วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์สยบพยศนางเซียนน้ำแข็ง•ตอนที่ 20

ความจริงที่แสนเจ็บปวด

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"ฆ่าคนของสำนักราชันย์สวรรค์... เจ้าหนู คิดจะหนีไปไหน!" เสียงคำรามดังกึกก้องดั่งอสนีบาตฟาดผ่ากลางฤดูร้อน แรงกดดันจากลมปราณขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งจนพื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม คลื่นกระบี่สีทองอร่ามพุ่งแหวกอากาศตรงเข้าสู่แผ่นหลังของเซียวเหวินราวกับพญานาคราชไร้พ่ายที่ต้องการกลืนกินทุกสรรพสิ่งในคราเดียว ทว่า เซียวเหวินหาได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ใบหน้าหล่อเหลาที่มักเปี่ยมด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันฟ้าดินบัดนี้ราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก นัยน์ตาคู่นั้นกวาดมองค่ายกลดาราเคลื่อนคล้อยที่ตนลอบวางไว้ล่วงหน้าอย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วเรียวยาวสะบัดออก ยันต์อักขระสีครามเก้าแผ่นพลันระเบิดแสงเจิดจ้ากลางอากาศ หลอมรวมเป็นม่านพลังรูปทรงแปดเหลี่ยมต้านรับกระบี่นั้นไว้ด้วยเสียงสนั่นหวั่นไหว ตูม! แรงปะทะทำให้ฝุ่นควันตลบอบอวล เซียวเหวินถอยหลังไปสามก้าว รสชาติคาวเลือดฝาดปะปนในลำคอเล็กน้อย แต่เขากลับยกย่องมุมปากขึ้นอย่างเย็นชา สมองอันปราดเปรื่องคำนวณทิศทางและความหนาแน่นของพลังปราณฝ่ายตรงข้ามเสร็จสิ้นภายในลมหายใจเดียว "รวดเร็วสมเป็นผู้อาวุโสลำดับสามแห่งสำนักราชันย์สวรรค์... แต่ก็น่าเสียดาย ที่ท่านยังใช้ความคิดตามตำราเก่าๆ อยู่ดีนะครับ" เซียวเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงไว้ด้วยความเย้ยหยันอย่างถึงที่สุด ขณะเดียวกัน ร่างระหงของซูหยางก็เคลื่อนกายเข้ามาประชิดเบื้องหน้าดั่งภูตพรายไร้เงา นางเซียนน้ำแข็งปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับกระบี่เซียนไร้ลักษณ์ในมือ ไอร้อนจากเพลงกระบี่ของศัตรูถูกความเย็นเยียบระดับพันปีของนางกดดันจนกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งโปรยปรายลงมา ดวงตาคู่งามของซูหยางเย็นชายิ่งกว่ากระบี่ในมือ นางมิได้เอ่ยคำใดกับศัตรู มีเพียงจิตสังหารไร้ระลอกคลื่นที่แผ่ขยายออกไปเพื่อปกป้องบุรุษเบื้องหลัง เคมีระหว่างคนทั้งสองดั่งการหลอมรวมของกระบี่กับฝัก คมกริบและสอดประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ จอมยุทธ์ผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่และนางเซียนผู้เย็นชาต่อหล้าฟ้าดิน บัดนี้ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่เผชิญหน้ากับพายุลูกใหญ่ที่กำลังโหมกระหน่ำ ผู้อาวุโสแห่งสำนักราชันย์สวรรค์หรี่ตามองคนทั้งสองอย่างระแวดระวัง แม้เขาจะมีพลังเหนือกว่าครึ่งขั้น แต่ค่ายกลที่เซียวเหวินวางไว้กลับปั่นป่วนกระแสลมปราณรอบกายจนเขาใช้งานได้ไม่เต็มส่วน ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงปรบมือเบาๆ ก็ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลังแนวป่าไผ่ แปะ... แปะ... แปะ... "ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง ศิษย์น้องเซียว และแม่นางซู... พวกท่านช่างมีความกล้าหาญที่จะควักหัวใจของสุนัขป่าออกมาเล่นเสียจริงนะ" น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลและคุ้นเคยอย่างประหลาด เซียวเหวินขมวดคิ้วเล็กน้อย ความรู้สึกสะกิดใจบางอย่างแล่นแปล๊บเข้ามาในอก ขณะที่ซูหยางพลันหรี่ตาลง จิตสังหารในกายพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดราวกับนางรับรู้ถึงตัวตนของผู้ที่กำลังก้าวเดินออกมาจากเงาไม้ เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นภายใต้แสงจันทร์สลัว สวมอาภรณ์หรูหราสีครามเข้ม ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นและอ่อนโยน เป็นรอยยิ้มที่ผู้คนต่างให้ความเคารพยกย่องในฐานะ "คุณชายคุณธรรม" แห่งยุทธภพ ผู้ซึ่งคอยช่วยเหลือสำนักต่างๆ และสนับสนุนเซียวเหวินมาโดยตลอด "พี่ใหญ่หลี่..." เซียวเหวินพึมพำออกมาเบื้องต่ำ นัยน์ตาที่มักเยือกเย็นฉายแววสั่นไหวเป็นครั้งแรก หลี่เทียนเฉิน... บุรุษผู้มีพระคุณ ผู้ร่วมดื่มสุราสาบานตนในยุทธภพ และเป็นสหายสนิทที่เซียวเหวินไว้ใจมากที่สุด บัดนี้กำลังเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่เคลือบอาบด้วยยาพิษ ในมือของเขามีพัดจีบหยกขาวที่สลักลวดลายอักขระลับ ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับที่กลุ่มมือสังหารใช้เมื่อคราวก่อน "เจ้าประหลาดใจหรือ ศิษย์น้องเซียว?" หลี่เทียนเฉินหยุดเดิน รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงนุ่มนวล แต่แววตากลับว่างเปล่าและเหี้ยมเกรียม "เจ้าคิดจริงๆ หรือว่า การที่สำนักราชันย์สวรรค์ตามล่าเจ้าทุกฝีก้าว เป็นเพราะความสะשלของพวกมันเอง? เจ้าฉลาดเป็นกรด... แต่น่าเสียดายที่ความฉลาดของเจ้า มักมองไม่เห็นเงาที่ทาบทับอยู่เบื้องหลังตัวเจ้าเอง" ความจริงบางอย่างค่อยๆ กัดเซาะจิตใจของเซียวเหวิน ค่ายกลที่เขาออกแบบ แผนผังการเคลื่อนย้ายกำลังพล หรือแม้แต่จุดอ่อนของสำนักต่างๆ ที่เขาเคยบอกเล่า มีเพียงคนไม่กี่คนเท่านั้นที่ล่วงรู้ และหนึ่งในนั้นคือ "พี่ใหญ่" ผู้คอยช่วยเหลือเขามาตลอด "เป็นท่าน... ที่ขายข่าวการเคลื่อนไหวของข้าให้แก่สำนักราชันย์สวรรค์?" เซียวเหวินเอ่ยถาม น้ำเสียงแม้จะยังคงความราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความเจ็บปวดลึกซึ้งที่ไม่อาจเอ่ยคำใดบรรยาย "ขายข่าว? พูดจาเกินไปหน่อยกระมัง ศิษย์น้อง" หลี่เทียนเฉินหัวเราะในลำคออย่างแผ่วเบา "ข้าเพียงแค่ชี้ทางสว่างให้แก่ผู้ที่สมควรได้รับผลประโยชน์เท่านั้น... โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยคุณธรรมน้ำมิตรอย่างที่เจ้าพร่ำสอนหรอกนะ มันขับเคลื่อนด้วยอำนาจและผลประโยชน์ต่างหาก สำนักราชันย์สวรรค์ต้องการค่ายกลมังกรฟ้าที่อยู่ในมือเจ้า ส่วนข้า... ต้องการตำแหน่งเจ้าสำนักใหญ่ที่พวกมันรับปากว่าจะมอบให้ หลังจากที่กำจัดหนามยอกอกอย่างเจ้าได้" ซูหยางก้าวขึ้นมาขวางหน้าเซียวเหวินไว้ครึ่งก้าว