กระบี่วิปลาสปะทะจันทร์ดับสูญ•ตอนที่ 11

วิถีกระบี่ที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
"กระบี่... มิใช่เครื่องมือฆ่าฟันเพื่อเอาชนะ แต่เป็นส่วนหนึ่งของลมหายใจที่ยินยอมจำนนต่อฟ้าดิน" เสียงทุ้มต่ำและแฝงไว้ด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลาของหลี่เฟย ดังขึ้นทำลายความเงียบงันภายในถ้ำศิลาโบราณ เศษเสี้ยวเกล็ดน้ำแข็งที่เกาะอยู่ตามผนังหินรอบด้านระเหยกลายเป็นไอหมอกขาวโพลนในพริบตา เมื่อกระแสลมปราณอัคคีและเหมันต์ภายในร่างของเขาปะทะกันอย่างรุนแรงแต่ทว่าไร้เสียง ดวงตาของหลี่เฟยปิดสนิท เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผาก ลมหายใจเข้าออกสอดประสานกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดังราวกับเสียงกลองศึกในสมรภูมิโบราณ เบื้องหน้าของเขาคือกระบี่หักเล่มหนึ่งที่ปักอยู่บนแท่นหินอัคนี มันไม่มีคม ไม่มีประกายแสงเจิดจ้าเช่นกระบี่วิเศษเล่มใดในยุทธภพ ทว่ากลับแผ่ซ่านแรงกดดันมหาศาลจนทำให้มิติรอบข้างบิดเบี้ยวเล็กน้อย ซูเหมยยืนนิ่งอยู่ริมปากถ้ำ ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับรูปสลักหยกหิมะ ทว่าแววตาคู่คมกลับฉายประกายความกังวลระคนทึ่งอย่างปิดไม่มิด นางย่อมรู้ดีว่าการจะก้าวข้ามขอบเขต "จิตกระบี่ไร้ลักษณ์" ไปสู่ขั้นที่สูงกว่านั้น หมายถึงการต้องยอมสละทิ้งความยึดติดทั้งปวง แม้กระทั่งความแค้นที่ฝังรากลึกอยู่ในกระดูกของหลี่เฟยเอง "เจ้ากำลังเดินเข้าสู่เส้นทางที่อันตรายที่สุด, หลี่เฟย" น้ำเสียงเยือกเย็นแต่แฝงไว้ด้วยความห่วงใยอย่างลึกซึ้งดังขึ้น ท่ามกลางเสียงคำรามต่ำๆ ของสายลมภายนอกที่พัดโหมกระหน่ำ "การละทิ้งกระบวนท่า เพื่อแสวงหาแก่นแท้... หากก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียว จิตวิญญาณของเจ้าจะถูกพลังย้อนกลับแผดเผาจนดับสูญ ไม่เหลือแม้แต่เศษธุลี" หลี่เฟยลืมตาขึ้นช้าๆ แววตาของเขาในยามนี้มิได้ดุดันดั่งพยัคฆ์คลั่งอีกต่อไป หากแต่สงบนิ่งและลึกล้ำดั่งห้วงมหาสมุทรยามราตรี เขากวาดสายตามองฝ่ามือที่ไร้รอยแผล ทว่ากลับเต็มไปด้วยร่องรอยด้านชาจากการผ่านศึกนับร้อยพันครั้ง "เหมยเอ๋อร์... ข้าเพิ่งเข้าใจในวันนี้เอง" หลี่เฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนสั่นสะเทือนแก้วหู "ตลอดเวลาที่ผ่านมา ข้าใช้ความแค้นของสำนัก ข้าใช้ความเจ็บปวดจากการสูญเสียอาจารย์ มาเป็นเชื้อเพลิงหล่อเลี้ยงวิถีกระบี่ของตนเอง ข้าคิดว่ายิ่งกระบี่คมกริบเท่าไหร่ ยิ่งสังหารศัตรูได้รวดเร็วเท่าไหร่ ข้าก็ยิ่งเข้าใกล้ความจริงของวิถียุทธ์มากเท่านั้น แต่ข้ากลับหลงทาง... หลงทางมาตลอดชีวิต" ซูเหมยขยับกายเข้ามาใกล้เล็กน้อย กลิ่นอายความเย็นบริสุทธิ์ของนางช่วยบรรเทาความร้อนรุ่มจากลมปราณในร่างของหลี่เฟย "แล้วตอนนี้... เจ้ามองเห็นสิ่งใด?" "ความว่างเปล่า" หลี่เฟยตอบสั้นๆ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ฟ้าดินไม่เคยมีความแค้น มนุษย์ต่างหากที่สร้างความแค้นขึ้นมาผูกพันธนาการตนเอง