"วิถีกระบี่ของเจ้า... ปราศจากความลังเล แต่ก็ไร้ซึ่งลมหายใจของมนุษย์เช่นกัน"
น้ำเสียงของเซียวเหวินราบเรียบ ทว่าก้องกังวานดั่งระฆังสำริดในวิหารโบราณ ท่ามกลางศาลาแปดเหลี่ยมยอดเขาเมฆาคล้อย ที่ซึ่งเกล็ดน้ำแข็งโปรยปรายลงมาราวกับหิมะนอกฤดูกาล ปลายกระบี่สีครามเข้มในมือของซูหยางหยุดชะงักห่างจากลำคอของเขาเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ประกายแสงเย็นเยียบสะท้อนนัยน์ตาคู่คมที่ไร้ความตระหนกแม้แต่น้อย
นางเซียนแห่งวังน้ำแข็งหันมามองเขา ดวงตางดงามล้ำเลิศคู่นั้นเย็นชาดั่งหุบเขาหิมะพันปี ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำให้อุณหภูมิรอบกายลดฮวบลง "วิถีกระบี่ตระกูลซูไม่จำเป็นต้องมีลมหายใจของมนุษย์ มีเพียงความเด็ดขาดและเป้าหมายที่ไร้ความปรานีก็เพียงพอแล้ว เซียวเหวิน... เจ้ากล้าดียังไงมาวิจารณ์วิชาของข้า?"
เซียวเหวินไม่ถอยหนี เขากลับก้าวเท้าเข้าไปหาคมกระบี่ที่จ่ออยู่ตรงหน้าอีกครึ่งชั่งย่าง ปลายเหล็กเย็นเฉียบแตะเข้าที่ผิวเนื้อบริเวณไหปลาร้าจนเกิดละอองน้ำค้างเกาะพราว แต่เขากลับแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความฉลาดเป็นกรดและท่วงทีของสุภาพบุรุษผู้ถือไพ่เหนือกว่าในมือ
"ความเด็ดขาดกับความโดดเดี่ยวเป็นคนละเรื่องกันนะ{ครับ}, ซูหยาง" เซียวเหวินเอ่ยพลางใช้ปลายนิ้วเรียวยาวคีบแผ่นยันต์อักขระสีทองอร่ามที่ซ่อนไว้ระหว่างแขนเสื้อขึ้นมาเบาๆ ปราณธาตุไฟที่อัดแน่นอยู่ภายในแผ่ไออุ่นขับไล่ความหนาวเหน็บรอบตัว "เจ้าใช้กระบี่ตัดขาดทุกความรู้สึก ตัดความผูกพัน ตัดความลังเล เพื่อแลกมาซึ่งพลังที่ไร้ผู้ต่อต้าน แต่ยามที่เจ้ามองเงาตัวเองในคมกระบี่... เจ้าไม่รู้สึกเลยหรือว่าความเงียบเหงานั้นมันหนักหนากว่าน้ำหนักของกระบี่ในมือเสียอีก?"
ร่างระหงของซูหยางสั่นสะท้านเล็กน้อย ปราณน้ำแข็งรอบตัวปั่นป่วนวูบหนึ่งจนหิมะรอบศาลาปลิวว่อน นางขบกรามแน่น
*วิชากระบี่ไร้ปรานี* ของนางฝึกฝนด้วยการตัดสิ้นกิเลส ตัดความอาลัยอาวรณ์ แต่ละกระบวนท่าที่ตวัดออกไปคือการสังหารอารมณ์ความรู้สึกของตนเองให้ตายทั้งเป็น ไม่มีใครกล้าทักท้วงนางเช่นนี้ มีแต่จะหวาดกลัวและหลีกหนีให้ไกล แต่ชายหนุ่มเบื้องหน้าผู้นี้... กลับกล้าจี้เข้าที่จุดเปราะบางที่สุดในจิตวิญญาณของนางอย่างไม่เกรงกลัวความตาย
"เจ้าพูดพล่อยๆ!" ซูหยางตวาดเสียงกร้าว ปราณกระบี่ระเบิดออกรอบทิศทางจนพื้นศาลาหินหยกแตกละเอียดเป็นจุล นางสะบัดข้อมือหมายจะถอยร่นระยะห่างเพื่อปกปิดความสั่นไหวในแววตา แต่เซียวเหวินเร็วกว่า เขาสลัดยันต์อักขระสามแผ่นลงบนพื้นอย่างแม่นยำ เส้นสายอักขระเรืองแสงสีทองถักทอเป็นตาข่ายค่ายกลกักข่ายวิญญาณ ล้อมรอบร่างทั้งสองไว้ภายในพริบตา
วูบ!
