กระบี่วิปลาสปะทะจันทร์ดับสูญ•ตอนที่ 14

รอยร้าวในหัวใจ

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
ความตายมิใช่สิ่งน่าสะพรึงกลัวที่สุดในยุทธภพ หากแต่เป็นการต้องมองดูเงาอดีตของตนเองสลักอยู่บนคมกระบี่ต่างหากที่บั่นทอนวิญญาณให้แหลกสลายลงทีละน้อย โลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นจากปลายกระบี่หักในมือหลี่เฟย เสียง *ติ๋ง* สะท้อนก้องกังวานในถ้ำผาหิมะอัคคี ราวกับเสียงนาฬิกาชีวิตที่กำลังนับถอยหลังสู่ความวิบัติ ภายในห้วงจิตสำนึกของเขายามนี้ ไม่ได้มีศัตรูคู่อาฆาตหน้าไหนยืนขวางทาง มีเพียงภาพร่างของชายชราผู้หนึ่ง—อาจารย์ผู้ล่วงลับที่ถูกตรึงร่างไว้ด้วยศาสตรานับร้อยเล่ม และเสียงกรีดร้องอันโหยหวนในค่ำคืนเพลิงเผาสำนักเมฆาคารวะ ซึ่งยังคงตามหลอกหลอนราวกับปีศาจร้ายที่ไร้ตัวตน "เจ้ายังคงวิ่งหนีมันอยู่... หลี่เฟย" เสียงหวานเยือกเย็นดั่งสายน้ำค้างกลางเหมันต์ฤดูเอ่ยขึ้น ซูเหมยยืนกอดอกอยู่เบื้องหน้า นางสวมอาภรณ์ขาวบริสุทธิ์ตัดกับบรรยากาศอันหม่นหมอง ไอเย็นยะเยือกแผ่ออกมาจากร่างจนเกล็ดน้ำแข็งรอบตัวร่วงกราว แต่ดวงตาคู่คมกลับฉายแววห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความโดดเดี่ยวอันยาวนาน นางก้าวเข้ามาใกล้ ช้าทว่ามั่นคง ราวกับต้องการใช้ความอบอุ่นจากหัวใจตนเองหลอมละลายเกราะกำบังอันเปราะบางของชายหนุ่ม หลี่เฟยหอบหายใจหนักหน่วง เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย มือที่กุมด้ามกระบี่สั่นเทาเล็กน้อย—อาการสั่นเทาที่ชาตินี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับยอดฝีมือผู้ใดมาก่อน "เจ้าไม่เข้าใจหรอก ซูเหมย..." หลี่เฟยแค่นหัวเราะด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาแดงก่ำสะท้อนภาพความทรงจำอันโหดร้าย "ในคืนนั้น... ข้าอ่อนแอเกินไป ข้าคุกเข่าต่อหน้าพวกมัน ข้าไม่มีปัญญาแม้แต่จะปกป้องคนที่ข้ารักที่สุด แล้วข้าในวันนี้... จะเอาหน้าจากที่ไหนไปถือครองวิถีกระบี่นี้เล่า?" "วิถีกระบี่มิได้สร้างขึ้นจากความไร้พ่าย แต่มันหล่อหลอมจากความกล้าที่จะลุกขึ้นยืนหยัดหลังจากร่วงหล่นลงสู่ขุมนรกต่างหาก!" ซูเหมยกล่าวสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของนางทรงพลังและเด็ดเดี่ยวจนหลี่เฟยต้องชะงัก นางก้าวเข้ามาประชิดจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากกายสาว ก่อนจะยื่นมือเรียวบางออกไปสัมผัสหลังมือที่กำด้ามกระบี่แน่นของเขา "หากเจ้ายังหวาดกลัวเงาของตัวเอง เจ้าก็จะเป็นเพียงวิญญาณเร่ร่อนที่อาศัยร่างของหลี่เฟยไปจนวันตาย... จงเผชิญหน้ากับมันเสีย! ข้าจะยืนเคียงข้างเจ้าเอง" สัมผัสอันอบอุ่นจากนางเซียนผู้เย็นชาดั่งน้ำแข็ง ทำให้หัวใจที่ด้านชาของหลี่เฟยกระตุกวูบ เขาสูดลมหายใจเข้าลึก หลับตาลงพร้อมกับปล่อยให้จิตสำนึกดำดิ่งสู่ห้วงลึกแห่งความกลัว ทันใดนั้น ภูมิทัศน์รอบกายพลันแปรเปลี่ยน ความหนาวเหน็บมลายหายไป เหลือเพียงเปลวเพลิงสีชาดที่โหมกระหน่ำแผดเผาซากปรักหักพังของสำนักเมฆาคารวะ เงาร่างนับร้อยของศัตรูในอดีตพุ่งเข้าหาร่างของเขาพร้อมกัน รังสีอำมหิตแผ่ซ่านจนอากาศบิดเบี้ยว นี่คือ "ค่ายกลมารโลหิต" ที่สะท้อนออกมาจากปมในจิตใจของเขาเอง! "เข้ามา!" หลี่เฟยคำรามลั่นราวพยัคฆ์ร้ายก้าวสู่สังเวียน ดวงตาเบิกโพลงด้วยประกายแห่งความเด็ดเดี่ยว กระบี่หักในมือเปล่งแสงสีครามเจิดจ้าตัดผ่านความมืดมิด *ฉวะ!