กลิ่นอายความตายมิได้ลอยมาจากสายลม หากแต่มันพวยพุ่งขึ้นมาจากก้นบึ้งของหุบเหวเบื้องล่าง อาการสะท้านเฮือกของมวลอากาศรอบกาย บ่งบอกถึงการมาถึงของมหันตภัยที่หลี่เฟยและซูเหมยต่างรู้ดีว่าไม่มีทางหลบเลี่ยง
หุบเหวตาย... สมรภูมิแห่งซากกระดูกที่กาลเวลาต้องหลงลืม บัดนี้ถูกย้อมด้วยเงาทมิฬนับพัน สายตาคมกริบของหลี่เฟยจ้องมองไปยังปากทางเข้าหุบเหวที่ถูกปิดตายด้วยค่ายกลหมื่นอสูร กลิ่นอายกดดันระดับบรรพชนที่แผ่ซ่านเข้ามาทำให้ผืนดินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือน โลหิตในกายของเขาเดือดพล่านราวกับจะทะลักออกทางทวารทั้งเจ็ด ทว่ามือที่กุมด้ามกระบี่หักกลับมั่นคงดั่งขุนเขา
"พวกมันมาเร็วกว่าที่เราคาดการณ์ไว้สามัชฌิม"
เสียงหวานกังสดาลทว่าเยือกเย็นราวกับเกล็ดน้ำแข็งพันปีดังขึ้นจากด้านข้าง ซูเหมยขยับกายยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ รัศมีปราณเหมันต์สีครามเข้มแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง กลีบดอกไม้ธาราแข็งตัวกลางอากาศราวกับคมมีด ดวงตาคู่คมดุจดาราในคืนเดือนดับกวาดมองไปยังเงาร่างนับร้อยที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกมาจากม่านหมอกพิษ
"ช้าหรือเร็ว... ผลลัพธ์ก็มีเพียงหนึ่งเดียว" หลี่เฟยกล่าวตอบ น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้ความหวาดหวั่น แต่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยว "ในเมื่อพวกมันเลือกใช้เส้นทางนี้เป็นสุสานของพวกเรา เราก็ต้องแสดงให้พวกมันเห็นว่า การก้าวล่วงวิถีกระบี่ของผู้ที่สูญเสียทุกสิ่ง ต้องแลกมาด้วยความพินาศย่อยยับเพียงใด"
*เปรี้ยง!*
ท้องฟ้าเหนือหุบเหวตายพลันคำรามลั่น ประหนึ่งสายฟ้าจากทัณฑ์สวรรค์รับรู้ถึงมหาสงครามที่กำลังจะอุบัติขึ้น ธงรบปักลายพยัคฆ์ทมิฬนับร้อยผืนโบกสะบัดท่ามกลางพายุหมุน ฝุ่นตลบอบอวลจนบังเกิดเป็นภาพอันน่าสะพรึงกลัว กองกำลังของสำนักกระบี่มารโลหิตและเจตภูตโลกันตร์นำโดย 'ไป๋จ้าน' ผู้อาวุโสสูงสุดผู้มีฉายานาม 'กระบี่โลหิตกลืนตะวัน' ก้าวออกมาจากแถวหน้า รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนใบหน้ายับย่นที่เต็มไปด้วยแผลเป็นจากการฆฟัน
"หลี่เฟย! ซูเหมย! พวกเจ้าหนีไม่พ้นแล้ว" เสียงตวาดดังก้องกังวานสะท้อนไปทั่วผนังหุบเหว ราวกับเสียงกัมปนาทจากขุมนรก "สัจธรรมแห่งยุทธภพผู้ชนะคือผู้กำหนด กฎฟ้าดินย่อมสยบต่อผู้มีอำนาจเหนือกว่า วันนี้ต่อให้พวกเจ้ามีปีกบินได้ ก็ไม่มีทางรอดพ้นเงื้อมมือของนิกายเราไปได้!"
หลี่เฟยมิได้ตอบคำวาจาไร้สาระเหล่านั้น สายตาของเขาจับจ้องไปยังกระบี่ในมือ—กระบี่หักที่ผ่านศึกมานับร้อยครา แม้จะไร้ปลายคมดังเดิม ทว่ารัศมีกระบี่ที่เปล่งประกายออกมากลับคมกلاและน่าเกรงขามยิ่งกว่ากระบี่วิเศษเล่มใดในใต้หล้า เขารำลึกถึงคำสอนสุดท้ายของอาจารย์ ภาพความทรงจำอันเจ็บปวดในวันที่สำนักถูกเผาทำลายไหลย้อนกลับมาหล่อหลอมเป็นพลังปราณอันดุดัน โทสะที่เคยแผดเผาจิตใจ บัดนี้ถูกหลอมรวมจนกลายเป็นความเยือกเย็นอันไร้ช่องโหว่
"ไป๋จ้าน... เจ้าแก่ชราจนเลอะเลือนแล้วกระมัง" หลี่เฟยเงยหน้าขึ้น แววตาดุดั่งพยัคฆ์หนุ่มที่พร้อมฉีกกระชากเหยื่อ "คิดจะเอาชีวิตพวกเรา เจ้าเตรียมโลงศพไว้สำหรับตัวเองแล้วหรือยัง?"
"ปากกล้าดีนี่!" ไป๋จ้านแค่นเสียงเยาะหยัน โบกมือขวาขึ้นเป็นสัญญาณ "ฆ่ามัน! เอาหัวของมันมาสังเวยแก่ปรมาจารย์ผู้ล่วงลับ ใครที่สามารถตัดศีรษะหลี่เฟยได้ จะได้รับสิทธิ์ครอบครองเคล็ดวิชาคัมภีร์ดาราโลหิตและเม็ดโอสถทะลวงนภาสามเม็ด!"
