วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์สยบพยศนางเซียนน้ำแข็ง•ตอนที่ 2

รัศมีเหมันต์ที่ยอดเขา

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"ป้ายคำสั่งนั้นหาได้มีค่าพอกลืนกินวิญญาณผู้ใดไม่... หากเจ้าคิดใช้มันมาท้าทายกฎแห่งสำนักกระบี่เมฆาคล้อย เกรงว่าเงาร่างในชุดคลุมดำของเจ้า คงต้องทิ้งกระดูกไว้เป็นปุ๋ยใต้รากสนพันปีนี้เสียแล้ว" เสียงทุ้มต่ำกังวานดั่งระฆังทองสัมฤทธิ์สะท้อนก้องกราบฟ้า ท่ามกลางกลิ่นอายสายฟ้าสีเลือดที่ยังคงคุกกรุ่นอยู่รอบลานประลอง รอยแยกลึกสามฉื่อบนพื้นหินแกรนิตสีนิลปรากฏขึ้นจากแรงกระแทกเมื่อครู่ ทว่าเจ้าของร่างโปร่งในอาภรณ์สีขาวสะอาดตากลับมิได้ขยับเขยื้อนถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว เซียวเหวินยืนสงบนิ่ง ปลายเท้าซ้ายกดทับตำแหน่งจุดชีพจรค่ายกลปฐพีที่เขาแอบฝังไว้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินขึ้นสู่ลานประลอง สายตาคมกริบดั่งกระบี่ไร้ฝักจับจ้องไปยังเงาดำที่เพิ่งทะลุมิติออกมา เงาร่างนั้นหัวร่อด้วยน้ำเสียงแหบพร่าคล้ายโลหะเสียดสีกัน "เซียวเหวิน... เจ้าช่างอวดดีสมคำร่ำลือ สมบัติสวรรค์ชิ้นนี้ถูกลิขิตให้เป็นของนายเหนือหัวข้า การขัดขวางย่อมมีจุดจบเพียงสถานเดียว คือความตายอันไร้หลุมฝัง" สิ้นเสียงคำราม เมฆทมิฬเหนือยอดเขากลับหมุนวนเป็นเกลียวพายุคล้ายปากมังกรกระหายเลือด สายฟ้าเส้นมหึมาสีแดงฉานฟาดผ่าลงมาตรงจุดที่เงาดำยืนอยู่ พลังปราณกดดันระดับจิตวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง จนเหล่าศิษย์สายในของสำนักที่ยืนดูอยู่รอบนอกต่างกระอักเลือด คำรามด้วยความเจ็บปวดและทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น แรงกดดันนี้มิใช่สิ่งที่ผู้ฝึกตนทั่วไปจะทานทนได้ แต่มันกลับไม่สามารถทำอันตรายแม้แต่เส้นผมของเซียวเหวิน เซียวเหวินหาได้สะทกสะท้าน นิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวสะบัดออกเบาๆ แผ่นยันต์อักขระสีทองคำเปลวสามแผ่นลอยคว้างกลางอากาศ วาดเป็นค่ายกลดาราคุ้มกัน ป้องกันแรงกดดันจากทัณฑ์สวรรค์ได้อย่างไร้ร่องรอย เขายกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นเปี่ยมด้วยความเย้ยหยันที่เยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำค้างยามเหมันต์ "โลกหล้าใบนี้ ผู้ที่กล่าววาจาโอหังมักอายุสั้นเสมอ... เจ้าคิดว่าการยืมพลังจากมิติอื่นจะทำให้เจ้าไร้เทียมทานกระนั้นหรือ?" เซียวเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังจนกดข่มเสียงคำรามของฟ้าดินให้อยู่หมัด ทันใดนั้นเอง ก่อนที่เงาดำจะทันได้เคลื่อนไหวตอบโต้ อุณหภูมิโดยรอบลานประลองก็ลดฮวบลงอย่างฉับพลันราวกับหล่นลงสู่ขุมนรกน้ำแข็งพันปี! ละอองไอน้ำในอากาศกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีฟ้าครามที่โปรยปรายลงมาดั่งหิมะมรณะ ความเย็นยะเยือกนี้มิได้สัมผัสเพียงแค่ผิวกาย แต่มันแทรกซึมลึกถึงแก่นแท้ของปราณวิญญาณ ทำให้เลือดลมในกายของเงาดำถึงกับแข็งค้าง ชั่วพริบตาเดียว แสงจันทร์สีเงินยวงก็สาดส่องทะลุผ่านหมู่เมฆทมิฬลงมา ราวกับโลกทั้งใบถูกแช่แข็งให้หยุดนิ่ง เงาร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ ปักลวดลายดอกเหมันต์ด้วยด้ายเงินสะท้อนแสงระยิบระยับ ปรากฏกายขึ้นบนยอดเสาหินศิลาจารึกกฎสำนักอย่างเงียบเชียบ ราวกับนางเซียนผู้เลอโฉมที่เดินลงมาจากภาพวาดโบราณ ใบหน้ารูปไข่เย็นชาราวกับแกะสลักจากหยกน้ำแข็ง ดวงตาสีฟ้าใสราศีกระจ่างดั่งกระจกแก้วคู่นั้นกวาดมองผู้บุกรุกเพียงแวบเดียว ทว่ากลับทำให้จิตวิญญาณของเงาดำสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวถึงขั้วหัวใจ นางคือ 'ซูหยาง' นางเซียนอันดับหนึ่งแห่งดินแดนรกร้างเหมันต์ และเป็นผู้เดียวในใต้หล้าที่ทำให้จอมยุทธ์ผู้หยิ่งทะนงเช่นเซียวเหวินต้องยอมลดทิฐิลงในสายตาของคนทั่วหล้า ซูหยางมิได้เอ่ยคำใด นางเพียงปรายตามองเงาดำเบื้องล่าง ฝ่ามือเรียวดั่งลำหยกยกขึ้นช้าๆ กระบี่ไร้ปรานีสีฟ้าใสที่เหน็บไว้ข้างเอวสั่นระริก ส่งเสียงกังวานใสราศีกระจ่างดั่งธารน้ำแข็งแตกละเอียด "บังอาจนักที่มารังควานอาณาเขตของสำนักกระบี่เมฆาคล้อย..." น้ำเสียงของซูหยางราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ราวกับพิพากษาโทษจากเทพยดา เงาดำเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก "เจ้า... เจ้าคือปีศาจน้ำแข็งแห่งหุบเขาหมื่นปี ซูหยาง! เป็นไปได้อย่างไร เจ้าควรจะ..." "ควรจะติดอยู่ในค่ายกลสมุทรน้ำแข็งสินะ?" ซูหยางเอ่ยแทรกขึ้น ดวงตาดั่งน้ำแข็งพันปีหรี่ลงเล็กน้อย "น่าเสียดาย... ที่คนผู้บอกทางให้ข้าออกจากที่นั่น คือคนที่พวกเจ้ากำลังหาญกล้ามาท้าทายต่างหาก" สิ้นคำพูดของนาง ซูหยางก็หันสายตาคมปลาบมาสบกับเซียวเหวินที่ยืนอยู่เบื้องล่าง ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองเต็มไปด้วยกระแสลมปราณที่เฉียบคมดั่งคมกระบี่ แต่วูบหนึ่ง แววตาที่เคยเย็นชาดั่งน้ำแข็งของนางกลับไหววูบ อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจของบุรุษหนุ่ม เซียวเหวินแย้มยิ้มบางเบาให้พยศนางเซียนผู้นี้ เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและมีความหมายลึกซึ้งเกินกว่าที่ผู้ใดจะคาดเดา "เจ้ามาช้าไปครึ่งก้าว ซูหยาง... ข้าเกือบจะจัดการขยะชิ้นนี้เสร็จอยู่แล้วเชียว" "ข้าเพียงกลัวว่าฝุ่นละอองจะเปื้อนชุดสะอาดของท่านพี่เท่านั้น, เซียวเหวิน" ซูหยางตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย สร้างความตกตะลึงให้แก่เหล่าศิษย์สำนักกระบี่เมฆาคล้อยที่ต่างอ้าปากค้างจนแทบกลืนกินหมัดเข้าไปได้ ใครเลยจะคาดคิดว่านางเซียนผู้เย็นชาไร้หัวใจผู้นี้ จะเอ่ยวาจาอ่อนหวานเช่นนี้กับบุรุษผู้หนึ่ง? ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะเปลี่ยนเป็นความเงียบสงบอันลึกล้ำ รอยแยกมิติสีเลือดเบื้องหลังเงาดำกลับระเบิดเสียงคำรามสนั่นหวั่นไหวอีกครั้ง! เงาร่างที่สอง สาม และสี่ ที่มีพลังปราณเหนือล้ำยิ่งกว่าตนแรกนับร้อยเท่า ค่อยๆ ก้าวทะลุมิติออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องฟ้าดิน พร้อมกับป้ายคำสั่งโบราณนับร้อยชิ้นที่พุ่งตรงมายังจุดที่เซียวเหวินและซูหยางยืนอยู่! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของผมด้วยดีเสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์สยบพยศนางเซียนน้ำแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%