"ป้ายหยกสามเหลี่ยมชิ้นนี้… มิใช่สิ่งที่จะหาซื้อได้ด้วยตำลึงทองทั่วไปในตลาดค้ามนุษย์"
เสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนหินบดเสียดสีกันดังขึ้นจากภายในรถม้าคันเก่าคร่ำคร่า ม่านผ้าไหมสีดำสนิทถูกแหวกออกด้วยเรียวิวนิ้วซีดเซียวที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากคมมีด หลี่เฟยหรี่ตาลงมองแผ่นป้ายหยกสลักลายอสูรกลืนจันทราในมือ ชายหนุ่มมิได้ขยับกายวาจาใด ทว่ารัศมีกระบี่ที่แฝงเร้นอยู่ภายในร่างกลับแผ่ซ่านออกมาราวกับคลื่นน้ำระลอกแรกยามลมหนาวมาเยือน
ค่ำคืนนี้… ณ หุบเขาอัสดงที่ซึ่งแสงตะวันมิเคยย่างกรายไปถึง เบื้องล่างคือตลาดมืดอันเป็นแหล่งรวมตัวของเหล่ามารอสูร โจรโฉด และผู้ฝึกยุทธ์นอกรีต กลิ่นอายคาวเลือดและกลิ่นอายปราณโลหิตลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายสมุนไพรหายาก แสงคบเพลิงสีเขียวมรกตที่ถูกจุดไว้ตามซอกหินสาดส่องกระทบใบหน้าของผู้คนที่สวมหน้ากากอำพรางตัว บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความระแวงสงสัยและจิตสังหารที่กดทับลงมาอย่างเงียบเชียบ
ซูเหมยซึ่งนั่งอยู่เคียงข้างในชุดคลุมยาวสีขาวบริสุทธิ์ตัดกับความมืดมิดเบื้องนอกอย่างสิ้นเชิง นางมิได้สวมหน้ากาก ทว่าใบหน้างามล้ำกลับถูกปกคลุมด้วยไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากคัมภีร์ดาราจักร ดวงตาคู่คมดุจดาราน้ำแข็งกวาดมองไปยังซุ้มสินค้าเบื้องหน้าอย่างเยชาชา ทว่าสติสัมปชัญญะกลับแผ่ขยายออกไปแปดทิศทางเพื่อรับรู้ความเคลื่อนไหวทั้งหมด
"ไม่ใช่แค่เรื่องป้ายหยก" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งกลางฤดูเหมันต์เอ่ยขึ้นแผ่วเบา นางปรายตามองไปยังเงาร่างนับสิบที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่บนหน้าผาสูงชัน "แต่พวกมัน… รอคอยเรามาตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าสู่เขตกึ่งกลางของหุบเขาแล้ว"
หลี่เฟยแค่นเสียง "หึ" ออกมาคราหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา มือขวาของเขากุมด้ามกระบี่หักที่เหน็บไว้ข้างเอวแน่นขึ้น ความทรงจำเมื่อครั้งสำนักถูกทำลายและอาจารย์สิ้นชีพหลั่งไหลเข้ามาในห้วงนึกคิดราวกับคลื่นลมพายุ ทว่าจิตใจของเขากลับนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงความมุ่งมั่นอันเด็ดเดี่ยวในการลากคอผู้อยู่เบื้องหลังออกมาสู่แสงสว่าง
"หากพวกมันอยากรู้นักว่าเรามาที่นี่เพื่อสิ่งใด… ก็ควรให้พวกมันได้ลิ้มรสชาติของคมกระบี่ดูบ้าง"
