วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์สยบพยศนางเซียนน้ำแข็ง•ตอนที่ 12

เส้นทางสู่แดนลับ

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"แรงกดดันระดับเซียนขั้นสูงเช่นนี้... เกรงว่าทั่วทั้งหุบเขาอัสนีทมิฬ หาใช่มีผู้ใดเคยสัมผัสมาก่อนในรอบพันปี" เสียงกระซิบที่ลอดผ่านไรฟันของเซียวเหวินแหบพร่า ขณะที่โลหิตสีแดงฉานยังคงไหลรินออกจากมุมปากไม่ขาดสาย ปราณแท้จริงภายในร่างปั่นป่วนดั่งคลื่นใต้น้ำที่ถูกพายุซัดสาด อักขระป้องกันที่เขาตระเตรียมไว้ล่วงหน้าสามชั้น แตกสลายลงในพริบตาเดียวราวกับเศษกระจกที่ถูกค้อนเหล็กทุบทำลาย ความน่าสะพรึงกลัวของตัวตนในชุดคลุมสีทองอร่ามเบื้องหน้านั้น vượtเกินกว่าขอบเขตที่ปุถุชนหรือกระทั่งผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไปจะจินตนาการถึง ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ ซูหยางกลับมิได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางเซียนผู้เย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปีค่อยๆ ขยับกายยืนหยัดขึ้นอย่างสง่างาม แม้ใบหน้าจะซีดเผือดไร้สีเลือด แต่แววตาทอประกายคมกริบดั่งกระบี่วิเศษที่เพิ่งชักออกจากฝัก มือเรียวบางดั่งหยกขาวกระชับด้ามกระบี่น้ำแข็งในมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว "เซียวเหวิน... คนผู้นี้ไม่ใช่ศัตรูที่เราจะเอาชนะได้ด้วยกำลังปะทะ" ซูหยางกล่าวเสียงเรียบ เยือกเย็นราวกับลมหนาวจากยอดเขาเทียนซาน "มันคือเงาอวตารจากแดนเซียนเบื้องบน... กฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินกำลังถูกบิดเบือน" "ถูกต้องแล้วแม่นางซู" รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าภายใต้หมวกคลุมสีทอง บุคคลปริศนาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของมันก้องกังวานราวกับเสียงระฆังสำริดจากห้วงมิติอันไกลโพ้น "เจ้าทั้งสองถือดีอันใด จึงบังaniอาจขุดคุ้ยความลับที่ถูกฝังกลบไว้ด้วยเลือดและกระดูกนับหมื่นปี วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ของเจ้า หรือค่ายกลปลอมแปลงสวรรค์ของเจ้า คิดว่าจะรอดพ้นสายตาแห่งบรรพกาลไปได้งั้นหรือ?" เซียวเหวินหรี่ตาลงเล็กน้อย สมองอันปราดเปรื่องของเขาหมุนวนวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ แรงกดดันระดับนี้... ใช่พลังของมนุษย์ที่ฝึกฝนอย่างแน่นอน แต่เป็น "เจตจำนงแห่งเขตแดน" ที่ถูกหลอมรวมเข้ากับพลังวิญญาณบริสุทธิ์ หากปะทะกันตรงๆ โอกาสรอดมีเพียงศูนย์ส่วน แต่ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร ไม่มีค่ายกลใดที่ไร้ซึ่งจุดอ่อน และไม่มีผู้ใดที่ไร้ซึ่งจุดตาย "ท่านซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ชักใยอยู่เบื้องหลังการหายตัวไปของสำนักกระบี่ร้อยวิญญาณ และยังกล้าอ้างตัวเป็นตัวแทนแห่งฟ้าดินงั้นหรือ?" เซียวเหวินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาดำขลับทอประกายเย้ยหยัน "เกรงว่าตัวตนที่แท้จริงของท่าน คงเป็นเพียงสุนัขรับใช้ที่ถูกขับไล่ออกจากแดนเซียนเบื้องบน มิฉะนั้น คงไม่จำเป็นต้องใช้เงาอวตารปลอมๆ มาข่มขู่คนรุ่นหลังเช่นนี้!" สิ้นคำพูดของเซียวเหวิน บรรยากาศรอบกายพลันเงียบสงัดลงชั่วขณะ อัสนีบาตสีเลือดบนท้องนภากรีดร้องเสียงแหลมสูงขึ้นทันที ความโกรธเกรี้ยวพรั่งพรูออกมาจากร่างในชุดคลุมสีทองจนมิติรอบข้างบิดเบี้ยวเป็นรอยร้าวสีดำ "เด็กน้อยปากกล้า! เจ้าหาญกล้าท้าทายอาญาแห่งสวรรค์!" พริบตานั้น ร่างสีทองอร่ามพลันหายวับไปจากเบื้องสายตา ความเร็วระดับนี้เหนือล้ำยิ่งกว่าย่างก้าวพริบตา เสี้ยววินาทีนั้น สัญชาตญาณดิบแห่งความเป็นความตายกรีดร้องก้องในโสตประสาทของเซียวเหวิน "ระวัง!" ซูหยางเคลื่อนไหวเร็วยิ่งกว่าความคิด กระบี่น้ำแข็งในมือวาดเป็นวงโค้งสีฟ้าครามใสบริสุทธิ์ เกิดเป็นม่านน้ำแข็งหนานับร้อยชั้นปะทะเข้ากับความว่างเปล่าเบื้องหน้าอย่างจัง! *ตูมมมม!* คลื่นกระแทกอันมหาศาลแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง ต้นไม้ใบหญ้าในรัศมีร้อยลี้ถูกบดขยี้จนกลายเป็นผุยผงในพริบตา ซูหยางกระอักเลือดคำโตออกมา ละอองเลือดกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีแดงร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน นางถูกแรงกระแทกซัดถอยหลังมาหลายก้าว จนเซียวเหวินต้องรีบยื่นมือออกไปโอบประคองเอวบางของนางไว้ ปราณแท้จริงของเขาถูกถ่ายเทเข้าไปเพื่อช่วยบรรเทาอาการบาดเจ็บภายในทันที "เจ้าไหวหรือไม่?" เซียวเหวินเอמהถาม เสียงของเข้มงวดแต่แฝงด้วยความห่วงใยที่ยากจะปิดบัง "ข้าไม่เป็นไร..." ซูหยางเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาคู่สวยมองตรงไปยังเบื้องหน้า "แต่มันกำลังจะใช้กระบวนท่าที่สอง..." กลางห้วงอากาศ บุคคลในชุดคลุมสีทองยกมือขึ้นช้าๆ ฝ่ามือข้างนั้นเปล่งประกายแสงสีทองเจิดจ้า รัศมีพลังแห่งการทำลายล้างรวมตัวกันเป็นรูปทรงกระบี่เพลิงทองคำขนาดมหึมาที่แผดเผาทุกสิ่งจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยว มันคือวิชาเซียนขั้นสูงที่สามารถผลาญวิญญาณให้สูญสลายได้ในกระบวนท่าเดียว! เซียวเหวินสูดลมหายใจเข้าลึก, แววตาคมกริบฉายแววเด็ดเดี่ยว เขาไม่ได้ถอยหนี แต่กลับสะบัดแขนเสื้ออย่างรวดเร็ว แผ่นยันต์อักขระสีทองอร่ามเจ็ดสิบสองแผ่นพุ่งทะยานออกไปปักลงตามตำแหน่งทิศทางทั้งเจ็ดสัปตภพในพริบตา ปราณอักขระเชื่อมโยงกันเป็นตาข่ายแสงสีเงินยวง ปกคลุมร่างของเขากับซูหยางไว้ภายใน "คิดจะใช้ค่ายกลกระจกนภาต้านรับกระบวนท่าของข้า? ช่างโง่เขลานัก!" เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้น พร้อมกับกระบี่เพลิงทองคำที่พุ่งดิ่งลงมาจากฟากฟ้าดั่งอุกกาบาตพิฆาต! ทว่า ในวินาทีที่กระบี่เพลิงทองคำกำลังจะพุ่งทะลวงผ่านตาข่ายอักขระของเซียวเหวินนั่นเอง แผ่นดินเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรง รอยแยกมิติสีดำสนิทที่อยู่ด้านหลังของบุคคลในชุดคลุมสีทองพลันขยายวงกว้างขึ้นอย่างไร้สุ้มเสียง พร้อมกับมือสีขาวซีดราศศพคู่หนึ่งที่เต็มไปด้วยโซ่ตรวนโบราณ พุ่งทะลวงออกมาจากความมืดมิด กระชากข้อเท้าของบุคคลในชุดคลุมสีทองไว้แน่นสนิท! "ออะไรกัน!?" บุคคลในชุดคลุมสีทองอุทานออกมาด้วยความตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก แววตาที่เคยเย่อหยิ่งบัดนี้ฉายแววหวาดกลัวสุดขีดเมื่อสัมผัสได้ถึงตัวตนที่แท้จริงจากรอยแยกมิติ และก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว เสียงทุ้มต่ำอันทรงพลังที่ทำให้กาลเวลาคล้ายหยุดนิ่ง ก็ดังสะท้อนก้องออกมาจากห้วงมิติเบื้องล่าง ท่ามกลางสายตาที่เบิกกว้างของเซียวเหวินและซูหยาง... "ผู้ใดบังอาจ... มาสร้างความวุ่นวายในเขตแดนบรรพกาลของข้า?" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์สยบพยศนางเซียนน้ำแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%