เงาโลหะสีนิลกาฬวาดผ่านความมืดมิดอย่างไร้สุ้มเสียง ปลายกระบี่อาบยาพิษเจ็ดราตรีพุ่งตรงเข้าสู่จุดตายระหว่างซี่โครงด้านหลังของซูหยาง นางเซียนน้ำแข็งผู้เลื่องชื่อกำลังโคจรปราณรักษาอาการบาดเจ็บภายในจากค่ายกลมารโลหิต สมาธิของนางถูกตรึงไว้กับจุดชีพจรสำคัญ จนไม่อาจขยับเขยื้อนหลบหลีกได้ทันท่วงที
"ช้าไป..."
เสียงกระซิบแผ่วเบาดั่งสายลมพัดผ่าน ห่างออกไปสามเชือก เซียวเหวินดีดปลายนิ้วเข้าหาอากาศว่างเปล่า อักขระทองคำแปดตัวพลันเปล่งแสงเจิดจ้าขึ้นจากพื้นศิลาเบื้องเท้าของซูหยาง ก่อตัวเป็นม่านพลังรูปทรงแปดเหลี่ยมหมุนวนด้วยความเร็วสูง ปะทะเข้ากับคมกระบี่ลอบสังหารอย่างจังจนเกิดประกายไฟสีเขียวมรกตแตกกระจายสว่างวาบไปทั่วถ้ำศิลา
เคร้ง!
แรงสะท้อนจากค่ายกลยันต์อัคคีผันกลับทำให้มือสังหารในชุดดำสนิทผู้หนึ่งกระเด็นถอยหลังไปสามก้าว ดวงตาภายใต้ผ้าคลุมหน้าฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด มันไม่คาดคิดเลยว่าเซียวเหวินซึ่งนั่งอยู่ห่างออกไปจะสามารถคำนวณทิศทางและเวลาการลอบสังหารได้อย่างแม่นยำราatจับวางเช่นนี้
ซูหยางลืมตาขึ้นช้าๆ แววตาสีฟ้าครามราวน้ำแข็งพันปีไหววูบเล็กน้อย นางมองแผ่นหลังกว้างของบุรุษที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ภายในอกที่เคยเย็นชากลับมีความอบอุ่นสายหนึ่งไหลซ่านผ่านอย่างห้ามไม่อยู่ นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่มั่นคง "เจ้า... รู้ตัวตนของพวกมันตั้งแต่แรกแล้ว?"
"หากข้าไม่รู้ จะยอมให้แม่นางซูตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงเช่นนี้ได้อย่างไรเล่าครับ" เซียวเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงสุขุมเยือกเย็น รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับคมกริบดั่งใบกระบี่ที่ยังไม่ชักออกจากฝัก มือขวาของเขายังคงถือพู่กันขนหางพยัคฆ์สวรรค์ หมึกสีชาดหยดสุดท้ายเพิ่งซึมลงบนแผ่นกระดาษยันต์ในมือซ้าย
มือสังหารชุดดำอีกสามคนปรากฏกายออกมาจากเงาสลัวของผนังถ้ำ พวกมันแผ่ไอสังหารเข้มข้นจนหยดน้ำบนผนังกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีดำ นี่ไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไป แต่เป็นกลุ่มนักฆ่ามือฉมังจากสำนักเงาอสูรที่ฝึกฝนวิชาสายหยินมืดมาอย่างโชกโชน
"เซียวเหวิน เจ้าอย่าได้สอดเรื่องนี้! เป้าหมายของเราคือพิษโลหิตเซียนบนตัวนางเซียนน้ำแข็ง หากเจ้าถอยไปตอนนี้ สำนักเงาอสูรจะถือว่าเจ้าเป็นมิตร" ผู้นำกลุ่มนักฆ่าเอ่ยขึ้น น้ำเสียงแหบพร่าราดรดด้วยความอาฆาตมาดร้าย
เซียวเหวินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งทระนงที่หาได้ยากยิ่ง "มิตรหรือ? กฎเกณฑ์ของสำนักเงาอสูร หาได้อยู่ในสายตาของข้าไม่... อีกอย่าง การจะเอาชีวิตนางเซียนผู้นี้ต่อหน้าข้า เกรงว่าพวกเจ้าคงต้องถามวิถีกระบี่ในมือข้าเสียก่อนว่ายินยอมหรือไม่"
"อวดดีนัก! ฆ่ามันให้สิ้นซาก!"
