"ยินดีต้อนรับสู่... คุกโลหิตหมื่นวิญญาณ หลี่เฟย น้องชายที่ดีของข้า..."
เสียงหัวoเราะเยือกเย็นดุจเสียงกระซิบจากยมบาลสะท้อนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของหลี่เฟย ท่ามกลางความมืดมิดอันน่าสะพรึงกลัวของก้นเหวที่ไร้ซึ่งก้นบึ้ง ไอหมอกสีดำคล้ำดุจหมึกจีนลอยวนเวียนอยู่รอบกาย ส่งกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจนน่าคลื่นไส้ ที่นี่คือ "หุบเหวตาย" แดนเร้นลับที่แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตผันแปรดาราหากพลัดตกลงมา ยังต้องสลายกลายเป็นเพียงโครงกระดูกแห้งกรังภายในชั่วก้านธูปเดียว
ทว่า ในยามนี้ สิ่งที่หลี่เฟยต้องกังวลหาใช่ความตายของตนเองไม่...
ร่างของซูเหมยทรุดฮวบลงแนบชิดกับอกแกร่งของเขา ลมหายใจของนางแผ่วเบาราวกับผีเสื้อใกล้สิ้นอายุขัย พิษโลหิตหมื่นวิญญาณแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย เปลี่ยนผิวพรรณอันขาวผ่องดุจหิมะให้กลายเป็นสีม่วงคล้ำ เส้นผมสีดำขลับบัดนี้ปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็งสีเลือด ความเย็นยะเยือกของพิษกำลังกัดกินชีพจรและจุดตันTianของนางทีละน้อย หากปล่อยไว้เช่นนี้อีกไม่เกินหนึ่งก้านธูป นางเซียนผู้สูงส่งผู้นี้คงต้องดับสูญทั้งวิญญาณและสังขาร
"ซูเหมย... เจ้าต้องอดทนไว้" หลี่เฟยกระซิบเสียงสั่น พลางถ่ายเทลมปราณกระบี่ไร้ลักษณ์เข้าไปในร่างของนางเพื่อช่วยกดจุดสกัดพิษ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผากของชายหนุ่ม แม้ลมปราณของเขาจะแข็งแกร่งปานใด แต่เมื่อเผชิญหน้ากับพิษร้ายระดับบรรพกาลนี้ กลับถูกแผดเผาจนแทบมอดไหม้
ซูเหมยปรือตาขึ้นช้าๆ ริมฝีปากที่แห้งผากแย้มยิ้มออกมาฝืนๆ ดวงตาคู่สวยที่เคยเยือกเย็นและดุดดารา กลับฉายแววอ่อนโยนและตัดพ้ออย่างลึกซึ้ง
"หลี่เฟย... ไฉนเจ้าจึงโง่เขลาถึงเพียงนี้..." น้ำเสียงของนางแหบพร่าแต่ยังคงความไพเราะ "ที่นี่... คือกับดักที่มันวางไว้เพื่อล่อให้เจ้าเข้ามา... เหตุใดจึงยอมเอาชีวิตมาทิ้งเพื่อหญิงสาวเช่นข้า..."
"ข้าสาบานต่อหน้าสุสานสำนักกระบี่เมฆาแล้วว่าจะปกป้องเจ้าด้วยชีวิต" หลี่เฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เด็ดเดี่ยว และเต็มไปด้วยพลังแห่งลูกผู้ชาย แววตาของเขาไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความมุ่งมั่นที่เจิดจ้ายิ่งกว่าดาราบนฟากฟ้า "หากข้า หลี่เฟย ต้องสูญเสียเจ้าไป ต่อให้บรรลุถึงขั้นอมตะต้วนฮั่น ยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดของยุทธภพ ก็ไร้ซึ่งความหมายใดๆ ทั้งสิ้น!"
คำพูดนั้นหนักแน่นดุจภูผา ทะลุทะลวงความหนาวเหน็บและSorrowทั้งหมดในใจของซูเหมย นางมองลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่ม รับรู้ได้ถึงความจริงใจอันบริสุทธิ์ที่เดิมพันด้วยชีวิต น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินจากหางตาของนาง กลายเป็นผลึกน้ำแข็งร่วงหล่นลงสู่พื้นหินเบื้องล่าง
"โง่... เจ้ามันเป็นคนโง่เขลาที่สุดในใต้หล้า..." ซูเหมยพึมพำเบาๆ ก่อนจะกระอักเลือดสีดำออกมาคำโต สติของนางเลือนรางลงทุกที
หลี่เฟยสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เขารู้ดีว่าการพร่ำพรรณนาไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ทางเดียวที่จะช่วยชีวิตซูเหมยได้ คือการหา "หญ้าวิญญาณจันทร์เพ็ญ" สมุนไพรล้ำค่าที่เจริญเติบโตอยู่ ณ ใจกลางคุกโลหิตหมื่นวิญญาณแห่งนี้ สมุนไพรชนิดนี้มีพลังหยินบริสุทธิ์ สามารถขับไล่พิษโลหิตหมื่นวิญญาณได้ ทว่า มันกลับถูกเฝ้ารักษาโดย "ราชสีห์อัคคีทมิฬ" สัตว์อสูรบรรพกาลระดับเก้าที่ดุร้ายและกระหายเลือดที่สุด!
