เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังมันเข้ามาให้ได้ แรงกระแทกนั้นสะเทือนสะท้านเข้ามาถึงแผ่นหลังของรินลดาที่ยังคงแนบชิดอยู่กับเคาน์เตอร์ครัว ระยะห่างระหว่างเธอกับพรรษพรในวินาทีก่อนหน้านี้แทบไม่เหลือช่องว่าง
ทว่าความวาบหวามที่เคยคุกรุ่นอยู่ในอกกลับถูกกระชากกระชั้นให้แตกสลายหายไปในพริบตา เมื่อใบหน้าคมคายของเชฟสาวเจ้าของเซฟเฮาส์เผือดสีลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่คมที่มักจะฉายแววเย่อหยิ่งและมั่นอกมั่นใจเสมอ บัดนี้กลับเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกที่พยายามเก็บซ่อนไว้อย่างสุดความสามารถ
"ใคร..." รินลดาขยับริมฝีปากถามด้วยเสียงกระซิบแผ่วเบา สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องลั่นในโสตประสาท
"อย่าส่งเสียง..." พรรษพรเอ่ยเสียงเครียดจัด นิ้วเรียวยาวทาบลงบนริมฝีปากของรินลดาเป็นการห้ามปราม สัมผัสเย็นเฉียบจากปลายนิ้วนั้นสะท้อนให้เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังตื่นตระหนกแค่ไหน แววตาของนักวิจารณ์สาวคนดังไม่ได้มีความเย่อหยิ่งเหลืออยู่เลย มีเพียงความหวาดระแวงและความเจ็บปวดบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ก้นบึ้งของนัยน์ตาคู่นั้น
*ปัง! ปัง! ปัง!*
"พรรษพร! ฉันรู้ว่าเธออยู่ข้างใน เปิดประตูเดี๋ยวนี้! อย่าทำตัวเป็นเด็กหนีปัญหาแบบนี้อีกนะ!"
เสียงตะโกนตวาดแว้ดด้วยความเกรี้ยวกราดดังทะลุกรอบประตูเข้ามา เป็นเสียงของผู้หญิง... เสียงที่เต็มไปด้วยความถือดีและอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เสียงที่ต่อให้ไม่ได้เห็นหน้า รินลดาก็พอมโนภาพออกทันทีว่าเป็นใคร—คุณหญิงมณีรัตน์ มารดาผู้ให้กำเนิดและผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการอาหารผู้เปรียบเสมือนเงาทมิฬในชีวิตของพรรษพร
รินลดาขมวดคิ้วมุ่น ความสับสนตีรวนอยู่ในอกจนแยกไม่ออกว่าควรจะรู้สึกอย่างไรดี ภาพลักษณ์ของเชฟสาวผู้แสนจะเนี๊ยบ เฉียบขาด และใจร้ายในสายตาประชาชนอย่างพรรษพร กลับพังทลายลงเหลือเพียงเด็กสาวผู้หวาดกลัวต่อแรงกดดันจากครอบครัวในยามนี้
พรรษพรผละถอยห่างจากรินลดาอย่างรวดเร็ว ลมหายใจของเชฟสาวหอบกระชั้น ไหล่บางลู่ลงเล็กน้อยอย่างคนแบกรับโลกไว้ทั้งใบ มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่พยายามจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ความเย่อหยิ่งที่เคยสวมใส่ไว้ดั่งเกราะป้องกันถูกถอดทิ้ง เหลือเพียงความเปราะบางที่น่าใจหาย
"คุณ..." รินลดาก้าวเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกถือดีและอยากเอาชนะที่เคยมีต่อพรรษพรหายวับไปกับตา เมื่อเห็นแววตาไหวระริกคู่นั้น รินลดาเพิ่งตระหนักได้ในวินาทีนี้เองว่า กำแพงน้ำแข็งหนาทึบที่พรรษพรสร้างขึ้นรอบตัว แท้จริงแล้วไม่ได้มีไว้เพื่อผลักไสผู้คนให้ออกห่างด้วยความรังเกียจ หากแต่มันคือป้อมปราการอันเปราะบางที่ใช้ปกป้องหัวใจที่ถูกกรีดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากคนที่ควรจะรักเธอที่สุดต่างหาก
"ออกไปทางประตูหลังซะ..." พรรษพรหันมาสั่งเสียงสั่น แต่พยายามดึงน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุด ดวงตาคู่สวยมองตรงมาที่รินลดาด้วยความรู้สึกหลากหลาย "ฉันไม่อยากให้เธอมาเห็นสภาพน่าสมเพชของฉันตอนนี้ ได้โปรด... รินลดา"
คำขอร้องที่หลุดออกมาจากปากของคนปากร้าย ทำให้หัวใจของเชฟอัจฉริยะกระตุกวูบ รินลดาไม่เคยเห็นพรรษพรในมุมนี้ มุมที่ยอมจำนน มุมที่ยอมรับความอ่อนแอต่อหน้าคู่ปรับคนสำคัญอย่างเธอ
แทนที่จะก้าวเดินหนีออกไปทางประตูหลังตามคำสั่ง รินลดากลับตัดสินใจทำในสิ่งที่แม้แต่ตัวเองยังคาดไม่ถึง มือเรียวเอื้อมไปคว้ามือสั่นเทานั้นมากุมไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของรินลดาแผ่ซ่านผ่านผิวเนื้อ เยเยือกที่สั่นเทาของพรรษพรชะงักกึก ดวงตาคู่คมมองค้างมาที่มือของพวกเธอที่กุมกันไว้ ก่อนจะเงยขึ้นสบตากับรินลดาด้วยความไม่เข้าใจ
"ปล่อยฉัน..." พรรษพรพยายามดึงมือกลับ แต่รินลดาบีบมันแน่นขึ้น
"ไม่ปล่อยค่ะ" รินลดาเอ่ยเสียงหนักแน่น แววตาที่มองมาไม่มีร่องรอยของการเยาะเย้ยถากถาง มีแต่ความแน่วแน่ที่ทำให้อีกฝ่ายนิ่งงัน "ฉันไม่ใช่คนชอบหนีปัญหา และยิ่งไม่ใช่คนที่ยอมแพ้ง่ายๆ ด้วย ในเมื่อคุณไม่ได้ใจร้ายอย่างที่ฉันเคยคิด แล้วทำไมฉันถึงต้องปล่อยให้คุณเผชิญหน้ากับเรื่องบ้าๆ นี่คนเดียวด้วยล่ะคะ?"
