เสียงกEvเด่นชัดของส้นรองเท้ากระทบพื้นหินอ่อนยามวิกาลดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงของเซฟเฮาส์—แต่มันไม่ใช่เสียงที่ควรจะเกิดขึ้น ณ เวลาตีสองครึ่งเช่นนี้
รินลดาดีดตัวขึ้นจากโซฟาหนังสีเข้มในห้องครัวทันที สัญชาตญาณดิบของเชฟผู้ผ่านสมรภูมิห้องครัวมาโชกโชนสั่งให้เธอหยุดทุกลมหายใจ ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวถึงขีดสุด ไม่ใช่เพราะกลัวอันตรายที่จะเกิดกับตัวเอง แต่เพราะร่างเพรียวบางของพรรษพรที่กำลังงงงวยอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ต่างหากคือเป้าหมาย
“เงียบไว้”
รินลดากระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับใบหูของคนตัวเล็กกว่าในจังหวะที่เธอพุ่งเข้าไปคว้าตัวพรรษพรดึงให้หลบเข้ามุมอับสายตาหลังเสาต้นใหญ่ มือเรียวที่เคยจับแต่มีดเชฟด้ามทองเหลืองเวลานี้เอื้อมไปคว้า ‘มีดเชฟซันโตกุ’ เล่มคมกริบที่เพิ่งล้างสะอาดสะอ้านขึ้นมาถือไว้มั่น ความเย็นเฉียบของเนื้อเหล็กกล้าไร้สนิมสะท้อนแสงไฟสลัวจากตู้เย็น ขับให้แววตาคู่คมของเชฟสาวดูดุดันและอันตรายยิ่งกว่ายามปกติ
“เกิดอะไรขึ้น...” พรรษพรเบิกตากว้าง แม้จะเป็นนักวิจารณ์ปากกล้าผู้ทรงอิทธิพล แต่ในสถานการณ์คับขันไร้การเตรียมตัว หัวใจเธอกลับเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ยิ่งไปกว่านั้น กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นวนิลาอ่อนๆ จากตัวรินลดาที่เบียดชิดเข้ามาเพื่อกำบังเธอยิ่งทำให้สติกระเจิดกระเจิง
“แขกไม่ได้รับเชิญค่ะ” รินลดาตอบสั้นๆ สันกรามคมขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน สายตาสอดส่องผ่านความมืดไปยังเงาร่างหนาที่กำลังงัดแงะหน้าต่างกระจกบานเลื่อนโซนห้องนั่งเล่น
เสียงเหล็กงัดกับวงกบดังเอี๊ยดอ๊าดบาดประสาท บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เซฟเฮาส์หลังนี้ถูกออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยสูงสุด การที่คนนอกสามารถเจาะเข้ามาถึงจุดนี้ได้หมายความว่าระบบความปลอดภัยถูกแทรกแซง หรือไม่... ก็มีเกลือเป็นหนอนอยู่ข้างใน
“คุณริน...” พรรษพรขยับตัวเล็กน้อย นิ้วเรียวเผลอควชายเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่ายไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ความหวาดกลัวสะท้อนผ่านดวงตากลมโตคู่สวย แต่สิ่งที่ทำให้รินลดาหัวใจกระตุกวาบไม่ใช่ความกลัวของพรรษพร หากแต่เป็นความไว้วางใจอย่างไร้เงื่อนไขที่อีกฝ่ายมอบให้ในยามคับขันต่างหาก
“ฉันบอกให้อยู่ข้างหลังฉันไงคะ” รินลดาเอ็ดเสียงเบาหวิวแต่เด็ดขาด มือข้างที่ว่างเอื้อมไปโอบเอวบางของคนข้างกายไว้หลวมๆ เพื่อดันให้ถอยร่นไปในมุมที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น สัมผัสอุ่นผ่านเนื้อผ้าทำให้พรรษพรเม้มริมฝีปากแน่น ความซึนที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกอุ่นซ่านที่แปลกประหลาดท่ามกลางสถานการณ์เฉียดตาย
*แกร๊ก!*
เสียงล็อกหน้าต่างถูกงัดจนหลุดออก ร่างสูงใหญ่ในชุดดำสนิทและสวมไอ้โม่งอำพรางใบหน้าก้าวเข้ามาในตัวบ้านอย่างเงียบเชียบ รองเท้าคอมแบตเหยียบลงบนพื้นไม้อย่างระมัดระวัง แต่ทว่า... ช้าเกินไปสำหรับประสาทสัมผัสของเชฟผู้ยึดถือความสมบูรณ์แบบเป็นสรณะ
รินลดาผ่อนลมหายใจออกยาวเหยียด ร่างกายเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงราวกับสัญชาตญาณนักล่า เธอก้าวพ้นมุมเสาออกไปเผชิญหน้ากับผู้บุกรุกโดยไม่ลังเล ปลายมีดซันโตกุในมือตั้งมั่นในองศาที่พร้อมปลิดชีพหากจำเป็น แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างอาบไล้คมมีดให้วับวามน่ากลัว
“ใครส่งแกมา” น้ำเสียงของรินลดานิ่งสนิท เย็นเยียบ และทรงพลังเสียจนผู้บุกรุกชะงักกึก มันไม่ใช่เสียงของหญิงสาวผู้บอบบางทั่วไป แต่เป็นน้ำเสียงของคนที่พร้อมจะแลกด้วยชีวิตเพื่อปกป้องสิ่งที่ตนหวงแหน
ผู้บุกรุกชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน มันชักมีดสั้นเล่มใหญ่ออกมาจากข้างเอว แววตาส่อแววอำมหิตภายใต้หน้ากาก “ฉลาดนักนะเชฟสาว... แต่เสียดายที่แกต้องตายอยู่ที่นี่!”
