วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์สยบพยศนางเซียนน้ำแข็ง•ตอนที่ 9

ค่ายกลสยบมาร

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
เลือดสีดำคล้ำหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบพื้นศิลาเย็นเฉียบ เสียง *ติ๋ง...* นั้นก้องกังวานราฆะค้อนเหล็กฟาดลงบนโสตประสาท ในถ้ำมืดมิดเบื้องล่างหุบเขาหมื่นพิษ ไอน้ำแข็งสีครามแผ่ซ่านปกคลุมร่างอรชรของสตรีผู้หนึ่งจนเกือบกลายเป็นรูปปั้น ซูหยางหอบหายใจรดริน ไอความเย็นยะเยือกพวยพุ่งออกจากริมฝีปากที่ซีดเซียว ดวงตาคู่งามที่เคยทอประกายเย่อหยิ่งดั่งเซียนบนเก้าอี้หยก บัดนี้กลับเจือด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้า นางกำลังฝืนต้านทาน 'เพลิงโลกันตร์สลายวิญญาณ' ที่พวกมันใช้ลอบกัดด้วยกำลังลมปราณเฮือกสุดท้าย "ดื้อด้านนัก..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ เซียวเหวินก้าวเท้าเข้ามาใกล้ร่างนั้นอย่างเชื่องช้า ปลายเท้าของเขาย่ำลงบนรอยแยกของแผ่นศิลา ใบหน้าคมคายยังคงไว้ซึ่งความสุขุมเยือกเย็น แม้สถานการณ์รอบกายจะรายล้อมด้วยยอดฝีมือฝ่ายอธรรมนับสิบคนที่ซุ่มรอเวลาเข้าขย้ำเหยื่อ เขากลับไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความตื่นตระหนก ซูหยางปรายหางตามองบุรุษผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า ภายในอกของนางปั่นป่วนด้วยความรู้สึกซับซ้อน ตั้งแต่เกิดจนบรรลุวิถีเซียน นางไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด เหตุใด... ยามที่อยู่เบื้องหน้าบุรุษผู้ใช้เพียงกระบี่ไม้ไผ่ไร้คมผู้นี้ หัวใจที่ถูกแช่แข็งด้วยเคล็ดวิชาตระกูลซูมานับร้อยปี ถึงได้เต้นระรัวราวกับกลองศึกได้ "เจ้าไม่ควรมาที่นี่..." ซูหยางเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายสั่นเทิ้มเพราะพิษร้ายกัดกินเส้นชีพจร "พวกมัน... ตั้งค่ายกลรอเจ้าอยู่แล้ว" "ต่อให้เป็นค่ายกลสลายสวรรค์ หากข้าเซียวเหวินไม่ยินยอมให้มันพังทลาย มันก็เป็นได้เพียงแค่กองขี้เถ้า" เซียวเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนคนฟังต้องสะท้าน เขาไม่ได้มองนางด้วยสายตาสมเพชเวทนา แต่เป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความมั่นคง หนักแน่น ดุจขุนเขาที่ไม่เคยหวั่นไหวต่อพายุฝน *บรึ้ม!* ฉับพลัน พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือน เลือดในกายของเหล่ามือสังหารเงามืดที่ซ่อนเร้นในความมืดเริ่มส่งเสียงคำราม ค่ายกลสังหาร 'เจ็ดดาวดับสูญ' ถูกกระตุ้นขึ้นแล้ว เสาแสงสีเลือดพุ่งทะยานเสียดฟ้า ปิดกั้นทางหนีทีไล่ทุกเส้นทาง แรงกดดันมหาศาลกดทับลงบนบ่าของทั้งสอง ราวกับแบกภูเขาไว้ทั้งลูก ซูหยางเม้มริมฝีปากแน่น กระบี่น้ำแข็งในมือสั่นระริก นางเตรียมจะฝืนโคจรปราณระเบิดตัวเองเพื่อเปิดทางให้เขาหนีไป ทว่า... มือหนาข้างหนึ่งกลับคว้าข้อมือเรียวของนางไว้ ปราณอุ่นร้อนสายหนึ่งไหลทะลักผ่านจุดชีพจรเข้าสู่ร่างกาย เยียวยาพิษร้ายที่กำลังแผดเผานางในทันที "ข้าบอกแล้วว่าเจ้าไม่ต้องออกแรง" เซียวเหวินกวาดสายตาคมปลาบมองไปรอบทิศทาง นิ้วมือเรียวยาวของเขาขยับวาดกลางอากาศอย่างรวดเร็ว ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ถูกหล่อหลอมขึ้นจากปลายนิ้ว กลายเป็นอักขระโบราณนับร้อยตัวที่ส่องแสงเรืองรองสีทองอร่าม อักษรแต่ละตัวลอยเคว้งคว้าง ก่อนจะพุ่งปักลงตามจุดอับของค่ายกลศัตรูอย่างแม่นยำราวดั่งจับวาง "นั่นมัน... วิชากวาดล้างอักขระดารา! เป็นไปได้อย่างไร!" เสียงอุทานด้วยความตกใจดังมาจากเงาสมมติในความมืด เซียวเหวินไม่สนใจเสียงหอนของสุนัขจนตรอก เขาหลับตาลงครึ่งหนึ่ง สัมผัสถึงการไหลเวียนของค่ายกลฝ่ายตรงข้ามด้วยจิตวิญญาณ ค่ายกลเจ็ดดาวดับสูญขึ้นชื่อเรื่องความเหี้ยมโหดและซับซ้อน แต่มันก็มีจุดอ่อนที่ตายตัว นั่นคือ 'ความหยิ่งทะนง' ของผู้สร้างที่มั่นใจในพลังทำลายล้างจนละเลยความสมดุลของธาตุ "พลังของเจ้า ใช้ทำลายล้างได้ดี... แต่ไร้ซึ่งความยืดหยุ่น" เซียวเหวินลืมตาโพรงขึ้น ประกายตาสีทองฉายชัด นิ้วมือสะบัดออกไปสุดแรง *เปรี้ยง! เปรียง! เปรียง!* อักขระจำลองค่ายกลโบราณที่เขาเพิ่งสร้างขึ้นระเบิดเสียงคำรามก้องฟ้า แสงสีทองแผ่ขยายออกไปกลืนกินแสงสีเลือดในพริบตา แรงสะท้อนจากค่ายกลที่ถูกย้อนกลับซัดใส่เหล่ามือสังหารจนกระเด็นกระดอนกระอักเลือดสดๆ ออกมาพร้อมกัน เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วหุบเขาหมื่นพิษ ก่อนที่ทุกอย่างจะตกอยู่ภายใต้ความเงียบงันอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงเศษซากอักขระที่ยังคงเปล่งประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวบนพื้นดิน ซูหยางเบิกตากว้างมองภาพตรงหน้าอย่างตะลึงงัน การใช้ค่ายกลสยบค่ายกลโดยอาศัยเพียงอักขระจำลองชั่วพริบตา... ฝีมือระดับนี้ แม้แต่ปรมาจารย์ค่ายกลในแดนเซียนก็ยังต้องก้มกราบคารวะ นางเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้ยืนหยัดตระหง่าน ท่ามกลางซากปรักหักพัง ความรู้สึกเย็นชาที่เคยห่อหุ้มหัวใจมาตลอดชีวิต บัดนี้กลับถูกละลายจนหมดสิ้นด้วยความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากเขา ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบสงบกลับคืนมา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงอีกคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากปากทางเข้าถ้ำลึก *ตึง... ตึง... ตึง...* พื้นดินสั่นสะเทือนยิ่งกว่าเก่า พร้อมกับกลิ่นอายกดดันระดับขอบเขตบรรพกาลที่แผ่พุ่งเข้ามาจนลมหายใจสะดุด เงาร่างสวมชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งก้าวพ้นความมืดออกมา ใบหน้าของมันสวมหน้ากากรูปอสูรน่าเกลียดน่ากลัว และในมือข้างขวากลัดกุม... กระบี่มารโลหิตที่คุ้นเคย "ไม่นึกเลยว่า... ศิษย์เอกแห่งสำนักกระบี่ไร้ลักษณ์ จะมีฝีมือลึกล้ำถึงเพียงนี้..." น้ำเสียงแหบพร่าราวกระดาษทรายเสียดสีกันดังขึ้น "แต่ก็น่าเสียดาย... เจ้าทำลายได้แค่ค่ายกลนอก แต่มารบูรพาเช่นข้า... คือผู้ควบคุมหัวใจของหุบเขาแห่งนี้อย่างแท้จริง!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและส่งกำลังใจให้ผม "หมึกทองคำข้ามภพ" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์สยบพยศนางเซียนน้ำแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%