วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์สยบพยศนางเซียนน้ำแข็ง•ตอนที่ 18

กองทัพมารบุก

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"ฮ่าๆๆๆ... เซียวเหวิน! แม้เจ้าจะฉลาดล้ำเลิศเพียงใด แต่พิษโลหิตมารนี้... มีเพียงหัวใจของนางเซียนผู้นี้เท่านั้นที่จะถอนมันได้!" เสียงหัวเราะเย้ยหยันดั่งสนเท่ห์ของมารโลหิตก้องกังวานสะท้อนไปทั่วหุบเขากระบี่ทมิฬ เมฆหมอกสีชาดแผ่ขยายปกคลุมน่านฟ้าดั่งม่านมรณะ กลิ่นอายคาวเลือดคละคลุ้งจนน่าคลื่นไส้ ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันถึงขีดสุดนี้ เซียวเหวินกลับยืนสงบนิ่งดั่งขุนเขา ปลายนิ้วเรียวยาวสะบัดวาดกลางอากาศอย่างเชื่องช้า แสงสีทองของอักขระโบราณเปล่งประกายวาบขึ้นทีละตัว ดั่งดวงดาวที่ถูกจุดประกายขึ้นในยามวิกาล เขามองร่างของซูหยางที่ทรุดลงคุกเข่าบนพื้นศิลา ไอเย็นยะเยือกที่เคยแผ่ออกจากกายนางบัดนี้กลับถูกย้อมด้วยเส้นสายสีดำทมิฬของพิษร้าย เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากนวลเนียนริมฝีปากบางเฉียบซีดเผือด นางพยายามใช้กระบี่คู่กายค้ำยันร่างเอาไว้ไม่ให้ล้มลง ดวงตาคู่งามที่เคยเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปีบัดนี้ฉายแววเจ็บปวดระคนห่วงหา นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา น้ำเสียงแหบพร่าเอמהเล็ดลอดออกมาอย่างยากเย็น "เซียวเหวิน... อย่าสนใจข้า... ค่ายกลดาราพิทักษ์... ยังขาดจุดเชื่อมต่ออีกหนึ่งจุด..." "หุบปากเสีย ซูหยาง" เซียวเหวินเอמהตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเด็ดขาด สายตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาของนาง "ข้าบอกแล้วว่า เจ้าคือคนเดียวที่ข้าจะยอมให้บาดเจ็บไม่ได้ ต่อให้ฟ้าดินล่มสลาย พิษโลหิตมารสารเลวนี้ ก็ไม่มีสิทธิ์พรากเจ้าไปจากข้า" สิ้นคำพูด ร่างของเซียวเหวินก็สะบัดวาดออกไปดั่งสายลมปราณ กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือไม่ได้ถูกชักออกจากฝัก หากแต่ปลดปล่อยคลื่นพลังกระบี่ที่คมกริบยิ่งกว่าศาสตราวธใดๆ ตัดผ่านอากาศจนเกิดเสียงหวีดหิวแหลมสูง กองทัพมารนับพันที่กำลังกรูกันเข้ามาดั่งฝูงตั๊กแตนชะงักงันในทันที เมื่อเบื้องหน้าของพวกมันปรากฏม่านพลังอักขระเจ็ดสีที่ส่องประกายเจิดจ้าขวางกั้นไว้ "บังอาจนัก! คิดว่าค่ายกลกระَبกระยอแค่นี้จะหยุดยั้งกองทัพโลหิตมารของพวกเราได้งั้นรึ?" เสียงคำรามดั่งฟ้าผ่าดังขึ้นจากแม่ทัพมารร่างยักษ์ นามว่า 'หลงอวิ๋น' มันสวมชุดเกราะกระดูกสัตว์สีดำสนิท ในมือถือขวานยักษ์อาบโลหิต พลังปราณมารระดับกำเนิดจิตวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งออกมาจนพื้นดินรอบกายแตกละเอียดเป็นจุล มันเหวี่ยงขวานยักษ์ฟาดฟันเข้าใส่ม่านพลังอักขระอย่างบ้าคลั่ง เกิดเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะทำให้ยอดเขาสั่นสะเทือนราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย ทว่า เซียวเหวินมิได้สะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย เขากลับหลับตาลงชั่วพริบตาหนึ่ง ก่อนจะลืมตาขึ้นด้วยประกายตาที่เฉียบคมราวกับมองทะลุปรุโปร่งถึงจุดอ่อนทุกตารางนิ้วของศัตรู "วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์หาได้โจมตีด้วยกำลัง... แต่คือการพิพากษาด้วยวิถีแห่งฟ้าดิน" เซียวเหวินพึมพำแผ่วเบา มือข้างหนึ่งหยิบหยกสื่อสารอักขระขึ้นมาบดขยี้แหลกคราบในอุ้งมือ พริบตานั้นเอง ศิลาอาคมนับร้อยก้อนที่ถูกฝังไว้ตามจุดชีพจรของหุบเขาก็ระเบิดแสงเจิดจ้าขึ้นพร้อมกัน ค่ายกล 'ร้อยกระบี่สะท้านภพ' ที่เขาใช้เวลาเตรียมการมาตลอดสามวันสามคืนแผ่ขยายอาณาเขตออกไปครอบคลุมพื้นที่รัศมีสียose ดึงดูดพลังฟ้าดินให้ไหลทะลักเข้ามารวมกัน ณ จุดเดียวดั่งกระแสน้ำวน *ตูม! ตูม! ตูม!