เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสาวจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 12

รสสัมผัสที่ซื่อตรง

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
กลิ่นอายของไวน์แดงบอร์โดซ์ราคาแพงเคล้ากับกลิ่นควันจาง ๆ จากเตาอบในเซฟเฮาส์ยามวิกาล มันช่างเป็นส่วนผสมที่อันตรายเสียยิ่งกว่าสารเคมีใด ๆ ในห้องครัว แก้วทรงสูงใบเปล่าถูกกระแทกลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อนเสียงดัง *กริ๊ง* ไม่ใช่เพราะความโมโห แต่เป็นเพราะมือเรียวสวยของพรรษพรเริ่มไร้ซึ่งการควบคุม นักวิจารณ์สาวผู้ทรงอิทธิพลผู้ไม่เคยแสดงความอ่อนแอต่อหน้าใครในยามปกติ บัดนี้พวงแก้มเนียนกลับซับสีเลือดฝาดจัด ดวงตาคู่คมที่มักใช้มองจับผิดอาหารทุกจานในเมืองหลวง ปรือปรอยลงอย่างน่ามอง “คุณริน... หยุดมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นสักทีได้ไหมคะ” พรรษพรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ติดจะอ้อแอ้เล็กน้อย แต่มันกลับแฝงความตัดพ้อเอาไว้อย่างชัดเจนจนรินลดาที่กำลังยืนเช็ดทำความสะอาดอุปกรณ์ทำครัวอยู่ถึงกับชะงักมือ รินลดาถอนหายใจยาว พยายามรักษามาดเชฟสาวผู้สมบูรณ์แบบนิยมเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย เธอวางผ้าลงบนเคาน์เตอร์แล้วหันมาเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายตรง ๆ “ฉันมองคุณแบบไหนคะ คุณพรรษพร? ฉันแค่มองคนที่กำลังเมาจนเกือบจะทำแก้วไวน์ตกแตกเป็นรอบที่สามต่างหาก” “มองแบบ... ที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่เด็กอนุบาลในสายตาคุณ” พรรษพรแค่นหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ร่างระหงขยับเข้ามาประชิดเคาน์เตอร์ฝั่งที่รินลดายืนอยู่ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ “คุณคิดว่าตัวเองเก่งนักใช่ไหม? ทำอาหารอะไรก็อร่อย สมบูรณ์แบบไร้ที่ติจนฉันหาข้อติไม่ได้... แต่คุณรู้ไหม ว่ามีบางอย่างที่คุณไม่เคยชนะฉันเลยสักครั้งเดียว” รินลดาขมวดคิ้วเล็กน้อย หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นผิดจังหวะกับกลิ่นไวน์และกลิ่นกายหอมละมุนที่ลอยมาแตะจมูก “อะไรคะที่คุณว่า” “ความรู้สึกของฉันยังไงล่ะคะ!” คำตอบนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีเข้มอย่างไม่ทันตั้งตัว พรรษพรไม่ได้พูดมันด้วยน้ำเสียงประชดประชันเหมือนทุกครั้ง แต่แววตาที่เงยขึ้นสบตากันนั้นมันสั่นระริก เต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้มาดเนี้ยบมานานแรมเดือน ห้องครัวทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงเครื่องฟอกอากาศที่ทำงานเบา ๆ เป็นฉากหลัง รินลดาเบิกตากว้างเล็กน้อย สมองที่มักจะประมวลผลสูตรอาหารได้อย่างรวดเร็ว กลับว่างเปล่าสนิทเมื่อเผชิญหน้ากับความซื่อตรงที่ไร้การปรุงแต่งของผู้หญิงตรงหน้า “คุณ... เมามากแล้วนะคะพรรษพร” รินลดาพยายามเบี่ยงเบนประเด็น น้ำเสียงที่เคยราบเรียบกลับสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อมือเรียวของนักวิจารณ์สาวเอื้อมขึ้นมาแตะเบา ๆ ที่ปกเสื้อเชิ้ตของเธอ “ใช่ ฉันเมา... เมาจนมีความกล้าพอที่จะพูดความจริงออกไปสักที” พรรษพรขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ปลายจมูกของทั้งคู่แทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์เป่ารดอยู่ริมแก้ม “คุณคิดว่าฉันมาคอยตามจิก ตามวิจารณ์ ตามหาเรื่องคุณทุกซอกทุกมุมของประเทศนี้เพราะเกลียดคุณนักหรือไงคะ รินลดา?” รินลดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาคมกริบกวาดมองพวงแก้มแดงก่ำและเรียวปากที่เผยอขึ้นน้อย ๆ ของอีกฝ่าย ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับเอาไว้ใต้ก้นบึ้งของหัวใจเริ่มปะทุขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ “ถ้าไม่ใช่เพราะเกลียด... แล้วเพราะอะไรล่ะคะ” รินลดาถามเสียงแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าเสียงของตัวเองจะไปทำลายบรรยากาศเปราะบางตรงหน้า “เพราะว่า... ทุกครั้งที่คุณทำอาหารให้ฉันกิน ฉันไม่ได้แค่วิจารณ์รสชาติของมันหรอกค่ะ” พรรษพรหลับตาลงช้า ๆ หยดน้ำตาแห่งความอัดอั้นเอ่อคลอieที่หน่วยตา ก่อนที่เธอจะลืมขึ้นมาสบตากับเชฟสาวตรง ๆ ด้วยแววตาที่เจ็บปวดและเวทนาตัวเองในเวลาเดียวกัน “ฉันกำลังกินหัวใจของคุณ... และในขณะเดียวกัน ฉันก็มอบหัวใจของตัวเองให้คุณไปหมดทั้งดวงตั้งนานแล้วต่างหากล่ะคะ” คำสารภาพนั้นทุบเข้าที่กลางอกของรินลดาอย่างจัง โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน รสชาติของความรู้สึกพรั่งพรูเข้ามาในความรู้สึกยิ่งกว่าอาหารจานไหน ๆ ที่เธอเคยรังสรรค์ มันไม่ใช่ความหวาน ไม่ใช่ความเปรี้ยว แต่มันคือความซื่อตรงที่บาดลึกและงดงามจนน่าใจหาย เชฟสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ยื่นมือออกไปประคองกรอบหน้าเนียนของพรรษพรไว้อย่างทะนุถนอม นิ้วโป้งเกลี่ยไล้รอยน้ำตาบนแก้มใสแผ่วเบา “คุณนี่มัน... ร้ายกาจชะมัดเลยนะคะพรรษพร” “ฉันไม่ได้ร้าย... ฉันแค่เหนื่อยที่จะต้องใจแข็งใส่คุณแล้ว” พรรษพรเอียงแก้มแนบกับฝ่ามืออุ่นของรินลดา ราวกับลูกแมวตัวน้อยที่ยอมจำนนต่อเจ้าของ ระยะห่างที่เหลือเพียงน้อยนิดถูกร่นเข้ามาอีกครั้ง รินลดาเป็นฝ่ายขยับเข้าไปใกล้ ปลายจมูกคลอเคลียกันจนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น รสสัมผัสแห่งความซื่อตรงกำลังจะถูกเชื่อมต่อด้วยริมฝีปากที่สั่นเทาของทั้งคู่ หัวใจสองดวงเต้นรัวเร็วจนแทบจะเป็นจังหวะเดียวกันในความเงียบสงบของเซฟเฮาส์ลับ ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากกำลังจะแตะเข้าหากันอย่างเนิบนาบ เสียงกริ่งประตูหน้าเซฟเฮาส์ก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงเคาะรัว ๆ ที่ทำลายบรรยากาศแสนหวานจนยับเยิน *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* “คุณริน! เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ! ฉันรู้ว่าเธอกับยัยนักวิจารณ์ตัวแสบ2คนอยู่ในนั้น!” เสียงตะโกนโวยวายด้วยความเกรี้ยวกราดที่ดังลอดเข้ามาจากด้านนอก ทำให้รินลดาและพรรษพรผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต ใบหน้าของเชฟสาวเปลี่ยนเป็นสีเผือดด้วยความตกใจ เมื่อจำนนได้ทันทีว่าเจ้าของเสียงนั้นคือใคร—บุคคลที่ไม่ควรจะมาปรากฏตัวที่นี่ในยามวิกาลแบบนี้เด็ดขาด! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมลุ้นและอินไปกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ในตอนนี้มากๆ เลยนะคะ
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสาวจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%