กลิ่นอายอับชื้นและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในหมอกหนาทึบ ทำให้สัญชาตญาณดิบในร่างของเซียวเหวินตื่นตัวถึงขีดสุด หน้ากากโลหะรูปอสูรไร้หน้าของเงาปริศนาสะท้อนแสงจันทร์สีโลหิตที่สาดส่องลงมาจากรอยแยกของหมู่เมฆ มันคือตราประทับของ "สำนักเงาสวรรค์" สำนักมารที่ถูกกวาดล้างไปเมื่อร้อยปีก่อนด้วยน้ำมือของเจ็ดสำนักใหญ่ ทว่าบัดนี้... เดนมนุษย์ผู้นี้กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมา และเป้าหมายของมันคือชีวิตของคนทั้งคู่ที่ยืนอยู่ ณ ใจกลางป่าทึบแห่งนี้
"ระวังตัวด้วย... ปราณมารของมันถูกฝึกฝนมาเพื่อกลืนกินพลังชีวิตโดยเฉพาะ"
เสียงหวานใสราวกับหยกกระทบกันดังขึ้นแผ่วเบา แต่กลับเต็มไปด้วยความเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี ซูหยางก้าวขึ้นมาขนาบข้างเซียวเหวิน เส้นผมสีรัตติกาลปลิวไสวไปตามกระแสลมปราณที่แปรปรวน กระบี่น้ำแข็งในมือของนางส่งเสียงคำรามเบาๆ คล้ายพญาอินทรีที่กำลังกระหายเลือด อุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงกราวลงสู่พื้นดิน
เซียวเหวินไม่ตอบคำทันที นัยน์ตาคมกริบกวาดมองค่ายกลธรรมชาติรอบตัวอย่างรวดเร็ว สมองของเขาทำงานด้วยความเร็วสูงราวกับสายฟ้าแลบ นิ้วมือเรียวยาวขยับวาดอักขระกลางอากาศอย่างไร้ซุ่มเสียง กระแสลมปราณสีทองจางๆ ถูกถักทอขึ้นเป็นตาข่ายไร้ลักษณ์ปิดกั้นเส้นทางถอยทีละจุด
"สำนักเงาสวรรค์... ช่างกล้าหาญนักที่ส่งสุนัขรับใช้มาเดินพล่านในเขตแดนของข้า" เซียวเหวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไว้ด้วยแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัว "คิดว่าสวมหน้ากากอสูรแล้วจะซ่อนกลิ่นอายความน่าสมเพชของพวกเจ้าพ้นหรือ?"
ฮ่าๆๆๆ!
เสียงหัวเราะแหบพร่าราวกับเศษเหล็กเสียดสีกันดังลอดออกมาจากใต้หน้ากาก ร่างเงาในชุดคลุมสีดำสนิทเคลื่อนไหวอย่างไร้ร่องรอย มันหายวับไปจากจุดเดิมในพริบตาและปรากฏขึ้นเบื้องหน้าซูหยางราวกับภูตผี พร้อมกับกรงเล็บมารสีดำทมิฬที่พุ่งตรงเข้าใส่หัวใจของนางเซียนสาวอย่างอำมหิต!
"รนหาที่ตาย!"
ซูหยางแค่นเสียงเย็นชา นางไม่แม้แต่จะหลบหลีก วิชากระบี่ไร้ปรานีถูกตวัดออกไปในเสี้ยววินาที ประกายแสงสีฟ้าครามเจิดจ้าผ่าแหวกความมืดมิด กระบี่น้ำแข็งปะทะเข้ากับกรงเล็บมารจนเกิดประกายไฟสีม่วงสว่างวาบ แรงปะทะสะท้อนกลับจนต้นไม้รอบรัศมีสิบลี้หักโค่นลงเป็นวงกว้าง พื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินไหว
ทว่า ร่างเงานั้นกลับสลายกลายเป็นกลุ่มควันสีดำเมื่อถูกคมกระบี่ ก่อนจะไปปรากฏตัวอีกครั้งที่ด้านหลังของเซียวเหวิน พร้อมกับคมดาบมารที่อาบด้วยพิษโลหิตพุ่งแทงทะลวงหลังคาบ่าวไพร่!