พรรษพรนิ่งอึ้ง เม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด ความรู้สึกบางอย่างอัดแน่นจนจุกอยู่ที่ลำคอ น้ำตาคลอหน่วยขึ้นที่ขอบตาคู่สวยอย่างห้ามไม่อยู่ แต่เจ้าตัวกลับพยายามเงยหน้าขึ้นเพื่อกลั้นมันเอาไว้ ไม่ยอมให้มันไหลลงมาประจานความอ่อนแอ
*แอ๊ด... เสียงกุญแจไขกระทบกับรูกลอนดังขึ้นแผ่วเบา!*
รินลดาเบิกตากว้างเมื่อตระหนักได้ว่า นอกเหนือจากเสียงทุบประตูแล้ว อีกฝ่ายยังมีกุญแจสำรอง!
พรรษพรสะดุ้งสุดตัว สติที่กระเจิดกระเจิงกลับมาลนลานอีกครั้ง "ตายจริง... เธอยังมีกุญแจสำรองซ่อนไว้อีก..." เชฟสาวพึมพำกับตัวเองอย่างคนสิ้นหวัง
ทว่า ในจังหวะที่บานประตูหน้ากำลังจะถูกผลักเปิดออกด้วยฝีมือของผู้มาเยือนยามวิกาล รินลดากลับไม่รอช้า มือเรียวฉุดกระชากแขนของพรรษพรให้วิ่งตามตนเข้าไปหลบหลังเคาน์เตอร์ครัวตัวใหญ่อย่างรวดเร็ว แรงเหวี่ยงทำให้ทั้งคู่เซถลาล้มลงไปกองกับพื้นด้วยกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด ท่ามกลางความเงียบงันและเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาในตัวบ้านอย่างเร่งรีบ
หัวใจของทั้งสองดวงเต้นรัวระรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อบุคคลที่สามที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ แต่เป็นเพราะสัมผัสแนบชิดและสายตาร้อนผ่าวที่สบประสานกันในความมลสลัวของมุมอับสายตา
พรรษพรนอนทับอยู่บนร่างของรินลดา ลมหายใจหอบกระชั้นเป่ารดแก้มเนียน รินลดาเอื้อมมือขึ้นโอบรอบเอวบางของเชฟสาวไว้โดยสัญชาตญาณเพื่อพยุงไม่ให้ล้มลงไปอีก ขณะที่ดวงตาคู่คมของพรรษพรจ้องมองริมฝีปากของเธอสลับกับนัยน์ตาที่ฉายแววท้าทายแต่ทว่าอ่อนโยนอย่างประหลาด
เสียงฝีเท้าหยุดลงตรงหน้าห้องครัว พร้อมกับเสียงถอนหายใจด้วยความหงุดหงิดของคุณหญิงมณีรัตน์ที่ดังขึ้นอย่างชัดเจน
"พรรษพร! ออกมาคุยกันให้รู้เรื่องนะ แม่รู้ว่าเธอซ่อนตัวอยู่ที่นี่ อย่าทำให้โมโหไปมากกว่านี้เลย!"
ในขณะที่ลมหายใจของคนข้างนอกกำลังปะทะเข้ามาในห้องครัว ความเงียบงันภายในบังเกอร์ชั่วคราวของคนทั้งสองกลับเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่วิ่งพล่าน รินลดาเลื่อนสายตาจากดวงตาคู่สวยลงมามองริมฝีปากที่สั่นเทาน้อยๆ ของพรรษพร หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนที่กำลังแข่งขันทำอาหารรอบชิงชนะเลิศเสียอีก
พรรษพรขยับริมฝีปากคล้ายจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่ยังไม่ทันที่เสียงกระซิบใดจะเล็ดลอดออกมาจากเรียวปากคู่นั้น...
มือกลอนประตูห้องครัวที่พวกเธอกำลังหลบซ่อนอยู่ ก็ถูกหมุนบิดลงอย่างช้าๆ พร้อมกับแสงไฟสว่างวาบที่สาดส่องเข้ามา!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ผลิบานของพวกเธอนะคะ
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสาวจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 13
รอยร้าวของความเย็นชา
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสาวจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!