โลหิตสีดำคล้ำหยดติ๋ๆ ลงกระทบพื้นศิลาเย็นเยียบ เกิดเสียงดัง *ติ๊ง... ติ๊ง...* ราวกับนาฬิกาทรายแห่งความตายที่กำลังนับถอยหลัง
"ไม่นึกเลยว่า... ศิษย์เอกแห่งสำนักกระบี่ไร้ลักษณ์ จะมีฝีมือลึกล้ำถึงเพียงนี้..." น้ำเสียงแหบพร่าราวกระดาษทรายเสียดสีกันดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหน้า ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดและไอหมอกพิษที่ยังคงพวยพุ่ง "แตกลK็น่าเสียดาย... เจ้าทำลายได้แค่ค่ายกลนอก แต่มารบูรพาเช่นข้า... คือผู้ควบคุมหัวใจของหุบเขาแห่งนี้อย่างแท้จริง!"
เซียวเหวินไม่แม้แต่จะชายตามองร่างไร้ลมหายใจของสมุนมารที่เพิ่งถูกกระบี่ไร้ลักษณ์ทะลวงจุดชีพจร ดวตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทลายพายุของเขากวาดมองไปรอบกาย อาภรณ์สีขาวสะอาดตาของเขาไม่มีแม้แต่รอยเปื้อนของหยดเลือด ทว่าลมหายใจกลับผ่อนเข้าออกลึกยาวกว่าปกติ
พลังปราณอัคคีทมิฬที่แผ่ซ่านออกมาจากใจกลางถ้ำเบื้องหน้ากำลังบีบอัดอากาศจนบิดเบี้ยว มันไม่ใช่พลังของมนุษย์ปุถุชน แต่มันคือ "ค่ายกลโลหิตกลืนวิญญาณ" ค่ายกลโบราณที่ต้องแลกมาด้วยชีวิตของผู้อาวุโสสายตรงนับร้อยชีวิต
ทว่า... สิ่งที่ดึงดูดสมาธิของเซียวเหวินหาใช่ความน่ากลัวของค่ายกลไม่ หากแต่เป็นเงาร่างบอบบางที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าม่านพลังสีเลือดนั้น
ซูหยาง... นางเซียนน้ำแข็งผู้ไม่เคยแม้แต่จะขมวดคิ้วให้แก่ความตาย บัดนี้ร่างระหงของนางกลับสั่นเทาเล็กน้อย กระบี่เยือกแข็งในมือสตรีผู้เย่อหยิ่งทระนงมาตลอดชีวิตกลับสั่นสะท้านจนเกิดเสียงกระทบกันกังวาน *เคร้ง... เคร้ง...*
"ซูหยาง..." เซียวเหวินเอ่ยเรียกเสียงทุ้มนุ่ม ทว่าแฝงด้วยความห่วงใยที่ไม่อาจปิด
นางไม่ตอบ ปลายกระบี่ชี้ลงพื้น ดวงตาดอกท้อที่เคยเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี บัดนี้กลับแดงก่ำ รื้นไปด้วยหยาดน้ำตาที่ฝืนกลั้นไว้อย่างสุดกำลัง ความทรงจำอันเจ็บปวดที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ก้นบึ้งแห่งกาลเวลา กำลังถูกแผดเผาด้วยไอพลังมารเบื้องหน้าจนแตกกระเซ็น
"อย่าเข้ามา... เซียวเหวิน..." น้ำเสียงของนางแหบพร่าและสั่นเครือ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาสัมผัสได้ถึงความเปราะบางจากสตรีผู้เยือกเย็นที่สุดในยุทธภพ "ที่นี่... คือสถานที่ที่ข้าฝังอดีตทั้งหมดไว้..."