สิ้นคำสั่งของผู้อาวุโสไป๋ กองทัพนับพันพุ่งทะยานเข้าใส่ราวกับฝูงตั๊กแตนปาทานที่หิวกระหาย พลังปราณนับร้อยสายพุ่งชนเข้าหากันจนเกิดเป็นคลื่นกระแทกมหาศาล แผ่นดินสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เศษหินและก้อนกรวดลอยเคว้งคว้างกลางอากาศก่อนจะแหลกสลายเป็นผุยผง
ซูเหมยสะบัดแขนเสื้อ ร่างบางพุ่งทะยานขึ้นสู่อากาศราวกับนางเซียนเหินหัน ดัชนีน้ำแข็งสิบสายพุ่งแหวกอากาศออกไปราวกับดาวตกแช่แข็ง ร่างของยอดฝีมือฝ่ายศัตรูที่พุ่งเข้ามาแถวหน้าถูกความเย็นยะเยือกแช่แข็งกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งในพริบตา ก่อนจะแตกละเอียดเป็นชิ้นๆ ท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวนอันน่าสังเวช
"ระวังตัวด้วย หลี่เฟย!" ซูเหมยส่งเสียงเตือนขณะที่กระบี่ดาราในมือร่ายรำเป็นค่ายกลดาราจักร ป้องกันการลอบโจมตีจากมุมอับ
"เจ้าเองก็เช่นกัน ซูเหมย" หลี่เฟยคำรามในลำคอ ร่างของเขาพุ่งทะยานออกไปดุจสายฟ้าฟาด กระบี่หักในมือตวัดวาดออกเป็นวงโค้ง สยบวิถีปราณของยอดฝีมือสามคนในคราเดียว คมกระบี่ตัดผ่านอากาศจนเกิดเสียงหวีดหิวบาดแก้วหู โลหิตสีชาดสาดกระเซ็นย้อมผืนปฐพีให้กลายเป็นสีแดงฉาน
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดเลือดพล่าน เลือดเนื้อ ชีวิต และวิญญาณถูกสังเวยให้กับผืนดินแห่งหุบเหวตายอย่างไร้ความปรานี หลี่เฟยเคลื่อนไหวราวกับปีศาจกระบี่ ทุกย่างก้าวทิ้งร่องรอยความตายไว้เบื้องหลัง พลังปราณกระบี่หักผสมผสานกับวิชาหมัดพยัคฆ์คำรามทะลวงผ่านแนวป้องกันของศัตรูอย่างไม่หยุดยั้ง ทว่าจำนวนของฝ่ายตรงข้ามกลับมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ราวกับไม่มีวันหมดสิ้น
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่มีใครล่วงรู้ บาดแผลเริ่มปรากฏบนเรือนร่างของทั้งสองฝ่าย ลมหายใจของหลี่เฟยเริ่มหอบกระชั้น เหงื่อกาฬไหลรินผสมปนเปกับคราบโลหิต ทว่าจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้กลับยิ่งลุกโชนราวกับเปลวเพลิงที่ไม่มีวันมอดดับ
ในจังหวะนั้นเอง ไป๋จ้านอาศัยช่วงเวลาที่หลี่เฟยกำลังปะทะกับยอดฝีมือระดับครึ่งก้าวสู่ขอบเขตเซียน พุ่งทะยานแหวกม่านหมอกเข้ามาจากด้านหลังอย่างเงียบเชียบ รัศมีกระบี่โลหิตสีแดงฉานขนาดมหึมาปรากฏขึ้นเหนือหัว พร้อมที่จะผ่าร่างของหลี่เฟยให้ขาดเป็นสองท่อนในดาบเดียว!
"หลี่เฟย! ระวัง!" ซูเหมยกรีดร้องด้วยความตกใจ ร่างของนางพุ่งเข้ามาขวางอย่างไม่คิดชีวิต ทว่าระยะทางมันไกลเกินกว่าจะไปถึงทัน
ดวงตาของหลี่เฟยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เขาสัมผัสได้ถึงมรณะที่พุ่งตรงเข้ามาจากเบื้องหลัง ความตายอยู่ห่างเพียงชั่วลมหายใจ ทว่าริมฝีปากของเขากลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มแห่งการปลดปล่อยพลังที่ถูกกดทับไว้ในก้นบึ้งของตันtian
ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าเหนือหุบเหวตายที่เคยคำรามด้วยสายฟ้า พลันเงียบสงัดลงชั่วขณะ... เมฆฝนสีดำสนิทม้วนตัวเข้าหากันกลายเป็นรูปเกลียวพายุหมุนขนาดมหึมา กลางใจกลางพายุนั้น ปรากฏเงาร่างของบุคคลลึกลับผู้หนึ่งยืนอยู่บนกระบี่บินเล่มใหญ่ พร้อมกับคลื่นปราณกดดันระดับที่ทำให้แม้แต่ยอดฝีมือเช่นไป๋จ้านต้องหยุดชะงักและใบหน้าถอดสีด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดซึ้ง!
"หึ... ช่างครึกครื้นกันเสียจริงนะ ข้ามาขัดจังหวะการสนุกของพวกเจ้าหรือไม่?"
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสมรภูมิเดือดในครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
- พยัคฆ์ขาวคำราม -
กระบี่วิปลาสปะทะจันทร์ดับสูญ•ตอนที่ 27
พายุจู่โจม
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสปะทะจันทร์ดับสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!