กระบี่วิปลาสปะทะจันทร์ดับสูญ•ตอนที่ 8

ความลับในป่าทมิฬ

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โลหิตหยดหนึ่งร่วงหล่นจากปลายกระบี่หักกระทบลงบนใบไม้แห้ง ดับสิ้นซึ่งสรรพเสียงของป่าทมิฬ หลี่เฟยมิได้ใส่ใจบาดแผลที่หัวไหล่ขวา แววตาของเขายังคงจดจ้องไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า ท่ามกลางหมอกสีครามที่ลอยวนเวียนดั่งวิญญาณอาฆาต ไอสังหารที่แผ่ออกมาจากความเวิ้งว้างเบื้องหน้านั้นหนักหน่วงราวกับภูเขาไท่ซานกดทับลงบนกระดูกสันหลัง "ระวังตัวด้วยครับ เปรมfกำแพงปราณของมันมิใช่สิ่งที่จะทะลวงผ่านได้โดยง่าย" เสียงหวานเยือกเย็นดั่งน้ำค้างแข็งของซูเหมยดังขึ้นเบาๆ นางยืนอยู่เคียงข้างเขา ชายเสื้อสีขาวบริสุทธิ์ของนางพลิ้วไหวตามสายลมปราณที่แปรปรวน รอบกายของนางปรากฏละអองเกล็ดน้ำแข็งหมุนวนเป็นค่ายกลดารา ปิดกั้นไอมารที่พยายามกัดกินสติสัมปชัญญะของพวกเขาทีละน้อย เบื้องหลังของพวกเขาทั้งสองคือคัมภีร์บทแรกแห่งจันทร์ดับสูญ ที่ถูกผนึกไว้ด้วยอักขระโบราณบนแท่นหินสีดำสนิท ทว่าผู้ที่จะครอบครองมันมิอาจใช้เพียงแค่กำลังภายนอก หากแต่ต้องผ่านการทดจาก "สัตว์อสูรพิทักษ์คัมภีร์" เสียก่อน *โฮกกกกกกกกกก!* เสียงคำรามสะท้านฟ้าดินดังขึ้นจนพื้นดินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือน ดั่งมังกรผยองในห้วงนภา เงาขนาดมหมหึมาพุ่งทะยานผ่านม่านหมอกทมิฬออกมาอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด มันคือ "พยัคฆ์อัคคีทมิฬ" สัตว์อสูรบรรพกาลที่มีดวงตาสีเลือดคู่ใหญ่ ขนทั่วร่างเป็นสีดำสนิทแต่กลับมีเปลวเพลิงสีครามลุกโชนท่วมร่าง ความร้อนระอุของมันแผดเผาให้อากาศรอบด้านบิดเบี้ยวจนมองเห็นเป็นภาพลวงตา หลี่เฟยสูดลมหายใจเข้าลึก ภายในตานัยน์ตาสีดำสนิทปรากฏประกายกระบี่คมกริบ ความทรงจำเกี่ยวกับการสูญเสียอาจารย์และสำนักไหลย้อนกลับมาเป็นเชื้อเพลิงหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณแห่งวิถีกระบี่ของเขาอีกครั้ง เขาไม่ถอย... ในเมื่อฟ้าดินไม่เมตตา เขาก็มีเพียงกระบี่ในมือที่จะฝ่าฟันลิขิตสวรรค์นี้ไปให้ได้ "ซูเหมย ปกป้องคัมภีร์!" หลี่เฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคง "ระวังตัวด้วยนะหลี่เฟย หากท่านพลาดแม้เพียงนิดเดียว ข้าจะไม่มีวันอภัยให้ท่านเด็ดขาด" ซูเหมยเอ่ยตอบ แม้ใบหน้าจะยังคงความเยือกเย็นดั่งเซียนผู้ตัดขาดจากโลกีย์ แต่ประกายในดวงตาคู่สวยกลับเจือด้วยความห่วงใยอย่างลึกซึ้ง พยัคฆ์อัคคีทมิฬไม่ปล่อยให้ทั้งคู่ได้สนทนากันอีก มันอ้าปากคำรามพ่นลูกไฟมหึมาพุ่งเข้าใส่ดั่งดาวตก หลี่เฟยสะบัดกายหลบวับ ร่างกายเคลื่อนไหวรวดเร็วดุจเงาพราย กระบี่หักในมือเปล่งประกายแสงสีเงินเจิดจ้า ผสานเข้ากับ "เคล็ดกระบี่พิฆาตมาร" ที่เขาฝึกฝนมาอย่างยากลำบาก *ฉัวะ!* คมกระบี่ฟันเข้าที่หัวไหล่ของสัตว์อสูรอย่างแม่นยำ ทว่าผิวหนังของมันกลับแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า แรงสะท้อนทำให้หลี่เฟยต้องถอยหลังไปสามก้าว เลือดสดๆ ไหลซึมออกจากมุมปากของเขา "ฮ่าๆๆ ยอดเยี่ยม..." หลี่เฟยหัวเราะในลำคอ แววตาดุดันขึ้นเป็นทวีคูณ สัตว์อสูรตัวนี้แข็งแกร่งเกินจินตนาการ แต่นั่นยิ่งทำให้จิตวิญญาณนักสู้ของเขาลุกโชน ทว่า ในวินาทีที่หลี่เฟยเตรียมรวบรวมลมปราณทั้งหมดเพื่อโจมตีระลอกสอง ซูเหมยที่ยืนคุ้มกันอยู่เบื้องหลังกลับอุทานออกมาเบาๆ "หลี่เฟย... ดูที่แท่นหินนั่นสิ!" หลี่เฟยเหลือบสายตาไปมองด้วยความตกตะลึง อักขระโบราณบนแท่นหินที่ควรจะนิ่งสงบ กลับเปล่งแสงสีแดงฉานขึ้นมาอย่างประหลาด และสิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ... มิใช่เพราะคัมภีร์กำลังจะเปิดออก แต่เป็นเพราะมีรอยมือปริศนาปรากฏขึ้นบนคัมภีร์นั้นแล้ว! รอยมือที่ห้า... ทั้งที่ในป่าทมิฬแห่งนี้ นอกจากพวกเขาแล้ว ไม่ควรมีสิ่งมีชีวิตอื่นใดหลงเหลืออยู่อีก! ดวงตาสีเลือดของพยัคฆ์อัคคีทมิฬไม่ได้มองมาที่หลี่เฟยอีกต่อไป แต่มันกลับหันไปคำรามต่ำๆ ไปยังความมืดเบื้องหลังแท่นหิน ราวกับกำลังแสดงความเคารพต่อ "ผู้มาเยือน" ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงปรบมือเบาๆ จะดังขึ้นจากความมืดมิด "สมคำร่ำลือ... ทายาทคนสุดท้ายแห่งสำนักกระบี่เมฆาคล้อย ช่างหาญกล้ายิ่งนัก" เสียงปริศนาแหบพร่าแต่ทรงพลังอำนาจกดดันจนลมหายใจของหลี่เฟยติดขัด ด้วยความขอบพระคุณจากใจ พยัคฆ์ขาวคำราม
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสปะทะจันทร์ดับสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%