายคา) มันก็เป็นสิทธิ์อันชอบธรรมไม่ใช่หรือไงคะ” “ผู้ร่วมชายคาไม่ใช่ลูกจ้างค่ะ และกรุณาจำกัดเขตตัวเองให้อยู่ห่างจากโซนเตรียมอาหารของฉันอย่างน้อยสามเมตรด้วย ไม่อย่างนั้นฉันรับรองไม่ได้ว่ามีดแล่ปลาในมือฉันจะพลาดไปปักตรงไหนของร่างกายคุณบ้าง” รินลดาขู่เสียงลอดไรฟัน ก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดตัวร่างสูงโปร่งที่ยังคงลอยหน้าลอยตา ทว่าพรรษพรกลับไม่มีทีท่าว่าจะถอยหลังหนี กลับยิ่งขยับเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ เจือกลิ่นเปรี้ยวของผลไม้ลอยเข้าปะทะจมูก ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้รินลดาชะงักไปชั่วขณะ ลมหายใจที่พ่นออกมาสะดุดกึกเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าดวงตาคู่นั้นอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบเดียว ประกายตาสุกสกาวของนักวิจารณ์สาวไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีแต่ความท้าทายที่ชวนให้หัวใจคนมองเต้นผิดจังหวะอย่างน่าโมโห “ดุเป็นแมวเปอร์เซียที่เพิ่งโดนเหยียบหางเลยนะคะ” พรรษพรโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กระซิบเสียงพร่าข้างใบหูที่ขึ้นสีแดงเรื่อ “แต่บอกไว้ก่อนนะ... กฎข้อแรกของเซฟเฮาส์หลังนี้ คือ ‘ไม่มีกฎ’ สำหรับฉันหรอกค่ะ” รินลดาเม้มริมฝีปากแน่น ความโกรธเคืองเมื่อครู่วาร์ปหายไป กลายเป็นความปั่นป่วนในช่องท้องที่เธอเกลียดชังเสียยิ่งกว่าการทำอาหารเสียรสชาติ มือเรียวเล็กที่ถือผ้ากันเปื้อนยกขึ้นดันลาดไหล่บางให้ออกห่าง ทว่าพรรษพรกลับจับข้อมือของเธอไว้ทันทีสัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วที่แตะลงบนผิวเนื้อทำให้รินลดารู้สึกราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นพล่านไปทั่วร่าง “ปล่อยนะคะ” เธอพยายามดึงมือกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้แข็งกร้าวที่สุด แต่ใบหน้าที่ขึ้นสีแดงก่ำกลับทรยศความรู้สึกทั้งหมด “ไม่ปล่อยค่ะ จนกว่าคุณจะยอมรับว่า... อาหารเช้าฝีมือฉันเมื่อวานนี้ไม่ได้แย่อย่างที่คุณคอมเมนต์ไว้” พรรษพรหรี่ตามองอย่างเจ้าเล่ห์ ยอมผ่อนแรงจับลงเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยมือจากการกุมกุม “ไม่อ่ะค่ะ! ไข่ดาวกรอบเกรียมจนไหม้แถมเกลือหกใส่ครึ่งกระปุกแบบนั้น ต่อให้เป็นสุนัขข้างถนนยังเมินเลยนะคะ อย่ามาเทียบชั้นกับมาตรฐานเชฟระดับประเทศอย่างฉัน—” เสียงเถียงฉอดๆ ของรินลดาต้องกลืนกลับลงไปในลำคอทันที เมื่อจู่ๆ พรรษพรก็คว้าจานเบเกอรีที่วางอยู่ใกล้ที่สุด หยิบชิ้นพายแอปเปิ้ลที่เพิ่งอบเสร็จส่งเข้าปากตัวเองครึ่งหนึ่ง แล้วโน้มใบหน้าเข้ามาประชิดริมฝีปากของเธอด้วยความรวดเร็วที่ไม่อาจตั้งตัว! ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ สัมผัสนุ่มหยุ่นและความหวานละมุนของแอปเปิ้ลเชื่อมผสมซินนามอนระเบิดขึ้นบนปลายลิ้น ทว่าสิ่งที่รุนแรงยิ่งกว่ารสชาติของขนม คือสัมผัสอุ่นซ่านจากเรียวปากของคนที่จงใจแกล้งกันอย่างอารมณ์ดี พรรษพรค้างท่าทางนั้นไว้ชั่วอึดใจ ก่อนจะผละออกช้าๆ พร้อมรอยยิ้มพึงพอใจที่ฉาบอยู่บนใบหน้าสวย “หวานดีออกนะคะ... ทั้งพาย ทั้งคนแถวนี้” รินลดาตัวแข็งทื่อ สมองประมวลผลไม่ทันกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น มือข้างที่ว่างเผลอยกขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองที่ยังคงร้อนผ่าว ความอายพุ่งปรี๊ดจนอยากจะหายตัวทะลุกำแพงห้องครัวหนีไปให้พ้นหน้าคนเจ้าเล่ห์ “คุณ... คุณมันบ้าไปแล้ว!” รินลดาแหวลั่น หน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูและลำคอระหง ความพยายามที่จะรักษามาดเชฟผู้เยือกเย็นพังทลายไม่เป็นท่า พรรษพรหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี ดวงตาพราวระยับมองอาการเขินอายจนตัวสั่นของคนตรงด้วยความเอ็นดูที่ปิดไม่มิด “ก็ฉันบอกแล้วไงคะว่ากฎของบ้านมีไว้แหก... และเชฟจอมเนี้ยบอย่างคุณ ก็ดูเหมือนจะรับมือยากกว่าที่ฉันคิดเสียด้วยสิ” ทว่าก่อนที่รินลดาจะได้อ้าปากด่ากราดด้วยถ้อยคำที่เผ็ดร้อนที่สุด พรรษพรก็ชะงักกึก รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าสวยเลือนหายไปในเสี้ยววินาที ดวงตาคู่คมหันขวับไปมองทางประตูหน้าห้องครัวที่เชื่อมต่อกับโถงทางเดิน ท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงทันตาเห็น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าหนังราคาแพงกำลังก้าวใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับเงาร่างสูงโปรศของใครบางคนที่หยุดยืนอยู่ตรงธรณีประตู “รินลดา... ลูกทำอะไรอยู่ทำไมฉันโทรหาถึงไม่รับสาย รู้ไหมว่าป๊ารอจนเบื่อแล้ว” น้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจที่เอ่ยขึ้นทำเอารินลดาหน้าซีดเผือด เลือดในกายเย็นเฉียบลงชั่วขณะ เมื่อบุคคลที่ก้าวเข้ามาในครัวเซฟเฮาส์ลับแห่งนี้... คือบิดาผู้ไม่เคยยอมรับในเส้นทางสายอาหารของเธอเลยแม้แต่น้อย! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นไปกับรินลดาและพรรษพรในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสาวจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%