กลิ่นอายคาวเลือดและควันธูปอบอวลผสมปนเปกันในโถงใหญ่แห่งสำนักกระบี่นภา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่หยุดชะงักลง ราวกับกาลเวลาถูกแช่แข็งด้วยพลังปราณกดดันอันน่าสะพรึงกลัว
"แต่วันนี้ หากต้องการแตะต้องนาง... เจ้าต้องก้าวผ่านศพของข้าไปก่อน!"
คำประกาศิตของหลี่เฟยยังคงก้องกังวานอยู่ในโถงพิธี ร่างกายของเขายังคงยืนหยัดสง่างาม แม้จะมีร่องรอยบาดแผลจากการปะทะกับยอดฝีมือฝ่ายอธรรมเมื่อครู่ ในมือซ้ายกุมด้ามกระบี่หักที่ไร้คม แต่กลับแผ่รังสีอำมหิตที่ทำให้ผู้กล้าในยุทธภพหลายคนไม่กล้าสบตา ด้านหลังของเขา ซูเหมยยืนนิ่งดั่งรูปสลักน้ำแข็ง ใบหน้างามล้ำเลิศไร้ความหวาดกลัว ดวงตาคู่คมทอประกายแสงดาราจักรสะท้อนความเย็นเยียบถึงกระดูก เธอมือขวาประสานไว้ที่อก กำลังโคจรเคล็ดวิชาหนันหมิงเพื่อสกัดพิษร้ายที่เริ่มลุกลามเข้าสู่เส้นชีพจร
"ฮ่า... ฮ่า... ช่างเป็นความรักที่โศกสลดและไร้เดียงสายิ่งนัก หลี่เฟย เจ้าเด็กน้อยผู้หลงทาง เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการยืนหยัดของเจ้าในวันนี้ จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของแผ่นดินได้?"
เสียงหัวเราะแหบพร่าแต่ทรงพลังดังก้องมาจากเบื้องบน เจ้าสำนักไท่จือ ก้าวออกมาจากเงื้อมเงาของเสาหยกขาวเก้าท่อน สีหน้าของมันในยามนี้ไร้ซึ่งความเมตตาปรานีเช่นยามรับแขกบ้านแขกเมือง ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความโลภและอำนาจมืดที่บิดเบี้ยว ร่างของมันสวมอาภรณ์หรูหราทว่ากลับแผ่ซ่านไอพิษสีดำทมิฬออกมาอย่างไม่ปิดบัง
หลี่เฟยหรี่ตาลงเล็กน้อย แผลที่หัวไหล่ขวายังคงมีโลหิตซึมไหลหยดลงสู่พื้นหินอ่อนทีละหยด เสียง "ติ๋ง..." นั้นดังก้องราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย
"เจ้าสำนักไท่จือ... ที่แท้เบื้องหลังคดีฆาตกรรมล้างสำนักเมื่อสิบปีก่อน และคัมภีร์วิปลาสที่หายสาบสูญไป ล้วนอยู่ในมือของเจ้า" หลี่เฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำกลับทรงพลังราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจผู้คนในโถงพิธี
เหล่าแขกเหรื่อและยอดฝีมือจากสำนักต่างๆ ที่มาร่วมงานชุมนุมยุทธภพเริ่มส่งเสียงฮือฮาขึ้นด้วยความตื่นตระหนก หลายคนถอยหลังกรูดเมื่อตระหนักว่า งานมงคลในวันนี้ แท้จริงแล้วเป็นเพียง "พิธีบูชาโลหิต" เพื่อหลอมรวมพลังปราณของยอดฝีมือทั่วหล้าให้ตกเป็นของคนผู้เดียว!
"รู้แล้วอย่างไร? ตายแล้วอย่างไร?" เจ้าสำนักไท่จือแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม "วิถียุทธภพมีกฎของมัน ผู้แข็งแกร่งย่อมกลืนกินผู้อ่อนแอ คัมภีร์กระบี่จันทร์ดับสูญไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้คนคุณธรรมสูงส่งเช่นพวกเจ้าถือครอง แต่มันมีไว้เพื่อผู้ที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ต่างหาก! และวันนี้... เลือดของพวกเจ้าทั้งสอง จะเป็นกุญแจดอกสุดท้ายที่เปิดประตูสู่ขอบเขตราชันย์เทพของข้า!"