"เซียวเหวินระวัง!" ซูหยางอุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว สีหน้าที่เคยเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งกลับปรากฏรอยตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด หัวใจของนางกระตุกวูบ ความรู้สึกหวาดกลัวที่สูญเสียคนสำคัญแล่นริ้วเข้าสู่ขั้วหัวใจ นางไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน... ตลอดชีวิตของการบำเพ็ญเพียร นางคือนางเซียนผู้ไร้หัวใจและตัดขาดจากโลกีย์ แต่ในยามนี้ ภาพที่ชายหนุ่มผู้หยิ่งทรนงกำลังตกอยู่ในอันตราย กลับทำให้จิตใจของนางปั่นป่วนจนลมปราณเกือบตีกลับ
ฉับพลัน มุมปากของเซียวเหวินกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
"ช้าไป..."
สิ้นเสียงของเขา อักขระทองคำที่เขาโปรยไว้ทั่วบริเวณก็ระเบิดแสงเจิดจ้าขึ้นพร้อมกัน! "ค่ายกลดาราผนบMารแปดทิศ! เปิด!"
แสงอักขระพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ากลายเป็นม่านพลังโปร่งใสรูปทรงแปดเหลี่ยม กดทับร่างเงาปริศนาให้ตรึงอยู่กับที่ทันที แรงกดดันมหาศาลนับหมื่นชั่งทำให้กระดูกทั่วร่างของมันส่งเสียงลั่นกรอบ ใบหน้าภายใต้หน้ากากบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดทรมาน เลือดสีดำทะลักออกมาจากทวารทั้งเจ็ด
"เจ้า... เจ้าวางค่ายกลไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?!" ร่างเงาคำรามด้วยความเคียดแค้น
"ตั้งแต่ก้าวแรกที่พวกเจ้าเหยียบเข้ามาในเขตแดนนี้แล้ว" เซียวเหวินก้าวเดินเข้าไปช้าๆ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเด็ดเดี่ยว "คนฉลาดเขาไม่ใช้กำลังตัดสินปัญหา... แต่เขาใช้ปัญญาบดขยี้ศัตรูให้สิ้นซาก"
ซูหยางยืนหอบหายใจเล็กน้อย เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามกรอบหน้าอันงดงาม นางมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอก ความเย็นชาที่สะสมมานับร้อยปีราวกับถูกละลายด้วยความอบอุ่นที่ไร้รูปนามนี้
ในจังหวะนั้นเอง เซียวเหวินหันกลับมามองนาง สายตาที่คมกริบอ่อนโยนลงวูบหนึ่งเมื่อเห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าบนใบหน้าของหญิงสาว เขายื่นมือออกไปโดยไม่ลังเล ปัดเศษใบไม้และหยาดน้ำค้างออกจากกลุ่มผมสีรัตติกาลของนางอย่างเบามือ สัมผัสที่อบอุ่นจากปลายนิ้วทำให้ซูหยางสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจของนางเต้นรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ใบหน้างามขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างหาได้ยากยิ่ง
"เจ้า... ทำอะไรของเจ้ากัน?" ซูหยางหลบสายตาเอ่ยเสียงเบา ความเยือกเย็นดั่งเซียนสวรรค์มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงสตรีผู้หนึ่งที่กำลังหวั่นไหว
"ข้าแค่ตรวจดูว่า... เจ้าไม่ได้บาดเจ็บตรงไหนใช่หรือไม่" เซียวเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฝัน รอยยิ้มที่มุมปากของเขาทำให้ดวงตาคู่นั้นเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าดวงดาวบนท้องฟ้า
บรรยากาศรอบกายพลสงบลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกัน ทว่าในวินาทีที่หัวใจของทั้งสองกำลังจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวภายใต้แสงจันทร์...
*พรึบ!*
ร่างเงาที่ควรจะถูกค่ายกลกดทับจนแหลกสลาย กลับระเบิดตัวเองออกเป็นหมอกโลหิตสีดำทมิฬ! และก่อนที่เซียวเหวินจะทันได้ตั้งตัว หมอกโลหิตนั้นก็พุ่งเข้าใส่แผ่นหลังของซูหยางด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาด พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สะท้อนก้องไปทั่วป่าลึก:
"ฮ่าๆๆๆ... เซียวเหวิน! แม้เจ้าจะฉลาดล้ำเลิศเพียงใด แต่พิษโลหิตมารนี้... มีเพียงหัวใจของนางเซียนผู้นี้เท่านั้นที่จะถอนมันได้!"
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมาครับ
- หมึกทองคำข้ามภพ
วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์สยบพยศนางเซียนน้ำแข็ง•ตอนที่ 17
ยันต์ผูกวิญญาณ
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์สยบพยศนางเซียนน้ำแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!