* ร่างเงาอสูรตัวแรกถูกผ่าเป็นสองซีกด้วยวิถีกระบี่อันเฉียบคม แต่ไม่มีเวลาให้หยุดพัก เงาร่างนับไม่ถ้วนพรูเข้ามาประชิดตัวราวกับฝูงตั๊กแตน ความเจ็บปวดจากการถูกคมดาบและหอกแทงทะลุร่างในจินตนาการสะท้อนกลับมาสู่กายเนื้อ ทำให้หลี่เฟยกระออกมาเป็นโลหิตคำโต ใบหน้าซีดเผือดด้วยความทรมาน "ท่านพี่... ช่วยข้าด้วย..." เสียงร้องขอความช่วยเหลือของศิษย์น้องผู้ล่วงลับดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท มันคือความรู้สึกผิดที่กัดกินจิตวิญญาณของเขามาตลอดหลายปี หลี่เฟยเข่าทรุดลงกับพื้น ร่างกายสั่นสะท้าน กระบี่หักเกือบหลุดจากมือ ความกลัวที่จะต้องสูญเสียอีกครั้ง ความกลัวที่จะไร้พลัง... กำลังบดขยี้กระดูกและเส้นเอ็นของเขาให้แหลกละเอียด "หลี่เฟย! อย่าหลับตา!" เสียงตะโกนก้องของซูเหมยดังทะลุผ่านม่านเพลิงเข้ามา นางใช้พลังปราณน้ำแข็งระเบิดวงเวียนรอบกายเพื่อช่วยคุ้มกัน แม้ร่างของนางจะเริ่มมีรอยแผลจากการต้านทานแรงกดดันแห่งจิตมารแทนเขาแล้วก็ตาม "เจ้าไม่ใช่คนเดิมในวันนั้นอีกแล้ว! เจ้ามีกระบี่ในมือ และเจ้ามี... ข้า!" คำว่า "ข้า" คำนั้น ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางห้วงมหาสมุทรแห่งความมืดมิด หลี่เฟยลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายแสงในดวงตาเปลี่ยนไป มันมิใช่ความหวาดกลัวหรือความเคียดแค้นชิงชังอีกต่อไป หากแต่เป็น "ความกระจ่างแจ้ง" อันล้ำลึกดั่งมหาสมุทรไร้ขอบเขต สำนักอาจถูกทำลายได้ ชีวิตอาจดับสูญได้ แต่เจตจำนงแห่งวิถีกระบี่... ไม่มีวันถูกสยบ! เขายันกายลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม ท่ามกลางทะเลเพลิงที่โหมกระหน่ำ รังสีดาบกระบี่พวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟ้าจนก้อนเมฆเหนือถ้ำผาแยก3ส่วน "ข้าขอบคุณเจ้า... ซูเหมย" เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่ก้องกังวานด้วยพลังปราณที่ยกระดับขึ้นสู่ขอบเขตใหม่ หลี่เฟยตวัดกระบี่หักในมือออกไปเพียงคราเดียว คลื่นกระบี่สีครามบริสุทธิ์ผสานลมปราณเหมันต์และอัคคีแผ่ขยายเป็นวงกว้าง กลืนกินภาพลวงตาและเงาปีศาจทั้งหมดให้สลายกลายเป็นละอองธุลีในพริบตา! ความเงียบสงบกลับคืนสู่ถ้ำผาหิมะอัคคีอีกครั้ง ลมหายใจของหลี่เฟยสม่ำเสมอและทรงพลังกว่าที่เคยเป็นมาตลอดชีวิต อาการบาดเจ็บภายในได้รับการชำระล้างด้วยเต๋าแห่งกระบี่ที่ทะลวงผ่านคอขวดขั้นวิกฤต ทว่า... ก่อนที่ทั้งสองจะได้ทันพักหายใจ เงาดำสายหนึ่งก็พุ่งวาบผ่านปากถ้ำด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจดังขึ้น "ฮ่าๆๆ... ยอดเยี่ยม สมกับที่เป็นผู้สืบทอดกระบี่หัก... แต่น่าเสียดาย ที่ความเข้าใจเต๋าของเจ้าในวันนี้... จะเป็นเครื่องสังเวยให้กับกระบี่มารโลหิตของข้า!" สิ้นเสียงหัวเราะ ปลายกระบี่สีโลหิตเล่มหนึ่งก็พุ่งทะลวงความมืด ปักเข้าที่กลางอกของซูเหมยจากด้านหลังอย่างแม่นยำไร้ที่ติ! ด้วยความขอบพระคุณจากใจ พยัคฆ์ขาวคำราม
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสปะทะจันทร์ดับสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%