วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์สยบพยศนางเซียนน้ำแข็ง•ตอนที่ 11

คำสัญญากลางสายลม

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
“หากก้าวผ่านเขตอาคมนี้ไปแล้ว... เจ้ายังยืนกรานที่จะเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กับข้าเช่นนั้นหรือ?” น้ำเสียงของซูหยางราบเรียบดั่งผิวน้ำในทะเลสาบพันปี ทว่าแววตาคู่คมกลับซ่อนประกายระลอกคลื่นแห่งความห่วงใยที่นางมิอาจเอ่ยออก “ซูหยาง” นางเซียนผู้เยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง ทรวดทรงระหงภายใต้ชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ต้องสายลมยามราตรีจนพลิ้วไหว มือเรียวดุจหยกสลักกำลังถือกระบี่น้ำแข็งที่แผ่ไอความเย็นยะเยือกจนหยาดน้ำค้างรอบกายกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีคราม เซียวเหวินแย้มยิ้มบางเบา ยิ้มที่มิได้เกิดจากความลำพองตน ทว่าเปี่ยมด้วยความสุขุมลุ่มลึก ดวงตาคมปลาบของเขาจับจ้องไปยังเบื้องหน้าที่มืดมิด ไอร้อนจากยันต์อักขระเพลิงสุริยันในแขนเสื้อสะท้อนกับประกายแสงจันทร์ เขาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลเป็นสุภาพบุรุษ “วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ของข้า มุ่งมั่นที่จะตัดผ่านความลวงบนโลกหล้า แต่หากไร้ซึ่งเงาของเจ้าเคียงข้าง เกรงว่าวิถีเซียนเส้นนี้คงโดดเดี่ยวเกินไปนะ5ครับ” คำพูดนั้นเรียบง่าย ทว่ากลับทรงพลังราวกับค้อนโลหะที่ทุบลงกลางใจของนางเซียนผู้แข็งกระด้าง ซูหยางชะงักงันไปชั่วลมหายใจ หัวใจที่เคยถูกแช่แข็งด้วยความแค้นและภาระหน้าที่ของสำนัก กลับไหววูบคล้ายมีเปลวไฟอุ่นๆ จุดประกายขึ้นมา นางเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนพวงแก้มที่ขึ้นสีเรื่อจางๆ ดั่งดอกเหมยท่ามกลางหิมะโปรราย ก่อนจะเอ่ยเสียงลอดไรฟัน “ปากหวานเช่นนี้... หวังว่ายามเผชิญหน้ากับ ‘ค่ายกลวิญญาณโลหิต’ เบื้องหน้า ฝีปากของเจ้าจะคมกล้าเช่นเดียวกับกระบี่ในมือก็แล้วกัน” จากเหตุการณ์ในอดีตที่ค่ายกลตระกูลมารได้สังหารผู้บริสุทธิ์ไปนับพัน เซียวเหวินและซูหยางต่างตระหนักดีว่า การตามหาความจริงเบื้องหลัง “ป้ายหยกทมิฬ” มิใช่เรื่องที่จะเดินเล่นชมบุปผาในสวนหลังบ้าน ทั้งสองตัดสินใจร่วมเดินทางตามหาความจริง โดยผสานพลังระหว่าง “ค่ายกลอักขระโบราณ” ของเซียวเหวิน และ “กระบี่เหมันต์ไร้ปราณี” ของซูหยาง เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งนี่คือการหลอมรวมระหว่างหยินและหยางที่ยุทธภพมิเคยพบเห็นมานับร้อยปี เซียวเหวินก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างมั่นคง นิ้วเรียวดีดเบาๆกลางอากาศ อักขระสีทองอร่ามหลายสิบตัวพวยพุ่งออกมาจากปลายนิ้ว กลายเป็นค่ายกลคุ้ม “ระวังตัวด้วยนะ5ครับ... มีบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในความมืด” เซียวเหวินเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง ร่างกายของเขาตื่นตัวถึงขีดสุด ประสาทสัมผัสรับรู้ถึงกลิ่นอายปราณมารที่กดดันเข้ามาเป็นระลอก ซูหยางมิได้เอ่ยคำใด นางเพียงพยักหน้ารับ ร่างระหงพุ่งทะยานขึ้นสู่กลางอากาศดั่งหงส์ขาวร่อนลม กระบี่ในมือวาดผ่านความว่างเปล่า เกิดเป็นละอองเกล็ดน้ำแข็งนับหมื่นชิ้นที่แปรสภาพเป็นค่ายกลกระบี่เหมันต์ ป้องกันรอบทิศทางอย่างไร้ช่องโหว่ “ตู้ม—!” เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ปราณมารสีดำทมิฬพุ่งทะยานขึ้นมาจากพื้นดินเบื้องล่าง ปะทะเข้ากับค่ายกลอักขระของเซียวเหวินจนเกิดประกายไฟสว่างวาบไปทั่วท้องฟ้า แรงอัดกระแทกมหาศาลทำให้พื้นดินรอบรัศมีร้อยลี้สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ทว่าด้วยการประสานสอดรับอย่างไร้ที่ติ เซียวเหวินใช้ค่ายกลดูดซับแรงกระแทก ขณะที่ซูหยางอาศัยจังหวะนั้นแทงกระบี่ทะลวงจุดตายของเงาร่างลึกลับที่ซ่อนตัวอยู่ในหมอกควัน “แค๊ก... พวกเจ้า... บังAอาจนัก!” เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นจากเงามืด ร่างของผู้อาวุโสพรรณมารผู้หนึ่งกระเด็นถอยหลังไปหลายสิบก้าว มุมปากกระอักเลือดสีดำสนิท ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกยามเมื่อพบว่า การร่วมมือกันของคนทั้งสองกลับทรงพลังเกินกว่าที่คาดคิดไว้หลายเท่า เซียวเหวินก้าวเท้าเข้าไปใกล้ รอยยิ้มสุภาพยังคงประดับบนใบหน้า ทว่าแววตากลับเย็นชาดั่งคมมีด เขากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงกระดูกดำ “ความจริงมักจะเจ็บปวดเสมอ... แต่สำนักมารของพวกเจ้า สมควรต้องชดใช้ด้วยเลือดแล้วนะ5ครับ” ทว่า ในวินาทีที่เซียวเหวินกำลังจะเอื้อมมือไปคว้าป้ายหยกจากศัตรูเพื่อค้นหาเบาะแสสำคัญ สายลมยามราตรีที่เคยสงบกลับแปรเปลี่ยนเป็นพายุหมุนเกลียวสีดำทมิฬที่หนתาวเหน็บถึงขั้วหัวใจ ท้องนภาที่เคยไร้เมฆหมอก กลับปรากฏอัสนีบาตสีเลือดคำรามกึกก้องสะท้านฟ้า พร้อมกับเงาร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีทองอร่ามที่ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติเบื้องหน้าอย่างไร้สุ้มเสียง แรงกดดันระดับเซียนขั้นสูงแผ่ซ่านกดทับลงมาจนเซียวเหวินและซูหยางต้องกระอักเลือดคำโตออกมาพร้อมกัน! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์สยบพยศนางเซียนน้ำแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%