เสียงคำรามของอากาศที่ถูกฉีกกระชากด้วยคมดาบโลหิตดังกดทับโสตประสาทจนพร่าเลือน แรงกดดันระดับ 'มหาปรมาจารย์ขั้นสมบูรณ์' แผ่ซ่านดั่งขุนเขาอัสนีที่ถล่มลงมาเบื้องหน้า ทว่าท่ามกลางพายุวิญญาณโลหิตที่โหมกระหน่ำ เซียวเหวินกลับยืนหยัดอย่างมั่นคง แววตาคมกริบดั่งกระบี่ในฝักไม่ได้ฉายแววหวาดหวั่นแม้แต่น้อย เขากวาดสายตามองการจัดวางพลังปราณของศัตรูอย่างรวดเร็ว สมองอันปราดเปรื่องประมวลผลค่ายกลธรรมชาติรอบกายในเสี้ยวพริบตา
"เจ้าสำนักโฉด... วิชาดาบโลหิตผลาญสวรรค์ของเจ้ารุดหน้าไปอีกขั้นแล้วสินะครับ แต่ก็น่าเสียดาย ที่ความโกรธเกรี้ยวทำให้จิตวิญญาณดาบของเจ้าพร่ามัวจนมองไม่เห็นความจริงรอบตัว" เซียวเหวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากังวานก้องกังวานไปทั่วหุบเขา
อีกด้านหนึ่ง ซูหยาง นางเซียนน้ำแข็งผู้สง่างามไร้ผู้เทียมทาน ยืนนิ่งสนิทราวกับรูปสลักหยกขาว ทว่าเม็ดเหงื่อกาฬที่ผุดพรายบนหน้าผากและลมหายใจที่เริ่มติดขัดบ่งบอกว่า นางกำลังต้านทานแรงกดดันมหาศาลนั้นด้วยขีดจำกัด กระบี่เซียนน้ำแข็งในมือสั่นระริก เกล็ดน้ำแข็งโปรยปรายรอบกายเพื่อพยายามปกป้องจุดชีพจรสำคัญจากจิตสังหารอันบ้าคลั่ง
เซียวเหวินเหลือบมองนางเซียนผู้เยือกเย็นเพียงเสี้ยววินาที สายตาที่พวกเขาสบกันไม่มีคำว่าหวาดกลัว มีเพียงความเข้าใจอันลึกซึ้งที่ไร้ซึ่งคำพูด ซูหยางพยักหน้ารับเบาๆ นางรู้ดีว่าสามีในนามและสหายร่วมเป็นร่วมตายผู้นี้กำลังจะทำสิ่งใด
*วิถีกระบี่มิได้อยู่ปลายเป็นคม แต่อยู่ที่ใจซึ่งไร้สิ่งเจือปน*
คำสอนโบราณของสำนักกระบี่ไร้ลักษณ์ผุดขึ้นในห้วงความคิดของเซียวเหวิน นิ้วเรียวยาวสะบัดออก วาดอักขระโลหิตกลางอากาศด้วยความเร็วปานสายฟ้า ยันต์ค่ายกลห้าธาตุถูกปลุกให้ตื่นขึ้นพร้อมกัน แสงสีทองและฟ้าครามสลับกันส่องประกายวาววับ ตรึงอาณาเขตของมหาปรมาจารย์ขั้นสมบูรณ์ให้ชะงักงันลงชั่วลมหายใจ
"บ้าน่า! เป็นไปได้เช่นไร? ขอบเขตพลังของเจ้าต่ำต้อยกว่าข้าถึงสองขั้น เหตุใดจึงสามารถสั่นคลอนค่ายกลวิญญาณโลหิตของข้าได้!" ศัตรูแผดเสียงคำรามด้วยความตื่นตระหนก ดาบโลหิตในมือฟาดฟันลงมาอย่างไร้ความปรานี คลื่นกระแทกสีชาดแผ่ขยายเป็นวงกว้าง ทำลายโขดหินรอบกายจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง
เซียวเหวินไม่หลบเลี่ยง เขาก้าวเท้าเดินหน้าสามก้าวตามวิถีแห่งดาวเหนือ มือขวาไม่ได้ชักกระบี่ออกจากฝัก ทว่ากลับใช้วิถีแห่งมือเปล่าผสานลมปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ ปลายนี้... เขาไม่ได้ใช้กำลังเพื่อปะทะกับกำลัง แต่ใช้จิตใจที่สงบนิ่งดั่งผิวน้ำสะท้อนเงาจันทร์ เข้าควบคุมทิศทางพลังปราณของฝ่ายตรงข้ามให้ไหลย้อนกลับ
ซูหยางเห็นจังหวะนั้น นางไม่รอช้า พลังปราณน้ำแข็งพันปีระเบิดออก ร่างระหงพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนาราวกับเทพเซียนลงมาจุติ กระบี่ในมือแปรเปลี่ยนเป็นหงส์น้ำแข็งเก้าตัว พุ่งเข้าประสานกับค่ายกลอักขระของเซียวเหวินอย่างไร้รอยต่อ ความเย็นยะเยือกผสานเข้ากับความคมก్రిบของกระบี่ไร้ลักษณ์ เกิดเป็นอานุภาพที่ทรงพลังจนมิติรอบตัวบิดเบี้ยว
ตูม!
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วผืนป่า แรงปะทะสะท้อนกลับไปยังร่างของมหาปรมาจารย์โลหิตจนกระอักเลือดออกมาคำโต สีหน้าของมันซีดเผือกด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด เมื่อพบว่ากระบวนท่าอันภาคภูมิใจของตนถูกสลายด้วยการประสานมือของคนทั้งสองอย่างไร้ร่องรอย
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ เซียวเหวินยืนสงบนิ่ง เม็ดเหงื่อไหลรินตามกรอบหน้าคมคาย ลลมหายใจสม่ำเสมอ เขายังคงรักษาท่าทีของสุภาพบุรุษผู้เยือกเย็นไว้ได้เสมอ ไม่มีความเย่อหยิ่ง มีเพียงความเข้าใจในสัจธรรมแห่งวิถีกระบี่ที่เพิ่งทะลวงผ่านขีดจำกัดไปอีกขั้น ซูหยางร่อนลงยืนเคียงข้างเขา ชายผ้าสีขาวบริสุทธิ์พลิ้วไหวตามสายลม สายตาที่เคยเย็นชามองตรงมาที่เซียวเหวินด้วยความอาทรและยกย่องอย่างสุดซึ้ง
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลง เสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลังม่านหมอกหนาทึบ
"ช่างเป็นคู่สามีภรรยาที่ยอดเยี่ยม... กระบี่ที่ไร้คมแต่บาดลึกถึงวิญญาณ สมคำร่ำลือจริงๆ นายน้อยเซียว"
ร่างเงาปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงาไม้ หมอกหนาทะลักทลายออกมาพร้อมกับกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่เหนือกว่ามหาปรมาจารย์ผู้เมื่อครู่เสียอีก และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ สัญลักษณ์บนหน้ากากของมัน... คือตราประทับของ "สำนักเงาสวรรค์" ที่หายสาบสูญไปนับร้อยปี!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนวิถีกระบี่นี้มาโดยตลอดนะครับ
วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์สยบพยศนางเซียนน้ำแข็ง•ตอนที่ 16
กระบี่ที่ไร้คม
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์สยบพยศนางเซียนน้ำแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!