วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์สยบพยศนางเซียนน้ำแข็ง•ตอนที่ 4

วิชาที่ถูกลืม

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"รอยจารึกนี้... ไม่ใช่กลวิธีของสำนักกระบี่เมฆาอัคคีเป็นแน่" เสียงพึมพำของเซียวเหวินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในถ้ำร้างลึก ประทีปปราณในมือวาดแสงสีนวลส่องกระทบผนังหินสีดำสนิท เบื้องหน้าของเขาคือแผ่นศิลาโบราณที่ถูกซ่อนเร้นไว้หลังม่านน้ำตกและค่ายกลลวงตาเจ็ดชั้น ซึ่งหากไม่ใช่เพราะความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในเรื่องอักขระและค่ายกลแล้ว เกรงว่าต่อให้ยอดฝีมือขอบเขตหลอมรวมวิญญาณมาเยือน ก็คงต้องติดกับดักและดับสูญอยู่ที่นี่โดยไร้ร่องรอย กลิ่นอับชื้นของกาลเวลาผสมผสานกับกลิ่นอายปราณโบราณที่กดทับลงมาจนลมหายใจสะดุด เซียวเหวินมิได้รีบร้อนแตะต้องแผ่นศิลานั้นทันที สุขุมเยือกเย็นคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในยุทธภพ ผู้ที่ประมาทมักกลายเป็นปุ๋ยบำรุงดินก่อนจะได้บรรลุวิถีเซียน เขากวาดสายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวอัคคีสำรวจร่องรอยอักขระที่สลักเสลาอย่างประณีตแต่มืดมน เส้นสายเหล่านี้บิดเบี้ยวราวกับร่างของมังกรที่กำลังดิ้นรนในห้วงมหรรณพ มันมิใช่การมุ่งเน้นพลังทำL1ลายล้างตรงๆ แต่เป็นการ "ฝืนเจตจำนงฟ้าดิน" อย่างแท้จริง ทันใดนั้น ภาพเหตุการณ์เมื่อหลายวันก่อนก็แวบเข้ามาในห้วงความคิด ซูหยาง นางเซียนผู้เยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี นางยืนถือกระบี่ไร้ปรานีเผชิญหน้ากับศัตรูร่วมสำนักนับร้อยด้วยความโดดเดี่ยว แววตาคู่นั้นที่ปกติแข็งกระด้างและไร้ระลอกคลื่น ยามเมื่อมองมายังเขากลับซ่อนความห่วงหาอาทรไว้อย่างมิดชิด *“เจ้าคนโง่... เหตุใดต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงในดินแดนรกร้างแห่งนี้เพื่อข้า”* เสียงของนางในวันนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท เซียวเหวินแค่นยิ้มบางเบาที่มุมปาก "เพราะเจ้าคือซูหยาง... หญิงสาวผู้แบกรับความหนาวเหน็บไว้ทั่วแผ่นดินไท่หวาง หากข้าไม่ไขว่คว้าวิชาที่สูญหายเพื่อปกป้องเจ้า แล้ววิถีกระบี่ของข้าจะมีประโยชน์อันใดเล่า" เขาสูดลมหายใจเข้าลึก โคจรพลังปราณเก้าสวรรค์คุ้มกันชีพจรทั่วร่าง ก่อนจะปลายนิ้วชี้แตะลงไปยังจุดศูนย์กลางของแผ่นศิลาโบราณ *เปรี้ยะ!* เสียงประทุของสายฟ้าสีครามดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว อักขระโบราณบนผนังหินพลันสว่างวาบขึ้นทีละตัว ไล่เรียงจากมุมมืดจนสว่างจ้าทั่วทั้งถ้ำ ลมปราณอันเกรี้ยวกราดพุ่งทะยานเข้าจู่โจมร่างของเซียวเหวินราวกับฝูงอสูรกายกระหายเลือด แรงกดดันระดับนี้หนักหน่วงเสียจนกระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่นกรอบ เลือดสดๆ ไหลรินออกจากมุมปากของเขา แต่นัยน์ตาคู่คมกลับไม่ปรากฏความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายแห่งความมุ่งมั่นและปัญญาญาณที่เฉียบคมยิ่งขึ้น "วิชาที่ถูกลืม... แท้จริงแล้วมิใช่การใช้พละกำลังเข้าห้ำหั่น แต่คือการสยบความเคลื่อนไหวด้วยความว่างเปล่าต่างหาก!" เซียวเหวินคำรามในลำคอ ปลายนิ้ววาดอักขระโต้ตอบกลางอากาศอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ ทุกเส้นสายที่เขาเขียนลงไปสอดรับกับกลไกของแผ่นศิลาอย่างสมบูรณ์แบบ ราวกับกุญแจที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อไขแม่กุญแจดอกเดียวกัน แรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาเริ่มสงบลงทีละน้อย แสงสีครามแปรเปลี่ยนเป็นรัศมีสีทองอร่ามที่แผ่ขยายความอบอุ่นปกคลุมทั่วถ้ำ บนแผ่นศิลาโบราณนั้น บัดนี้ปรากฏตัวอักษรจีนโบราณสามคำเด่นชัดขึ้นมา--- *“กระบี่กลืนนภา”* ทว่า ในวินาทีที่ความลับของวิชาอันสะท้านภพกำลังจะถูกเปิดเผยออก *ตึง! ตึง! ตึง!* เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยชีวิตดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากปากถ้ำ พร้อมกับกลิ่นอายปราณอันชั่วร้ายและคุ้นเคยอย่างยิ่งยวดที่แผ่พุ่งเข้ามาปิดตายทุกเส้นทางถอยร่น รอยยิ้มบนมุมปากของเซียวเหวินเลือนหายไปในพริบตา เขารีบเก็บตำราอักขระเข้าแหวนมิติอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับความมืดเบื้องหน้าด้วยแววตาดุดั่งพญาอินทรีย์ "ในที่สุดพวกมันก็ตามมาเร็วกว่าที่คิด..." เงาร่างมหึมาปรากฏขึ้นที่ปากถ้ำ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วหุบเขา "เซียวเหวิน! เจ้าหนูโง่เง่า นึกหรือว่าหลบหนีมาถึงที่นี่แล้วจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของสำนักกระบี่ทมิฬไปได้ ส่งตำราเล่มนั้นมา มิฉะนั้นวันนี้ที่นี่จะกลายเป็นหลุมศพของเจ้า!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพและไขปริศนาไปกับผม หมึกทองคำข้ามภพ นะครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์สยบพยศนางเซียนน้ำแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%