กระบี่วิปลาสปะทะจันทร์ดับสูญ•ตอนที่ 9

หยดน้ำตาเซียน

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
ไอเย็นเยือกที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของซูเหมยในยามนี้ หาใช่ปราณกระบี่เหมันต์ที่นางใช้สังหารศัตรูไม่ หากแต่เป็นความหนาวยะเยือกจากก้นบึ้งของดวงจิตที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนแห่งอดีตอันมืดมน ภายในถ้ำผาจันทร์ดับ คราบเขม่าสีดำจากการต่อสู้เมื่อชั่วยามก่อนยังคงหลงเหลืออยู่ พร้อมกับกลิ่นอายโลหะและคาวเลือดที่จางบางเบา หลี่เฟยคุกเข่าลงข้างกายาง ชายหนุ่มมิได้เอ่ยคำปลอบโยนใดๆ ออกมา เพราะเขารู้ซึ้งดีว่า สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ที่แบกรับความแค้นและรอยแผลเป็นในจิตวิญญาณ คำพูดที่สวยหรูย่อมไร้ค่าดั่งธุลี สิ่งเดียวที่พอจะบรรเทาความปวดร้าวได้ คือการอยู่เคียงข้างและรับฟังเสียงร่ำไห้ที่ถูกกัก "เจ้ายังจำมันได้หรือไม่... หลี่เฟย" สุ้มเสียงของซูเหมยแหบพร่าผิดจากยามปกติ นางแหงนเงยใบหน้าซีดขาวขึ้นมองผนังถ้ำที่สะท้อนแสงจันทร์รำไร ดวงตาคู่นั้นที่เคยคมปลาบดั่งกระบี่น้ำแข็ง บัดนี้กลับเปี่ยมด้วยร่องรอยความเปราะบางที่หาดูได้ยากยิ่ง "อดีตของข้า คือคัมภีร์โลหิตที่ถูกเขียนด้วยหยาดเลือดของคนในตระกูล" ซูเหมยแค่นยิ้มหยันให้กับตนเอง หยดน้ำใสๆ ไหลรินจากหางตาคู่สวย หยดลงกระทบพื้นศิลาจนเกิดเสียงก้องกังวานราวกับเสียงร้าวของกระจกแก้ว "ในคืนที่หิมะโปรยปรายเมื่อสิบปีก่อน สำนักธาราจันทร์ดับของข้าไม่ได้ถูกทำลายด้วยน้ำมือของมารอสูรภายนอก แต่เป็น 'มัน' ผู้เป็นอาจารย์ผู้ให้กำเนิดวิชาฝีมือแก่ข้า..." หลี่เฟยขบกรามแน่นจนสันนูน ปราณกระบี่ในร่างวูบไหวรุนแรงจนเสื้อผ้าสะบัดพับๆ เขารับรู้ได้ถึงความระทมทุกข์ที่สตรีตรงหน้าต้องแบกรับมาตลอดชีวิต การถูกทรยศจากผู้มีพระคุณเปรียบเสมือนกระบี่ที่แทงทะลุหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า "วันนั้น ข้าเพิ่งสำเร็จวิชา 'เก้าเหมันต์สะท้านฟ้า' ขั้นที่แปด" ซูเหมยหลับตาลงช้าๆ ภาพเหตุการณ์นองเลือดฉายชัดขึ้นในห้วงนึก "ข้าเดินเข้าไปในห้องโถงใหญ่ด้วยความภาคภูมิใจ หวังจะนำความสำเร็จนั้นไปคารวะอาจารย์ผู้เคารพรัก แต่สิ่งที่ข้าพบกลับไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความยินดี... หากแต่เป็นร่างไร้ลมหายใจของบิดามารดา และอาจารย์ที่กำลังใช้พลังดูดกลืนพลังปราณบริสุทธิ์ของคนในตระกูลเพื่อทะลวงขอบเขตขั้นเซียนมาร!" ความโกรธเกรี้ยวแผดเผาขึ้นในอกของหลี่เฟย ปราณกระบี่หักในมือสั่นระริกด้วยความเดือดดาล เขายื่นมือออกไปกุมมืออันเย็นเฉียบของนางไว้แน่น ถ่ายทอดความอบอุ่นผ่านฝ่ามือหนา เพื่อบอกให้นางรู้ว่าในยามนี้ นางไม่ได้โดดเดี่ยวบนเส้นทางยุทธภพอันโหดร้ายนี้อีกต่อไปแล้ว ซูเหมยสะท้านเฮือกเล็กน้อย นางลืมตาขึ้นมองชายหนุ่ม แววตาที่เคยว่างเปล่าค่อยๆ มีประกายความไหววูบระคนซาบซึ้งปรากฏขึ้น นางซบหน้าลงกับบ่ากว้างของหลี่เฟย ปล่อยให้หยาดน้ำตาที่สะกดกลั้นมานานนับปีทะลักทลายออกมาดั่งเขื่อนแตก เสียงสะอื้นไห้ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสสะท้อนก้องไปทั่วผนังถ้ำ ดึงเอาความเงียบงันของราตรีกาลให้หนักอึ้งยิ่งกว่าเดิม "ข้าสังหารเขา... ข้าใช้กระบี่เล่มนี้ปลิดชีพสัตว์นรกในคราบอาจารย์ด้วยมือของข้าเอง" ซูเหมยกระซิบเสียงสั่นเครือริมหูของเขา "แต่วิญญาณของข้าก็แหลกสลายไปพร้อมกันในคืนนั้น... ข้ากลายเป็นปีศาจกระหายเลือดที่ผู้คนหวาดกลัว