แรงกดดันมหาศาลกดทับลงมา ทำให้วิชากระบี่ของซูหยางชะงักงัน นางเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ค่ายกลนี้ไม่ได้มีไว้ทำร้ายนาง แต่มีไว้เพื่อ... หยุดการเคลื่อนไหวและบังคับให้นางต้องฟัง
"ข้าไม่ได้พูดพล่อยๆ นะครับ" เซียวเหวินก้าวเข้าไปประชิดตัวนางอย่างนุ่มนวล มือข้างหนึ่งยื่นออกไปหมายจะแตะที่ด้ามกระบี่ของนาง ทว่าซูหยางกลับตวัดสายตาดุดันใส่ "ถอยไป!"
"หากข้าถอย แล้วใครจะเป็นคนดึงเจ้าขึ้นมาจากนรกน้ำแข็งที่เจ้าขังตัวเองไว้ล่ะครับ?" เซียวเหวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มลึกแต่หนักแน่น แววตาของเขาไม่มีความเย่อหยิ่งหรือลบหลู่ มีเพียงความห่วงใยที่ลึกซึ้งเกินกว่าที่จอมยุทธ์ทั่วไปจะมีให้แก่ศัตรู "วิถีกระบี่ที่แท้จริงหาใช่การตัดขาดจากทุกสิ่ง แต่มันคือการปกป้องสิ่งที่สำคัญที่สุดต่างหาก หากเจ้าใช้กระบี่เพื่อทำลายล้างทุกอย่าง แม้แต่หัวใจของตัวเอง เจ้าก็จะเป็นเพียงหุ่นเชิดแห่งพลังที่ไร้จิตวิญญาณ... เช่นนั้นแล้ว การบรรลุเป็นเซียนที่สูงส่ง จะมีความหมายอันใดเล่า?"
คำพูดเหล่านั้นราวกกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางใจของนางเซียนผู้เย็นชา หยดน้ำตาใสๆ ที่นางไม่เคยหลั่งรินมานับร้อยปีค่อยๆ เอ่อคลอขึ้นที่หน่วยตาคู่สวย ซูหยางรู้สึกราวกับกำแพงน้ำแข็งที่นางสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตนเองมาตลอดชีวิตกำลังพังทลายลงทีละน้อย ความรู้สึกอัดอั้น ความโดดเดี่ยว และภาระอันหนักอึ้งที่แบกรับไว้ถาโถมเข้าใส่จนร่างบางเซถลา
เซียวเหวินรวบเอวบางของนางไว้ด้วยมือข้างหนึ่งอย่างรวดเร็ว ป้องกันไม่ให้นางล้มลง ส่วนมืออีกข้างแตะเบาๆ ที่ชีพจรบนข้อมือเพื่อถ่าย
ทว่า ในวินาทีที่ร่างกายแนบชิดและจิตใจของซูหยางกำลังเปิดรับความอบอุ่นจากเขาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน...
เปรี้ยง!
เสียงฟ้าคำรามสนั่นหวั่นไหวราวกับโลกกำลังจะแตกสลายดังขึ้นจากยอดเขาสูงเบื้องหลัง เมฆดำทะมึนหมุนวนเป็นเกลียวพายุสายฟ้าสีม่วงเข้มพุ่งทะลวงลงมาตรงจุดที่พวกเขายืนอยู่โดยไม่มีสัญญาณเตือน!
เซียวเหวินหรี่ตาลงทันที สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องลั่น ประกายแสงสีทองจากยันต์อักขระรอบตัวพุ่งขึ้นรับการโจมตี แต่มันกลับถูกพลังงานปริศนาบดขยี้จนแหลกละเอียดในพริบตา!
จากเงาทึบของพายุสายฟ้า ร่างเงาปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทพร้อมหน้ากากทองคำรูปอสูรปรากฏกายขึ้นอย่างไร้ซุ่มเสียง ปลายกระบี่สีเลือดในมือของมันชี้ตรงมาที่แผ่นหลังของเซียวเหวิน พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"คิดไม่ถึงเลยว่า จอมยุทธ์ผู้ปราดเปรื่องแห่งยุค จะมาตายเพราะความเวทนาสตรีโง่เง่าผู้นี้..."
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพและไขปริศนาไปกับผม หมึกทองคำข้ามภพ นะครับ
วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์สยบพยศนางเซียนน้ำแข็ง•ตอนที่ 5
เจตจำนงแห่งกระบี่
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์สยบพยศนางเซียนน้ำแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!