พูดจบ หลี่เฟยก็ก้าวลงจากรถม้า ฝ่าเท้ากระทบพื้นดินแห้งผากเสียงดังทึบ ทว่าไร้ซึ่งแรงสะเทือน การควบคุมลมปราณของเขาได้บรรลุถึงขั้นไร้ร่องรอยแล้ว การปรากฏตัวของคนทั้งสองทำให้บรรยากาศรอบบริเวณตลาดมืดที่อึกทึกครึกโครมเมื่อครู่พลันเงียบสงบลงชั่วขณะ สายตานับร้อยคู่ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความมืดหันมาจ้องมองพวกเขาเป็นตาเดียว
"นั่น… ยอดฝีมือสำนักใดกัน? ไฉนจึงกล้าเข้ามาในเขตอิทธิพลของ 'พรรคโลหิตทมิฬ' ด้วยท่าทีเย่อหยิ่งถึงเพียงนี้"
เสียงกระซิบกระซาบดังมาจากร้านค้าขายยาพิษมุมอับ ทว่ามิอาจรอดพ้นประสาทสัมผัสอันแหลมคมของยอดฝีมือทั้งสองไปได้
หลี่เฟยไม่ใส่ใจคำนินทาเหล่านั้น สายตาคมกริบราวเหยี่ยวอัคคีทอดมองไปยังป้ายไม้ขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่หน้าหอประมูลกลางหุบเขา ที่นั่น… คือเป้าหมายของการมาเยือนในค่ำคืนนี้—เบาะแสของกระบี่มารโลหิตที่สูญหาย และรายชื่อผู้ทรยศที่ชักใยอยู่เบื้องหลังความพินาศของสำนัก
ทว่า ก่อนที่พวกเขาจะเดินไปถึงบันไดหินอ่อนเบื้องหน้า เงาร่างสีดำสนิทสามร่างก็พุ่งแหวกอากาศลงมาขวางทางไว้ ร่างทั้งสามสวมชุดรัดกุม มือถือดาบยาวโค้งรับกับแสงจันทร์สีเลือด ปราณสังหารพวยพุ่งออกมาจากร่างจนเกิดเป็นเสียงหวีดหิวบาดแก้วหู
"เขตหวงห้ามของหอประมูลจันทราทมิฬ ผู้ใดมิได้รับอนุญาต… ห้ามล่วงล้ำ!" ผู้นำกลุ่มซึ่งสวมหน้ากากรูปอสูรเขาเดียวเอ่ยขึ้น น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไว้ด้วยพลังปราณขั้นกำเนิดวิญญาณระดับสูง
ซูเหมยขยับกายเล็กน้อย ไอเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกไปจนพื้นดินใต้เท้าของคนทั้งสามกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนในพริบตา นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยไร้อารมณ์ "พวกเราต้องการพบเจ้าของหอประมูล บอกเขาว่า… คนจากสำนักกระบี่เมฆามาเยือน"
สิ้นคำว่า "สำนักกระบี่เมฆา" ผู้นำกลุ่มอสูรเขาเดียวก็ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาใต้หน้ากากหรี่แคบลงด้วยความตกใจระคนหวาดกลัว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นจิตสังหารเข้มข้นยิ่งกว่าเดิม
"ที่แท้ก็คือสุนัขจนตรอกที่รอดชีวิตมาจากคืนล้างสำนักเมื่อสามปีก่อน! ดีนัก… วันนี้ประมุขของเรามีคำสั่งชัดเจน ผู้ใดที่เกี่ยวข้องกับกระบี่เมฆา… ล้วนต้องตายอย่างไร้ที่ฝัง!"