สิ้นเสียงคำราม มือสังหารทั้งสี่พุ่งทะยานเข้ามาพร้อมกันราวกับฝูงหมาป่ากระหายเลือด วิชากระบี่เงาอสูรแปรเปลี่ยนเป็นเงาดาบพันสาย พุ่งเข้าปิดตายทุกเส้นทางหนี โลกทั้งใบคล้ายถูกความมืดมิดกลืนกินในพริบตา
ทว่า เซียวเหวินไม่แม้แต่จะขยับเท้าถอยหลัง เขากวาดพู่กันในมือวาดอักขระกลางอากาศอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ เส้นสายหมึกสีทองส่องประกายเจิดจ้า สลักลงบนมิติว่างเปล่า
"ค่ายกลพันดารา... พันธนาการเงา!"
ตูม!
แสงสีทองระเบิดออกเป็นตาข่ายอักขระนับหมื่นเส้น พุ่งเข้าพันธนาการร่างของมือสังหารทั้งสี่ไว้กลางอากาศ แรงกดดันจากค่ายกลหนักอึ้งดั่งขุนเขาไท่ซานกดทับลงมาจนกระดูกของพวกมันส่งเสียงลั่นกรอบ มือสังหารสองคนที่พลังฝีมือต่ำกว่ากระอักเลือดออกมาคำโต ร่างร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นศิลาจนหมดสติ
ผู้นำกลุ่มนักฆ่าหน้าถอดสี มันฝืนโคจรปราณเฮือกสุดท้าย ระเบิดพลังขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นที่เจ็ดจนตาข่ายอักขระเริ่มสั่นไหว มันแผดเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว กระบี่ในมือแทงทะลวงผ่านม่านแสงมาได้ครึ่งนิ้ว หวังจะเด็ดหัวเซียวเหวินให้ได้ในดาบเดียว
"ระวัง!" ซูหยางอุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว นางพยายามจะขยับตัวเข้าไปช่วย แต่บาดแผลภายในทำให้นางเซถลาเกือบล้ม
เซียวเหวินยังคงยืนนิ่งสงบ สายตาจับจ้องปลายกระบี่ที่พุ่งเข้ามาใกล้จนเหลือระยะเพียงคืบเดียว เขายกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น ก่อนจะดีดนิ้วส่งยันต์แผ่นสุดท้ายออกไปปะทะกับปลายกระบี่พพอดี
เปรี้ยง!
อักขระยันต์แผ่นนั้นไม่1ได้ใช้ป้องกัน แต่เป็น 'ยันต์ย้อนศรชะตา' มันสะท้อนพลังโจมตีทั้งหมดของผู้นำนักฆ่ากลับคืนสู่เจ้าของร้อยเท่าพันทวี!
ร่างของหัวหน้านักฆ่าแข็งค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ก่อนที่ร่างของมันจะแหลกสลายกลายเป็นละอองเลือดในพริบตาโดยไม่มีแม้แต่เสียงกรีดร้อง
ถ้ำทั้งถ้ำกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง มีเพียงกลิ่นอายคาวเลือดและละอองปราณที่ค่อยๆ จางหายไป เซียวเหวินเก็บพู่กันเข้าสาบเสื้ออย่างใจเย็น เขาหันกลับมามองสตรีผู้สง่างามที่กำลังมองเขาด้วยแววตาซับซ้อน
ซูหยางเม้มริมฝีปากแน่น นางไม่คุ้นชินกับการพึ่งพาผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... บุรุษผู้มีความสามารถล้ำเลิศจนน่าหวาดกลัวผู้นี้ แต่นางก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า หัวใจที่เคยด้านชานั้นกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง
"เจ้า... ทำไมต้องช่วยข้าถึงเพียงนี้?" นางเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา ใบหน้างามเบือนหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนร่องรอยความประหม่า
เซียวเหวินก้าวเข้าไปใกล้ทีละน้อย กลิ่นอายบุรุษจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นหมึกปราชญ์ลอยเข้าแตะจมูกของนาง เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูที่ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลชวนลุ่มหลง
"เพราะในยุทธภพอันกว้างใหญ่นี้ มีเพียงเจ้าคนเดียว... ที่คู่ควรให้ข้าปกป้องด้วยวิถีกระบี่และค่ายกลทั้งหมดที่มีครับ"
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงนั้นเอง แผ่นดินใต้เท้าของทั้งสองก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนหินงอกหินย้อยร่วงหล่นลงมา เสียงคำรามต่ำลึกดั่งเสียงคำรามของสัตว์อสูรบรรพกาลดังขึ้นมาจากก้นบึ้งของเหวลึก และสิ่งที่พุ่งทะยานขึ้นมาจากความมืดมิดนั้น... กลับไม่ใช่สัตว์อสูร หากแต่เป็นเงาร่างของบุคคลที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน... ศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักกระบี่สวรรค์ผู้ถือครองกระบี่มารโลหิต!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพและไขปริศนาไปกับผม หมึกทองคำข้ามภพ นะครับ
วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์สยบพยศนางเซียนน้ำแข็ง•ตอนที่ 6
ยันต์เปลี่ยนชะตา
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์สยบพยศนางเซียนน้ำแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!