ชายหนุ่มประคองร่างอันเย็นเฉียบของซูเหมยพิงไว้กับผนังหินผาอย่างทะนุถนอม จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืนช้าๆ มือขวาเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่หักที่เหน็บอยู่ข้างเอว
แม้จะเป็นเพียงกระบี่หักไร้คม แต่ในมือของหลี่เฟย มันกลับแผ่ซ่านรังสีฆ่าฟันที่ทำให้มิติรอบข้างถึงกับบิดเบี้ยว!
*โฮกกกกกก—!*
เสียงคำรามกึกก้องราวกับฟ้าผ่าดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหน้า ไอความร้อนระอุแผดเผาจนบรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความหนาวเหน็บเป็นความร้อนแรงดุจเตาหลอม ดวงตาสองดวงขนาดเท่าผลลานประทีปเปล่งประกายสีแดงฉานจ้องมองมายังพวกเขาจากความมืด แรงกดดันอันมหาศาลกดทับลงบนบ่าของหลี่เฟยจนกระดูกลั่นกรอบ
ร่างมหึมาของราชสีห์อัคคีทมิฬค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากเงาจันทร์ ขนสีดำสนิททั่วร่างลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีเลือด เขี้ยวทั้งสี่คมกริบรากกับใบมีด บรรยากาศรอบตัวมันเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายและการทำลายล้าง
"อยากได้หญ้าวิญญาณจันทร์เพ็ญ... เจ้าต้องผ่านศพข้าไปก่อน!"
หลี่เฟยคำรามในลำคอ ร่างกายของเขาพวยพุ่งด้วยลมปราณสีทองอร่าม ผสานเข้ากับวิชากระบี่หักสำนักวิญญาณกระบี่ วิถีกระบี่ที่ไร้ซึ่งความลังเล ไร้ซึ่งความกลัว มีเพียงเจตจำนงแห่งการต่อสู้ที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งเพื่อปกป้องคนที่ตนรัก
เขาก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว พื้นหินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวละเอียดเป็นจุณ รังสีดาบและกระบี่พรั่งพรูออกมาจากร่างราวกับพายุหมุน ท่ามกลางหุบเหวตายที่มืดมิดและหนาวเหน็บ การต่อสู้เดิมพันชีวิตระหว่างยอดฝีมือกระบี่และอสูรบรรพกาลได้อุบัติขึ้นแล้วอย่างดุเดือดเลือดพล่าน!
ทว่า ในวินาทีที่หลี่เฟยกำลังจะพุ่งทะยานเข้าใส่ราชสีห์อัคคีทมิฬนั้นเอง เสียงปรบมือเบาๆ แฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันล้ำลึกก็ดังแทรกขึ้นจากด้านหลังของพวกเขา...
"ยอดเยี่ยม... ช่างเป็นภาพความรักที่น่าประทับใจเสียจริง..."
หลี่เฟยชะงักฝีเท้า หัวใจกระตุกวูบ เขาตวัดสายตากลับไปมองยังความมืดเบื้องหลังอย่างรวดเร็ว และที่นั่น... ท่ามกลางเงาหมอกโลหิตที่กำลังหมุนวน ร่างในชุดคลุมสีขาวสนิทผู้หนึ่งกำลังก้าวออกมาอย่างช้าๆ ใบหน้าของผู้นั้นสวมหน้ากากเงินครึ่งซีก รอยยิ้มที่มุมปากฉายแววเหี้ยมเกรียมและคุ้นเคยอย่างยิ่ง
"ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะตามมาถึงที่นี่... ศิษย์พี่ใหญ่..."
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในวิถียุทธภพอันเข้มข้นนี้นะครับ
กระบี่วิปลาสปะทะจันทร์ดับสูญ•ตอนที่ 25
สมุนไพรในหุบเหวตาย
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสปะทะจันทร์ดับสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!