*ฉับ!*
ดาบยาวสามเล่มถูกชักออกจากฝักพร้อมกัน ประกายแสงสีโลหิตพุ่งเข้าใส่หลี่เฟยและซูเหมยจากสามทิศทางอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านจนอากาศรอบบริเวณบิดเบี้ยว
หลี่เฟยหาได้สะดุ้งสะเทือน ร่างของเขายังคงยืนหยัดตรงตระหง่านดั่งขุนเขา ไร้ซึ่งการถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว มือขวาตวัดออกไปอย่างเป็นธรรมชาติ
พริบตานั้น… ไม่มีใครมองเห็นว่ากระบี่หักในมือของเขาหลุดออกจากฝักตั้งแต่เมื่อใด รู้ตัวอีกที… ประกายแสงสีเงินยวงก็พาดผ่านความมืดมิดดั่งจันทราเสี้ยวที่ผ่ากลางนภา
*เปรี้ยง! ฉับ!*
เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหวตามด้วยเสียงลมหายใจที่ขาดห้วง ร่างของมือสังหารทั้งสามหยุดชะงักค้างกลางอากาศ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงระคนหวาดกลัว เลือดสดๆ ไหลรินออกจากรอยตัดบางเฉียบที่ลำคอ ก่อนที่ร่างทั้งสามจะร่วงหล่นลงมากองกับพื้นอย่างไร้ลมหายใจ
หลี่เฟยเก็บกระบี่หักกลับเข้าฝักด้วยกิริยาอันราบเรียบ สายตาคมกริบมองเลยร่างไร้วิญญาณเหล่านั้นไปยังบานประตูไม้บานใหญ่ของหอประมูลที่ค่อยๆ เปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นแสงไฟสว่างจ้าและเงาร่างของผู้หนึ่งที่กำลังนั่งรออยู่ภายใน
"นับว่าฝีมือรุดหน้าไปไม่น้อย… หลี่เฟย"
เสียงหัวเราะแหบแห้งดังลอดออกมาจากความมืดภายในหอประมูล พร้อมกับการปรากฏตัวของชายชราหลังค่อมสวมชุดคลุมสีเทาเข้ม ในมือถือไม้เท้าหัวกะโหลกมนุษย์ ดวงตาฝ้าฟางคู่นั้นจ้องมองหลี่เฟยด้วยแววตาราวกับพญาอินทรีที่พบเหยื่ออันโอชะ
หลี่เฟยหรี่ตาลงทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของชายชราผู้นั้นชัดเจน หัวใจที่สงบนิ่งมาตลอดพลันเต้นระรัวด้วยความแค้นที่สุมอก
"ผู้อาวุโสสาม… ที่แท้เจ้าก็คืองูพิษที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังการทรยศครั้งนั้น!"
ชายชรายิ้มเยาะยกมุมปาก เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "ถู... เจ้าฉลาดมากที่ตามหาตัวข้าเจอ แต่น่าเสียดาย… ที่เจ้าดันเดินเข้ามาในกรงที่ข้าเตรียมไว้ให้ด้วยความเต็มใจ"
พูดจบ ชายชราก็สะบัดมือเบื้องหน้า ปราณสีดำสนิทพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า กลายเป็นค่ายกลอักขระโบราณที่ปิดตายทางออกทั้งหมดของหอประมูลในพริบตาเดียว แสงไฟรอบตัวดับวับลง เหลือเพียงความมืดมิดที่กลืนกินทุกสิ่ง
ทว่า ในวินาทีที่ค่ายกลกำลังจะสมบูรณ์แบบและกดทับลงมานั้นเอง แสงสว่างวาบสีฟ้าครามก็ระเบิดขึ้นจากร่างของซูเหมย นางก้าวออกมายืนเคียงข้างหลี่เฟย มือเรียวบางประสานอินทร์ตราประทับกลางอากาศ พลังความเย็นระดับทำลายล้างแผ่ขยายออกไปจนผนึกค่ายกลอักขระให้หยุดชะงักลงครึ่งหนึ่ง
"คิดจะใช้กรงขังพวกเรา… เกรงว่าบารมีของเจ้ายังไม่เพียงพอ!" ซูเหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจ
หลี่เฟยสูดลมหายใจเข้าลึก กระบี่หักในมือสั่นระริกด้วยความกระหายเลือด จิตวิญญาณแห่งกระบี่ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด เตรียมพร้อมสำหรับการนองเลือดครั้งใหญ่ที่กำลังจะอุบัติขึ้น ณ ใจกลางตลาดมืดแห่งนี้
ด้วยความขอบพระคุณจากใจ
พยัคฆ์ขาวคำราม
กระบี่วิปลาสปะทะจันทร์ดับสูญ•ตอนที่ 12
ตลาดมืดกลางหุบเขา
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสปะทะจันทร์ดับสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!