เซียวเหวินก้าวเท้าเข้าไปหาช้าๆ อย่างระมัดระวัง เขารู้ดีว่ายามนี้นางกำลังเผชิญหน้ากับปีศาจตนใด ปีศาจที่ไม่ได้ซ่อนอยู่ในค่ายกลมาร หากแต่ซ่อนอยู่ภายใน "จิตมาร" ของตัวนางเอง
ย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน ณ ดินแดนรกร้างบูรพา หุบเขาแห่งนี้ไม่ได้เงียบงันเช่นนี้ มันเคยเป็นสำนักกระบี่โลหิตทมิฬ สำนักที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและใช้วิชามารดูดกลืนพลังชีวิตผู้บริสุทธิ์เพื่อบรรลุวิถีเซียนลัด และผู้ที่กุมอำนาจสูงสุดในวันนั้น... คือประมุขมารผู้ให้กำเนิดสายเลือดสายหนึ่งขึ้นมา
สายเลือดที่ถูกตราหน้าว่าเป็น "มลทิน" ของแผ่นดิน
"เจ้าจำได้หรือไม่..." เสียงแหบพร่าจากความมืดดังแทรกขึ้นอีกครั้ง เงาร่างของมารบูรพาปรากฏขึ้นหลังม่านพลัง มันคือชายแก่ชราผู้มีใบหน้าครึ่งหนึ่งเน่าเปื่อย ดวงตาสง่านิ่งแต่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง "เด็กหญิงผู้ถือกระบี่เล่มนั้น... ในวันนั้น เจ้าคือคนลงมือสังหารบิดาแท้ๆ ของตนเองด้วยมือคู่นั้นมิใช่หรือ... ฮ่าๆๆๆ!"
เซียวเหวินแววตาเปลี่ยนเป็นคมกริบราวกับคมกระบี่ เขาตวัดมือวาดอักขระกลางอากาศ พลังปราณกระบี่พุ่งทะยานออกไปเป็นสายโซ่ทองคำตรึงร่างของมารบูรพาไว้ทันทีจนมันกระอักเลือดออกมาคำใหญ่ "หนูสกปรกเช่นเจ้า สมควรตายมานานแล้ว"
ทว่า... คำพูดนั้นได้กรีดแทงลงไปในหัวใจของซูหยางจนหมดสิ้น
นางเซียนน้ำแข็งเข่าทรุดลงกับพื้น กระบี่เยือกแข็งหลุดจากมือ ภาพเหตุการณ์ในอดีตไหลย้อนกลับมาดั่งกระแสน้ำวนที่พร้อมจะกลืนกินสติสัมปชัญญะของนาง
*ภาพในอดีต...*
โลหิตนองท่วมพื้นศิลา เสียงกรีดร้องโหยหวนของผู้อาวุโสในสำนัก กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งจนน่าคลื่นไส้ และเด็กสาววัยสิบขวบผู้ถือกระบี่อาบเลือด ยืนมองร่างไร้ลมหายใจของบิดาผู้ให้กำเนิด... บิดาผู้ที่ใช้มารดาของนางเป็นเครื่องบูชายัญในค่ายกลมาร บิดาผู้ที่สอนให้นางรู้จักแต่ความเกลียดชังและการฆ่าฟัน
นางไม่ได้สังหารบิดาเพราะความทะเยอทะยาน... แต่นางสังหารเพื่อหยุดยั้งวงจรอุบาทว์ เพื่อไม่ให้มีผู้บริสุทธิ์ต้องสังเวยให้อีก แต่วิถีมารที่ฝังรากลึกในสายเลือดของตระกูลนาง ก็ยังคงหลอกหลอนนางมาจนถึงปัจจุบัน
"ข้า... เป็นปีศาจ..." ซูหยางพึมพำกับตัวเอง หยาดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงหล่นกระทบพื้นน้ำแข็งที่นางสร้างขึ้น รอบกายของนางเริ่มแผ่ไอเย็นยะเยือกที่ไร้การควบคุม ดอกไม้หินผาเริ่มจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีดำ ความโกลาหลในจิตใจกำลังจะทำลายจุดตันเทียนของนางเอง
"ซูหยาง มองหน้าข้า!"
