กระบี่วิปลาสปะทะจันทร์ดับสูญ•ตอนที่ 26

วิวัฒนาการพลัง

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
"ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะตามมาถึงที่นี่... ศิษย์พี่ใหญ่..." สุ้มเสียงของหลี่เฟยแหบพร่าราวกับเศษกระดาษที่ถูกขยำด้วยความเจ็บปวด ลมหายใจของเขาติดขัด ร่างกายโชกชุ่มไปด้วยโลหิตสีแดงฉานที่ไหลรินอาบชุดคลุมสีดำจนชุ่มโชก เบื้องหน้าของเขาคือเงาร่างอันสูงสง่าในชุดอาภรณ์ขาวบริสุทธิ์ ไร้ซึ่งรอยขีดข่วนใดๆ ทว่าแววตาคู่นั้นกลับเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก "หลี่เฟย... ศิษย์น้อง" เงาร่างนั้นเอื้อnด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์ "เจ้ายังคงดึงดันที่จะเดินไปบนเส้นทางสายนี้... เส้นทางที่สำนักของเราถูกทำลายด้วยน้ำมือของเจ้าเอง การล้างแค้นที่ไร้สาระนี้ สมควรยุติลงได้เสียที" "สำนักถูกทำลายเพราะผู้ใดกันแน่!" หลี่เฟยแค่นยิ้มหยัน หยาดน้ำตาผสมกับคราบเลือดไหลอาบแก้ม มือที่กำด้ามกระบี่หักสั่นเทาอย่างรุนแรง พลังปราณในตันTian (ตานเถียน) ปั่นป่วนจนแทบจะฉีกร่างของเขาออกเป็นเสี่ยงๆ "ตระกูลหลงของเจ้าทรยศอาจารย์ สังหารพี่น้องร่วมสำนัก แล้วยังมีหน้ามากล่าวหาข้าผู้เป็นศิษย์น้องผู้นี้อีกหรือ!" "ความจริงเป็นสิ่งตายไปพร้อมกับซากศพ... มีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะกำหนดว่าสิ่งใดคือความจริง" ศิษย์พี่ใหญ่สะบัดแขนเสื้อเบาๆ แรงกดดันระดับขอบเขตผสานวิญญาณขั้นสมบูรณ์ก็แผ่พุ่งออกมา กดทับบรรยากาศรอบกายจนแผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น แม้แต่หินผายังแตกร้าวเป็นเสี่ยงๆ เพล้ง! ร่างของหลี่เฟยทรุดฮวบลงคุกเข่าข้างหนึ่ง กระบี่หักในมือปักลงกับพื้นเพื่อพยุงน้ำหนัก แรงกดดันนี้หนักหนาสาหัสเกินกว่าที่มนุษย์ปุถุชนจะทานทน กระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่นดังกรอบแกรบ โลหิตทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ด ความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม... ใกล้จนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันเย็นเยียบของยมโลก "หลี่เฟย!" เสียงตะโกนอันร้อนรนดังขึ้นพร้อมกับแสงสีครามเจิดจ้า ซูเหมยพุ่งทะยานลงมาจากฟากฟ้า ราวกับนางเซียนผู้ไร้กาลเวลา ร่างบางยืนหยัดเคียงข้างเขา พลังปราณน้ำแข็งเกล็ดมังกรแผ่ขยายออกเป็นโล่คุ้มกันต้านทานแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวนั้นไว้ ใบหน้าอันงดงามล่มเมืองกลับซีดขาว เม็ดเหงื่อผุดพรายตามขมับ นางกระอักเลือดคำใหญ่ทันทีที่ปะทะกับพลังของศิษย์พี่ใหญ่ของหลี่เฟย "ซูเหมย... เจ้าไม่ควรมาเลย..." หลี่เฟยเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวด้วยความรู้สึกผิดล้นพ้น "ข้าเคยบอกแล้ว... ไม่ว่าเส้นทางที่ท่านเดินไปจะมืดมนเพียงใด ข้า... จะไม่มีวันปล่อยให้ท่านเดินเพียงลำพังเด็ดขาด" ซูเหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและความอ่อนโยนที่มีให้เขาเพียงผู้เดียว นางตวัดกระบี่น้ำแข็งในมือ ก่อเกิดเป็นพายุดาราสะท้านภพพุ่งเข้าใส่ศิษย์พี่ใหญ่ทันที เพื่อซื้อเวลาให้หลี่เฟย "รนหาที่ตาย!" ศิษย์พี่ใหญ่แค่นเสียงเย็นชา ฝ่ามือขวาประกบเข้าหากันแล้วฟาดออกไปอย่างดุดัน ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกราวกับอสุนีบาตตกลงมาจากสรวงสวรรค์ เปรี้ยง! พายุดาราน้ำแข็งของซูเหมยแหลกสลายในพริบตา แรงกระแทกย้อนกลับซัดร่างของนางกระเด็นลอยละลิ่วไปกระแทกกับผนังถ้ำหินผาอย่างรุนแรง เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกจากปากของนางจนย้อมชุดขาวให้กลายเป็นสีแดงชาด ร่างบางร่วงหล่นลงสู่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง "ซูเหมย!!" หลี่เฟยคำรามลั่นราวกับพยัคฆ์ร้ายที่ถูกพรากคู่ชีวิต ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ เส้นเลือดปูดโปนขึ้นตามขมับและลำคอ ความโกรธแค้น ความสิ้นหวัง และความเจ็บปวดหลอมรวมกันเป็นระเบิดพลังงานภายในจิตวิญญาณ ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง จิตสำนึกของหลี่เฟยก็หลุดลอยเข้าสู่ห้วงมิติอันว่างเปล่า ที่นี่คือที่ใด? ไม่มีแสงสว่าง ไม่มีกาลเวลา มีเพียงเสียงสะท้อนก้องกังวานของวิถีกระบี่ที่เขาฝึกฝนมาตลอดชีวิต ภาพความทรงจำตั้งแต่เยาวชน วันที่กราบอาจารย์ วันที่สำนักล่มสลาย และภาพรอยยิ้มอันเย็นชาแต่ซ่อนความห่วงใยของซูเหมย วิ่งวนซ้ำไปซ้ำมา ราวกับภาพยนตร์ที่ถูกฉายด้วยความเร็วสูง *“กระบี่... คืออะไร?”* เสียงปริศนาดังขึ้นก้องกังวานในหัวใจ "กระบี่..." หลี่เฟยพึมพำกับตัวเองในห้วงจิตสำนึก "กระบี่คืออาวุธ... คือการล้างแค้น... คือการปกป้อง..." *“ผิดแล้ว... นั่นเป็นเพียงวิถีของคนตาบอด กระบี่ที่แท้จริง... คือตัวตนของเจ้า คือเจตจำนงที่เหนือกว่าฟ้าดิน เจ้าจำนนต่อชะตากรรม หรือจะใช้กระบี่ในมือ... ตัดขั้วฟ้าดินนี้ทิ้งเสีย!”* สิ้นเสียงก้องกังวานนั้น จิตวิญญาณของหลี่เฟยก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่! ตานเถียนที่เคยแตกร้าวกลับถูกหล่อหลอมขึ้นใหม่ด้วยพลังงานสีทองอร่ามและสีดำทมิฬ ผสมผสานกันอย่างสมบูรณ์แบบราวกับหยินและหยาง ชีพจรทั่วร่างถูกชำระล้างจนสะอาดหมดจด ทุกหยาดหยดของโลหิตในกายถูกยกระดับจนกลายเป็นโลหิตมังกรบรรพกาล พลังปราณที่เคยจำกัดอยู่ในขอบเขตมนุษย์ บัดนี้... ได้ทะลวงผ่านกำแพงมิติที่ไม่มีผู้ใดเคยข้ามผ่านมาก่อน! บูมมม! โลกภายนอกสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เมฆดำทะมึนปกคลุมท้องนภาในรัศมีร้อยลี้ สายฟ้าสีม่วงเข้มผ่าฟาดลงมาจากยอดเขาโดยไร้ซึ่งเค้าลาง แรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าศิษย์พี่ใหญ่หลายร้อยเท่าแผ่พุ่งออกจากร่างของหลี่เฟยที่ยังคงคุกเข่าอยู่ ศิษย์พี่ใหญ่ที่กำลังจะก้าวเข้าไปปลิดชีพซูเหมย ถึงกับต้องชะงักฝ่าเท้า ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งบัดนี้เปลี่ยนเป็นซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก ดวงตาเบิกกว้างมองไปยังร่างของหลี่เฟยด้วยความหวาดกลัวอย่างหาที่เปรียบมิได้ "นะ... นั่นมันพลังอะไรกัน? ขอบเขต... ขอบเขตที่เหนือกว่ามนุษย์ปุถุชนอย่างแท้จริง?!" ศิษย์พี่ใหญ่พึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นเทา หลี่เฟยค่อยๆ ยืนขึ้นช้าๆ ร่างกายของเขาเปล่งประกายแสงสีทองและดำสลับกันไปมา ดึงดูดพลังงานธรรมชาติรอบตัวให้ไหลทะลักเข้าสู่ร่างกายราวกับหลุมดำ กระบี่หักในมือของเขาไม่ได้ดูน่าเวทนาอีกต่อไป แต่มันกลับส่งเสียงคำรามก้องกังวานราวกับพญามังกรที่ตื่นจากการหลับใหล เขากวาดสายตาอันคมกริบดุจใบมีดมองไปยังศิษย์พี่ใหญ่ น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นเย็นชา ดังก้องกังวานราวกับเสียงประกาศิตจากสรวงสวรรค์ "หนี้เลือด... ถึงเวลาต้องชำระแล้ว" หลี่เฟยยกกระบี่หักในมือขึ้นชี้ฟ้า ทันใดนั้น ท้องฟ้าที่ปกคลุมด้วยเมฆดำก็ถูกผ่าออกเป็นสองเสี่ยงด้วยแสงกระบี่อันไร้เทียมทาน! และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... เงาร่างปริศนาอีกสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเบื้องหลังศิษย์พี่ใหญ่ พร้อมกับกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ศิษย์พี่ใหญ่ต้องเบิกตากว้างด้วยความสิ้นหวังขั้นสุดยอด... โปรดติดตามตอนต่อไปครับ "พยัคฆ์ขาวคำราม"
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสปะทะจันทร์ดับสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%