กระบี่วิปลาสปะทะจันทร์ดับสูญ•ตอนที่ 24

บาดแผลที่มองไม่เห็น

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
"เกมสนุกแค่นี้พอแล้ว... หลี่เฟย เจ้าจำเสียงของข้าได้หรือไม่?" เสียงหัวroเยือกเย็นดังก้องสะท้อนมาจากความมืดมิดเบื้องหน้า ราวกับภูตผีที่ลากโซ่ตรวนมาจากขุมนรกโลกันตร์ เมฆหมอกทมิฬปกคลุมรัตติกาลจนแทบไม่เห็นนิ้วมือของตนเอง แต่อารมณ์ภายในอกของหลี่เฟยกลับเดือดพล่านยิ่งกว่าเตาหลอมโลหะ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนแทบระเบิด ชื่อนั้น... สำเนียงการพูดนั้น... มันคือเงาหลอนที่สลักลึกอยู่ก้นบึ้งดวงจิตของเขามาตลอดหลายปี วิหคเพลิงอัสนี! หนึ่งในสี่จตุรเทพแห่งสำนักมารโลหิต ผู้ที่อยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมนองเลือดเมื่อวันวาน! ตึง! พลังปราณกดดันดั่งขุนเขาไท่ซานกดทับลงมาจนพื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม หลี่เฟยขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงฟันกระทบกัน กลิ่นอายคาวเลือดคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก กระบี่หักในมือสั่นระริกราวกับมันตื่นเต้นและหวาดกลัวไปพร้อมๆ กัน ทว่า ในวินาทีที่เงาดำมหึมาพุ่งแหวกอากาศเข้ามาพร้อมกับประกายแสงสีเลือดดุจพญามัจจุราชพรากวิญญาณ เป้าหมายของมันไม่ใช่หลี่เฟย... แต่เป็นจุดตายกลางแผ่นหลังของเขา! "ระวัง!" สุ้มเสียงหวานใสที่เคยเย็นชาราวน้ำค้างแข็งกลางเหมันตฤดูบัดนี้กลับแหลมสูงด้วยความตื่นตระหนก ซูเหมยพุ่งทะยานเข้ามาขวางกั้นอย่างไม่คิดชีวิต นางเซียนผู้สูงส่งไร้เทียมทาน ยอมทิ้งกระบวนท่าป้องกันตัวทั้งหมดเพื่อแลกกับการปกป้องบุรุษผู้เป็นดั่งดวงใจ ฉัวะ! เสียงเนื้อหนังถูกฉีกขาดดังสนั่นท่ามกลางความเงียบงัน ประกายแสงสีเลือดสาดกระเซ็นย้อมชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ของซูเหมยให้กลายเป็นสีแดงชาด พลังหยินน้ำแข็งอันบริสุทธิ์ที่เคยแผ่พุ่งออกมาเพื่อสะกดทัพข้าศึกบัดนี้แตกซ่านกระเจิง นางเซียนกระออกมาเป็นโลหิตคำใหญ่ ร่างบอบบางทรุดฮวบลงอ้อมแขนของหลี่เฟยราวกับดอกไม้ที่ถูกเผาผลาญจนไหม้เกรียมในพริบตา "เหมยเอ๋อร์!" เสียงคำรามของหลี่เฟยขาดห้วงราวกับหัวใจถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ ความโกรธเกรี้ยว ความแค้น และความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่จนสติแทบหลุดลอย ดاوกระบี่หักในมือสะท้อนแสงจันทร์สีแดงฉาน รังสีฆ่าฟันพวยพุ่งทะยานเสียดฟ้าจนหมู่เมฆแตกกระจาย เขารับร่างที่ไร้เรี่ยวแรงนั้นไว้แนบอก ปลายนิ้วที่สั่นเทาสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ขยายจากแผ่นหลังของนาง เลิอดสีสดไหลซึมผ่านฝ่ามือของเขา หยดแล้วหยดเล่า... ราวกับหยาดน้ำตาของสวรรค์ที่กำลังร่ำไห้ให้แก่ความไร้พลังของเขา "ข้า... ไม่เป็นไร..." ซูเหมยฝืนยิ้ม รอยยิ้มที่งดงามและเศร้าสร้อยที่สุดในรอบร้อยปีของนาง ดวงตาคู่สวยที่เคยเย่อหยิ่งทระนงบัดนี้พร่ามัวลง แต่มือเรียวบางยังคงเอื้อมมาสัมผัสแก้มของหลี่เฟยอย่างแผ่วเบา "อย่าหันหลัง... ให้ความแค้น... หลี่เฟย... เจ้าต้องมีชีวิตรอด..." "เจ้าพูดอะไรบ้าๆ! ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าเป็นอะไรไปเด็ดขาด!" หลี่เฟยแผดเสียงก้องด้วยความเจ็บปวดล้ำลึก พลังปราณฟ้าดินรอบตัวเริ่มแปรปรวนอย่างไร้ทิศทาง ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน วิถีกระบี่ที่เคยฝึกฝนมาตลอดชีวิตถูกแผดเผาด้วยไฟโทสะจนก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ความเจ็บปวดจากการสูญเสียอาจารย์ในอดีตซ้อนทับเข้ากับภาพตรงหน้า ราวกับโลกใบนี้กำลังพยายามพรากทุกสิ่งทุกอย่างที่เขารักไปทีละคน เบื้องหน้า ห่างออกไปในความมืด ร่างในชุดคลุมสีดำหัวเราะร่าด้วยความสะใจ น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหยามเหยียด "ฮ่าๆๆ ช่างเป็นภาพความรักที่น่าประทับใจเสียจริง หลี่เฟย เจ้ามันก็เป็นแค่สุนัขจนตรอกที่ปกป้องใครไม่ได้แม้กระทั่งสตรีของตนเอง! วันนี้ ไม่เพียงแต่นางจะต้องตายอย่างไร้ค่า เจ้าเองก็ต้องฝังร่างไว้ที่นี่เช่นกัน!" เงาดำนั้นแผ่ขยายพลังมารอันน่าสะพรึงกลัว ไอสังหารพวยพุ่งออกมาดุจคลื่นมหาสมุทร ทว่า หลี่เฟยในยามนี้หาได้มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ไม่ มีเพียงความว่างเปล่าอันน่ากลัวและความเย็นชาที่ลึกล้ำยิ่งกว่าหุบเหว เขาค่อยๆ วางร่างของซูเหมยลงบนพื้นศิลาอย่างทะนุถนอมที่สุด ถ่ายทอดพลังปราณคุ้มกายเฮือกสุดท้ายเข้าสู่ร่างของนางเพื่อรักษากระแสโลหิตเอาไว้ จากนั้น เขากลืนกินเม็ดยาต้านพิษเม็ดสุดท้ายลงคอ เสียงกระดูกลั่นดังกร๊อบทั่วร่าง ราวกับราชสีห์หนุ่มที่บาดเจ็บกำลังปลุกสัญชาตญาณนักล่าขั้นสูงสุดขึ้นมา หลี่เฟยค่อยๆ ยืนขึ้น ช้าๆ ทว่ามั่นคง กระบี่หักในมือไม่ได้เปล่งประกายเจิดจ้า แต่มันกลับดูมืดมนราวกับหลุมดำที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง "เจ้าเตรียมตัว... ที่จะชดใช้ด้วยชีวิตหรือยัง?" เสียงของหลี่เฟยราบเรียบเย็นชาจนน่าขนพองสเก๊ศ ไม่มีร่องรอยของความโกรธเกรี้ยวหลงเหลืออยู่ มีเพียงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา ทว่า ในขณะที่หลี่เฟยก้าวเท้าออกไปเตรียมเผชิญหน้ากับมันสมรภูมิเดือด ปลายนิ้วที่เย็นเฉียบของซูเหมยก็คว้าชายเสื้อของเขาไว้เบาๆ พร้อมกับกระซิบด้วยเสียงอันแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน "ระวัง...ใต้เท้าของเจ้า... มัน..." ยังไม่ทันที่ซูเหมยจะกล่าวจบประโยค พื้นศิลาบริเวณที่พวกเขายืนอยู่ก็ยุบตัวลงอย่างกะทันหัน! อักขระเวทสีดำสนิทนับพันสายผุดขึ้นมาจากใต้พื้นดินราวกับหนวดปลาหมึกยักษ์ ล้อมรอบตัวหลี่เฟยและซูเหมยไว้ในพริบตา กลิ่นอายมิติที่บิดเบี้ยวแผ่ขยายออกCดดึงดูดร่างทั้งสองให้ร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่างที่ไร้ก้นบึ้ง! และในเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนที่แสงสว่างทั้งหมดจะดับวูบลง เสียงหัวเราะอันคุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวอีกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากความว่างเปล่าเหนือศีรษะของพวกเขา "ยินดีต้อนรับสู่... คุกโลหิตหมื่นวิญญาณ หลี่เฟย น้องชายที่ดีของข้า..." ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้หลี่เฟยกับซูเหมยมา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสปะทะจันทร์ดับสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%