จนกระทั่งข้าได้พบเจ้า... หลี่เฟย" บรรยากาศภายในถ้ำเงียบสงบลง มีเพียงเสียงลมหายใจผสานกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของคนทั้งสอง หลี่เฟยมองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น เขารู้ดีว่าความเจ็บปวดระดับนี้ไม่สามารถลบเลือนได้ด้วยกาลเวลา แต่มันสามารถถูกเยียวยาได้ด้วยหัวใจที่จริงใจ "เจ้าไม่ใช่ปีศาจ ซูเหมย" หลี่เฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลแต่มั่นคงดั่งขุนเขา สายตาของเขาทอประกายเด็ดเดี่ยว "เจ้าคือผู้รักษาสัจธรรมแห่งวิถีกระบี่ หากฟ้าดินไม่ให้ความยุติธรรมแก่เจ้า นับจากวันนี้ไป... กระบี่ในมือข้า จะคอยปกป้องคุ้มครองทุกย่างก้าวของเจ้า ไม่ว่าศัตรูเบื้องหน้าจะเป็นใครหน้าไหน แม้แต่เงาของอดีต ข้าก็จะใช้กระบี่นี้ฟันฝ่ามันให้แหลกเป็นจุล!" คำพูดอันทรงพลังดั่งคำสัตย์สาบานนี้ ทำให้หัวใจที่ด้านชามานานของซูเหมยสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ความรู้สึกอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านเข้าปกคลุมรอยแผลเป็นในจิตวิญญาณ นางเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ริมฝีปากบางแย้มยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เป็นรอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มท่ามกลางห้วงเวลาอันมืดมิด ราวกับดอกเหมันต์ที่ผลิบานกลางพายุหิมะ ทว่า ในวินาทีที่ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองกำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวด้วยความเข้าใจและศรัทธาอันลึกซึ้งนั้นเอง... *เปรี้ยง!* เสียงฟ้าคำรามสะท้านเลื่อนลั่นสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ แรงกดดันมหาศาลจากปราณกระบี่ลึกลับพุ่งทะลวงทะะลุเพดานถ้ำลงมาโดยไม่มีสัญญาณเตือน! หลี่เฟยตวัดร่างโอบกอดซูเหมยหลบฉากออกไปอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด พื้นศิลาที่พวกเขานั่งอยู่เมื่อครู่แหลกละเอียดเป็นผุยผงในชั่วพริบตา เศษหินและฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางกลุ่มควันและฝุ่นละอองที่ค่อยๆ จางลง เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากรูปอสูรโลหิตก้าวเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง ทุกย่างก้าวที่มันเหยียบลงมา พื้นดินสั่นสะเทือนราวกำลังแบกรับภูเขาไว้ทั้งลูก "ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง ย우จยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่กับนางเซียนตกอับ..." เสียงหัวเราะเยือกเย็นดั่งมาจากขุมนรกดังลอดออกมาจากหน้ากากอสูร "ซูเหมย ลูกศิษย์ทรยศ... เจ้าคิดว่าซ่อนตัวอยู่ที่นี่แล้วเจ้าสำนักคนใหม่จะหาเจ้าไม่พบอย่างนั้นหรือ?" ดวงตาของซูเหมยเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง ร่างกายแข็งค้างไปชั่วขณะเมื่อได้ยินสรรพนามนั้น นัยน์ตาคู่งามฉายแววหวาดผวาอย่างที่หลี่เฟยไม่เคยเห็นมาก่อน ขณะที่หลี่เฟยกระชับกระบี่หักในมือแน่น จิตสังหารพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด พร้อมรับมือกับมหันตภัยที่ก้าวเข้ามาขัดขวางความสงบสุขของพวกเขาราวกับเงาตามตัว! ด้วยความขอบพระคุณจากใจ พยัคฆ์ขาวคำราม
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสปะทะจันทร์ดับสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%