สิ้นเสียงคำราม ร่างของเจ้าสำนักไท่จือก็พุ่งวาบหายไปจากจุดเดิม ความเร็วระดับนี้เหนือล้ำกว่าผู้ใดในที่นั้น พลังปราณสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นสู่เพดานโถง จนอักขระป้องกันภัยที่บรรพบุรุษสำนักสลักไว้เริ่มแตกร้าวส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะๆ
"ระวัง!" ซูเหมยเอ่ยเตือน เสียงของเธอเย็นชาแต่สั่นเครือเล็กน้อยเนื่องจากพิษร้าย
หลี่เฟยไม่รอช้า สัญชาตญาณการต่อสู้ที่ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วนขับเคลื่อนร่างของเขาให้เคลื่อนไหวตามสัญชาตญาณ กระบี่หักในมือถูกยกขึ้นรับการจู่โจมที่มองไม่เห็น
*ตูม!*
คลื่นกระแทกอันรุนแรงระเบิดออกกลางอากาศ เสาหยกขาวต้นใหญ่หักโค่นลงมาทับถมกัน ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ หลี่เฟยถอยหลังไปสามก้าว รอยเท้าลึกลงไปในเนื้อหินสามนิ้ว เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกจากมุมปากของเขา แต่แววตาของเขากลับสว่างวาบยิ่งกว่าเดิม ความเจ็บปวดทางกายไม่สามารถสั่นคลอนความมุ่งมั่นในจิตวิญญาณแห่งวิถีกระบี่ของเขาได้
"เจ้าเด็กนี่... รับกระบวนท่า 'เงาอสุรากลืนนภา' ของเราได้โดยไม่ตาย?" เจ้าสำนักไท่จือชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าฉายแววประหลาดใจอย่างปิดไม่มิด
"วิชามารเดรัจฉาน ต่อให้ฝึกจนสำเร็จขั้นสูงสุด ก็เป็นได้แค่อสุราที่ไร้จิตวิญญาณ!" หลี่เฟยคำรามในลำคอ กลิ่นอายกระบี่รอบตัวระเบิดออกอย่างบ้าคลั่ง ด้ายปราณสีขาวบริสุทธิ์พวยพุ่งจากร่างของเขา หลอมรวมเข้ากับเศษกระบี่หักในมือจนเกิดเป็นคมดาบแสงยาวสามเชียะที่สטสะท้านฟ้าดิน นี่คือเคล็ดวิชาลับที่อาจารย์ผู้ล่วงลับถ่ายทอดไว้ให้ก่อนสิ้นลม—วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ ฝืนลิขิต!
ซูเหมยที่ยืนอยู่ด้านหลังสูดลมหายใจเข้าลึก พลังน้ำแข็งดาราจักรในร่างระเบิดออก เธอโบกมือเพียงครั้งเดียว ไอเย็นยะเยือกนับพันสายพุ่งเข้าแช่แข็งพื้นดินรอบตัวเจ้าสำนักไท่จือในพริบตา ทำให้การเคลื่อนไหวของมันช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
"ดีมาก ร่วมมือกันสังหารมัน!" หลี่เฟยพุ่งทะยานออกไป ราวกับพยัคฆ์ขาวคำรามก้องฟ้า คมกระบี่แสงพุ่งตรงไปยังจุดตายของเจ้าสำนักไท่จืออย่างไร้ช่องโหว่
ทว่า... ในวินาทีที่คมกระบี่กำลังจะเจาะทะลวงผ่านเกราะปราณมารของเจ้าสำนักไท่จือ ร่างของอีกฝ่ายกลับสลายกลายเป็นควันสีดำ แล้วไปปรากฏตัวอยู่เบื้องหลังของซูเหมยแทน!
*ฉับพลัน!*
กรงเล็บมารสีดำทมิฬพุ่งทะลวงผ่านอากาศด้วยความเร็วเหนือแสง เล็งตรงไปยังหัวใจของนางเซียนผู้เยือกเย็นโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
"ซูเหมย—!" หลี่เฟยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น
ดวงตากลมโตของซูเหมยสะท้อนภาพกรงเล็บที่กำลังพุ่งเข้ามา เธอยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่งดงามและโดดเดี่ยวที่สุดในรอบร้อยปี ทว่า ในจังหวะที่ความตายมาเยือนนั้นเอง แผ่นดินไสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรง ท้องน้ายามราตรีเหนือโถงพิธีพลันฉีกขาดออกเป็นทางยาว สายฟ้าสีครามขนาดมหึมาฟาดผ่าลงกลางโถงพิธีโดยไม่มีใครคาดคิด!
*เปรี้ยงงงง—!*
แสงสว่างจ้าจนแสบตากลืนกินทุกสรรพสิ่งในโถงใหญ่ พร้อมกับเงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีทองอร่ามผู้หนึ่ง ที่ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกของมิติอากาศ ท่ามกลางสายฟ้าคำราม และเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานที่สั่นสะเทือนไปทั้งยุทธภพว่า...
"เกมสนุกแค่นี้พอแล้ว... หลี่เฟย เจ้าจำเสียงของข้าได้หรือไม่?"
ขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันอุปสรรคและกลิ่นอายกระบี่มาด้วยกันในตอนนี้นะครับ
กระบี่วิปลาสปะทะจันทร์ดับสูญ•ตอนที่ 23
เบื้องหลังม่านพิธีการ
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสปะทะจันทร์ดับสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!