กระบี่หักเล่มนี้... แท้จริงแล้วไม่ได้ต้องการความสมบูรณ์แบบ มันเพียงต้องการการยอมรับ ยอมรับความบกพร่อง ยอมรับความสูญเสีย และยินดีที่จะไหลไปตามกระแสธารแห่งกาลเวลาโดยไม่ขัดขืน" สิ้นคำกล่าว บรรยากาศรอบตัวก็แปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน! รัศมีกระบี่สีครามเข้มพวยพุ่งทะยานจากร่างของหลี่เฟยทะลุเพดานถ้ำหินหนาขึ้นสู่ท้องนามืดครึ้ม เมฆฝนสีดำสนิทที่ปกคลุมยอดเขามานานนับเดือนพลานหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นขนาดมหึมา สายฟ้าสีทองคำฟาดผ่าลงมาตรงปากถ้ำอย่างบ้าคลั่ง ทว่าพลังสายฟ้าเหล่านั้นกลับไม่ทำลายสิ่งใด กลับถูกดูดกลืนเข้าไปในร่างของหลี่เฟยราวกับแม่เหล็กดึงดูดผงเหล็ก นี่คือสัญญาณของการทะลวงขอบเขต! การก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์เพื่อสัมผัสกับสัจธรรมแห่งฟ้าดิน! ซูเหมยรีบถอยหลังไปสามก้าว นางเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนหัวใจแทบหยุดเต้น พลังกดดันระดับนี้... มันไม่ใช่แค่การเลื่อนระดับพลังปราณธรรมดา แต่มันคือการบรรลุ "วิถีกระบี่เทวะ" ขั้นที่เก้า ซึ่งในรอบพันปีของยุทธภพ มีเพียงบรรพจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักกระบี่ดาราเท่านั้นที่เคยทำได้! "เขา... ทำสำเร็จจริงๆ หรือ?" นางรำพึงกับตนเองด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ทั้งภาคภูมิใจ ทั้งห่วงหา และหวาดหวั่นต่อทัณฑ์สวรรค์ที่จะต้องตามมา ท่ามกลางพายุสายฟ้าที่คำรามกึกก้อง หลี่เฟยค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม กระบี่หักในมือของเขาในยามนี้มิได้ปรากฏประกายแสงอันใดอีกต่อไป มันดูราวกับเศษเหล็กธรรมดาชิ้นหนึ่ง ทว่าเมื่อเขาตวัดมันเบาๆ ไปในอากาศ มิติเบื้องหน้ากลับปริแตกออกเป็นรอยแยกสีดำสนิทราวกับกระจกที่ถูกทุบด้วยค้อนหนัก เขากำลังจะหันไปเอ่ยบางอย่างกับซูเหมย ทว่าทันใดนั้นเอง... บรรยากาศโดยรอบก็เย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด เปลวเพลิงสีดำสนิทสายหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างไร้สุ้มเสียงที่เบื้องหลังของซูเหมย พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าและเยือกเย็นที่กรีดแทงเข้าสู่โสตประสาทของคนทั้งสองโดยตรง "ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นวิถีกระบี่ที่น่าสนใจเสียจริง หลี่เฟย เจ้าเด็กโง่ คิดว่าบรรลุสัจธรรมแล้วจะสามารถรอดพ้นจากเงื้อมมือของสำนักมารโลหิตได้เช่นนั้นหรือ?" หลี่เฟยหรี่ตาลงทันที รังสีสังหารพวยพุ่งออกจากร่างราวกับพายุหมุน เขายังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบโต้ ร่างของเงาดำลึกลับผู้หนึ่งก็ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติเบื้องหลังซูเหมย พร้อมกับคมมีดสีเลือดที่จ่ออยู่ที่ลำคอระหงของนางอย่างแนบชิด! ด้วยความขอบพระคุณจากใจ พยัคฆ์ขาวคำราม
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสปะทะจันทร์ดับสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%