กระบี่ในมือเปล่งประกายสีฟ้าครามเจิดจ้า นางมิได้ใส่ใจคำพูดตลบแตลงของสุนัขรับใช้ผู้ทรยศ สายตาของนางจดจ้องไปยังจุดบอดทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นจุดที่ค่ายกลระดับสูงถูกกางดักรอไว้อย่างเงียบเชียบ "วาจาเพ้อเจ้อของคนใกล้ตาย หาได้มีค่าให้รับฟังไม่" เสียงหวานใสของซูหยางเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปี นางหันกลับมามองเซียวเหวินแวบหนึ่ง นัยน์ตาสื่อความหมายลึกซึ้งที่ทำให้หัวใจของบุรุษหนุ่มอบอุ่นขึ้นท่ามกลางพายุหิมะ "เหวินหลาง... คนผู้นี้ มอบให้ข้าจัดการเถอะนะ" เซียวเหวินสูดลมหายใจเข้าลึก 1 ครั้ง ปัดเป่าความเจ็บปวดจากการถูกหักหลังออกไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความสุขุมและดุจเหล็กกล้า แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นคมกราบราวกับกระบี่ที่เพิ่งลับคม "ไม่ต้องหรอกครับ ซูหยาง..." เซียวเหวินเอ่ยด้วยรอยยิ้มบางเบາที่มุมปาก "คนทรยศที่กล้าใช้แผนการสกปรกกับข้า สมควรต้องชำระบัญชีด้วยค่ายกลที่เขาคาดไม่ถึงที่สุด... ท่านดูอยู่เฉยๆ สักครู่เถอะครับ" สิ้นคำพูดของเซียวเหวิน พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของหลี่เทียนเฉินก็พลันเรืองแสงสีทองคำขาวขึ้นพร้อมกันเจ็ดจุด อักขระโบราณนับหมื่นตัวผุดขึ้นจากใต้พื้นดินราวกับฝูงอสรพิษที่ตื่นจากจำศีล ล้อมรอบร่างของหลี่เทียนเฉินและผู้อาวุโสสำนักราชันย์สวรรค์ไว้ในพริบตา หลี่เทียนเฉินหน้าถอดสี รอยยิ้มอ่อนโยนหายวับไปทันที แทนที่ด้วยความตื่นตระหนก "นี่มัน... ค่ายกลสะท้อนวิญญาณสวรรค์! เจ้า... เจ้าวางมันไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่!" "ตั้งแต่ตอนที่เราดื่มสุสาบานกันใต้ต้นท้อเมื่อสามปีก่อนแล้วครับ... พี่ใหญ่" เซียวเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าเยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็งของซูหยาง "ข้าบอกท่านแล้วว่า ข้าใช้สมองนำทางมากกว่ากำลัง และข้าไม่เคยไว้ใจใครร้อยเปอร์เซ็นต์... แม้แต่เงาของตัวเอง" แสงสว่างเจิดจ้าจากอักขระระเบิดขึ้นกลืนกินร่างของหลี่เทียนเฉินและผู้อาวุโสสำนักราชันย์สวรรค์ แรงระเบิดสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งหุบเขา ทว่า ในวินาทีที่ค่ายกลกำลังจะแผดเผาทุกสิ่งให้กลายเป็นจุล เงาดำสายหนึ่งกลับพุ่งทะยานออกมาจากรอยแยกมิติเหนือศีรษะของหลี่เทียนเฉิน พร้อมกับกรงเล็บสีดำสนิทที่คว้าจับหัวใจของหลี่เทียนเฉินออกไปสดๆ ต่อหน้าต่อตา! หลี่เทียนเฉินเบิกตากว้าง กระอักเลือดออกมาคำโต ร่างกายทรุดฮวบลงกับพื้นโดยไร้ลมหายใจ ก่อนที่เงาดำปริศนานั้นจะหันมามองเซียวเหวินด้วยรอยยิ้มอำมหิตภายใต้หน้ากากกะโหลกสีทอง "ขอบคุณที่ช่วยกำจัดหมากตัวที่หมดประโยชน์ให้... เซียวเหวิน" เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากเงาดำนั้น "และเตรียมตัวรับมือกับ 'ตัวจริง' ที่แท้จริงได้เลย!" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์สยบพยศนางเซียนน้ำแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%