เซียวเหวินก้าวเข้าไปประชิดตัวนางอย่างไร้ความเกรงกลัวต่อไอเย็นพิฆาต เขากอดร่างอันสั่นเทาของนางเข้าสู่อ้อมอกอย่างมั่นคง ฝ่ามืออุ่นร้อนถ่ายเทพลังปราณบริสุทธิ์เข้าสู่จุดชีพจรสำคัญเพื่อกดข่มจิตมารที่กำลังตื่นขึ้น
ซูหยางสะดุ้งสุดตัว นางพยายามจะผลักเขาออกด้วยสัญชาตญาณของการป้องกันตัว "ออกไป... ข้าจะทำร้ายเจ้า... ปราณมารในตัวข้ากำลังจะ..."
"ต่อให้ทั่วทั้งฟ้าดินนี้จะมองว่าเจ้าเป็นมารร้าย..." เซียวเหวินกระซิบข้างใบหูของนาง น้ำเสียงของชายหนุ่มอบอุ่นและทรงพลัง หนักแน่นดั่งขุนเขาที่ไม่เคยหวั่นไหวต่อพายุฝน "แต่ในสายตาของเซียวเหวินผู้นี้ เจ้าคือสตรีเพียงคนเดียว... ที่ข้าพร้อมจะเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้อง"
ดวงตาดอกท้อที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาเงยขึ้นสบกับดวงตาที่มั่นคงและลุ่มลึกของเขา ในวินาทีนั้น กำแพงน้ำแข็งที่นางใช้ปิดกั้นหัวใจมาตลอดสิบปีพังทลายลงอย่างไม่มีชิ้นดี
ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลง ทันใดนั้นเอง พื้นศิลาเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ม่านพลังสีเลือดที่ควรจะถูกทำลาย กลับระเบิดออกเป็นเสาแสงพุ่งทะยานสู่ท้องนภายามราตรี
เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังสะท้อนก้องมาจากความว่างเปล่า มิใช่เสียงของมารบูรพาที่ถูกตรึงไว้ แต่เป็นเสียงที่ดังมาจากเบื้องบน... จากท้องฟ้าที่บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน
*เปรี้ยง!* สายฟ้าสีทมิฬฟาดผ่าลงมากลางค่ายกล ร่างของมารบูรพาลุกไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน ทิ้งไว้เพียงสัญลักษณ์ประหลาดที่สลักอยู่กลางพื้นศิลา—สัญลักษณ์ของ "สำนักเงาโลหิตสวรรค์" ที่ไม่ควรจะมีตัวตนอยู่บนโลกนี้อีกแล้ว
เซียวเหวินหรี่ตาลงทันที เขาดึงซูหยางเข้ามารuบกอดไว้แน่นในอ้อมแขน พร้อมกับตวัดกระบี่ไร้ลักษณ์วาดเป็นค่ายกลคุ้มกายแปดทิศขึ้นในพริบตา
น้ำเสียงแหบพร่าและเยือกเย็นดังแทรกสายลมหนาวมาจากเบื้องบน ราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรก
"นึกไม่ถึงเลยว่า... ศิษย์พี่และศิษย์น้องแห่งสำนักกระบี่ไร้ลักษณ์ จะมาพួพันกันลึกซึ้งถึงเพียงนี้... น่าสนุกเสียจริง ท่านประมุขฝากความคิดถึงมาถึง... 'บุตรีแห่งบาป' ด้วยเช่นกัน!"
สิ้นเสียงนั้น อากาศเบื้องหน้าก็ฉีกขาดออกเป็นรอยแยกสีดำสนิท ดาบเล่มหนึ่งพุ่งทะลวงความมืดออกมาด้วยความเร็วราวดวงดาวตก ตรงเข้าปักเข้าที่อกเสื้อของเซียวเหวินอย่างแม่นยำ!
หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมเดินทางฝ่าขอบเขตเซียนไปกับตัวละครของผมในตอนนี้นะครับ และขอขอบพระคุณจากใจจริงสำหรับทุกการติดตามครับ
*หมึกทองคำข้ามภพ*
วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์สยบพยศนางเซียนน้ำแข็ง•ตอนที่ 10
บาดแผลแห่งอดีต
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์สยบพยศนางเซียนน้ำแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!