* กระบี่พลังงานแสงนับพันเล่มพุ่งทะยานขึ้นจากพื้นดิน ราวกับห่าฝนที่ย้อนกลับขึ้นสู่ท้องฟ้า พุ่งเข้าใส่กองทัพมารอย่างไร้ความปรานี เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่วหุบเขา คลื่นกระแทกอันรุนแรงกวาดล้างแถวหน้าของกองทัพมารจนราบเป็นหน้ากลอง แม่ทัพหลงอวิ๋นเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก มันไม่คาดคิดเลยว่ามนุษย์ผู้เดียวจะสามารถควบคุมค่ายกลระดับฟ้าดินได้ทรงพลังถึงเพียงนี้ "เจ้า... เจ้าพวกมนุษย์จอมเจ้าเล่ห์!" หลงอวิ๋นคำรามอย่างเกรี้ยวกราด มันรวบรวมพลังโลหิตมารทั้งหมดเข้าที่ขวานยักษ์ หมายจะพุ่งทะลวงฝ่าม่านค่ายกลเข้ามาสังหารเซียวเหวินให้ได้ในดาบเดียว เซียวเหวินมองการกระทำนั้นด้วยมุมปากที่ยกย่องรอยยิ้มเยдяนิดๆ เขาไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว มือขวาค่อยๆ เอื้อมไปกุมด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์ที่เหน็บอยู่ข้างเอว ในวินาทีที่แม่ทัพมารพุ่งเข้ามาประชิดม่านพลัง เซียวเหวินก็ขยับตัว... นั่นไม่ใช่การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วปานสายฟ้า แต่ทว่ากลับสง่างามและทรงพลังราวกับบทเพลงกวีที่ถูกบรรเลงขึ้นท่ามกลางสงคราม "ซูหยาง..." เซียวเหวินเอמהเรียกชื่อนางเบาๆ ขณะที่ปลายกระบี่ค่อยๆ ถูกชักออกจากฝักทีละน้อย เสียงคมเหล็กเสียดสีกับฝักกระบี่ดังขึ้นกังวานบาดแก้วหู แสงสีเงินยวดยวงสว่างวาบขึ้นจนกลืนกินทุกสรรพสิ่งในรัศมีร้อยลี้ ซูหยางเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังอันกว้างใหญ่และอบอุ่นนั้น หัวใจที่เคยเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งมาตลอดชีวิตกลับรู้สึกถึงความอุ่นซ่านที่แผ่ขยายจนแทบหลั่งน้ำตา นางรู้ดีว่าการชักกระบี่เล่มนี้ออกมาหมายถึงอะไร... มันคือการแลกมาด้วยพลังปราณชีวิตส่วนหนึ่งของเขาเพื่อขับไล่พิษโลหิตมารและกวาดล้างศัตรูในคราเดียว "อย่าตาย... เพื่อข้า" นางเอ่ยเสียงสั่นเครือเป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี เซียวเหวินไม่ตอบคำ เขาเพียงแต่ยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความทะนงตนและความมั่นใจอันไร้ขีดจำกัด กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือถูกชักจนสุดฝัก พร้อมกับที่เงาดาบมหึมาพาดผ่านน่านฟ้า ผ่าเมฆหมอกสีชาดออกเป็นสองซีกอย่างเด็ดขาด ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่คมกระบี่กำลังจะตวัดลงตัดศีรษะของแม่ทัพมาร หลงอวิ๋นกลับยิ้มเหี้ยมเกรียมขึ้นที่มุมปาก พร้อมกับที่เงาร่างสีดำสายหนึ่งปรากฏขึ้นเบื้องหลังของซูหยางอย่างไร้ซุ่มเสียง คมมีดอาบยาพิษสีม่วงเข้มจ่อติดอยู่ที่ลำคอระหงของนางทันที! "ฮ่าๆๆๆ... เซียวเหวิน! เจ้าคิดว่าข้ามาคนเดียวงั้นรึ? วางกระบี่ลงซะ มิฉะนั้น... หัวของนางเซียนผู้นี้จะหลุดออกจากบ่าในพริบตา!" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หมึกทองคำข้ามภพ" มาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์สยบพยศนางเซียนน้ำแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%