สิ้นคำพูด ร่างนั้นก็พุ่งเข้าใส่รินลดาราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือด ประกายเหล็กสะท้อนวาบในความมืด พรรษพรที่มองอยู่ด้านหลังกรีดร้องออกมาเบาๆ อย่างลืมตัว “ระวังค่ะ!”
*ฉับพลัน!*
ทุกอย่างเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที รินลดาไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว เธอเบี่ยงตัวหลบคมมีดที่พุ่งเข้ามาเฉียดปลายจมูกได้อย่างหวุดหวิด ก่อนจะใช้ทักษะการเคลื่อนไหวที่ได้จากการฝึกฝนการป้องกันตัวขั้นสูงพลิกตัวประชิดร่างของผู้บุกรุก มือเรียวตวัดมีดในมือฟันเข้าที่ข้อมือของฝ่ายตรงข้ามอย่างแม่นยำรากับแล่เนื้อปลา
*กรี๊ดด—ไม่ใช่สิ เสียงร้องโอดครวญของผู้บุกรุกดังลั่น* มีดสั้นในมือหลุดร่วงลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น
รินลดาไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ เธอใช้ศอกกระแทกเข้าที่ลิ้นปี่ของผู้บุกรุกเต็มแรงจนอีกฝ่ายทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้น ก่อนจะกดปลายมีดซันโตกุคมกริบลงจ่อที่ลำคอหนาของมันโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย เม็ดเหงื่อผุดพรายบนใบหน้าคมสวยของเชฟสาว แต่แววตากลับเด็ดเดี่ยวและไร้ความปรานี
“ตอบมาก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจ... ใครจ้างแกมา” รินลดาเค้นเสียงถาม นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยโทสะ
พรรษพรก้าวออกมาจากมุมมืด หัวใจเต้นระทึกขณะมองแผ่นหลังของรินลดาที่ยืนตระหง่านปกป้องเธอไว้ ความรู้สึกบางอย่างไหลทะลักเข้ามาในอก ชัดเจนและลึกซึ้งยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ผู้หญิงคนนี้... คนที่ชอบทำหน้าบึ้งตึงและถือดีในห้องครัว ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อความปลอดภัยของเธอ
ทว่า ในวินาทีที่สถานการณ์กำลังจะคลี่คลาย เสียงปรบมือเบาๆ แสนคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางประตูหน้าบ้านที่ถูกเปิดอ้าไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
“เก่งมาก...สมกับที่เป็นลูกสาวคนโปรดของตระกูลใหญ่ สมกับที่เป็นเชฟอัจฉริยะรินลดา”
รินลดาชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเงาร่างของบุคคลที่สามก้าวพ้นความมืดเข้ามาในแสงไฟ ร่างนั้นยกมือขึ้นถอดฮู้ดคลุมศีรษะออก เผยให้เห็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่ประดับบนใบหน้าของคนที่รินลดาไม่คาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่... และที่สำคัญที่สุด คนคนนั้นถือรีโมทคอนโทรลระบบความปลอดภัยทั้งหมดของเซฟเฮาส์อยู่ในมือ!
ดอกเดซี่ริมทางหวังว่าตอนนี้จะถูกใจรี้ดทุกคนนะคะ
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสาวจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 18
ปกป้องด้วยปลายมีด
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสาวจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!