"คิดว่าล้างแค้นสำเร็จแล้วกระนั้นหรือ... เจ้าเด็กโง่"
เสียงแหบพร่าดุจใบไม้แห้งกรอบที่ถูกบดขยี้ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน หลี่เฟยชะงักฝีเท้า ปลายนิ้วที่กุมด้ามกระบี่หักสั่นระริก เลือดสีคล้ำหยดลงบนพื้นหิมะที่ขาวโพลน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปนไปกับกลิ่นอายเย็นเยือกของไอหมอกจันทราที่รายล้อมอยู่รอบกาย
เงาร่างหนึ่งค่อยๆ เคลื่อนตัวออกมาจากความมืดมิดเบื้องหลัง แววตาของหลี่เฟยหรี่ลง เขาไม่ได้หันกลับไป แต่ความรู้สึกถึงภัยคุกคามที่กดทับลงมาบนแผ่นหลังนั้นหนักหน่วงราวมวลภูเขา เขาขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงฟันกระทบกัน
"ข้าไม่เคยคิดว่าการฆ่าเจ้าจะสิ้นสุดความแค้น" หลี่เฟยตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบดุจดั่งใบกระบี่ที่บิ่นหัก สะท้อนภาพเงาของซูเหมยที่ยืนนิ่งดุจรูปสลักน้ำแข็งอยู่ไม่ไกล นางไม่ได้เอ่ยปาก แต่ไอเย็นที่แผ่ซ่านออกจากร่างนางกลับบีบอัดจนอากาศรอบข้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งแหลมคม
"หลี่เฟย ถอยไป" ซูเหมยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบไร้อารมณ์ ทว่าดวงตาสีฟ้าครามคู่นั้นกลับจับจ้องไปยังเงาร่างลึกลับด้วยความระแวดระวังถึงขีดสุด มือเรียวบางที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกว้างค่อยๆ ปรากฏร่องรอยของปราณดาราจักรที่ส่องประกายเรืองรอง
"เหตุใดต้องถอย ในเมื่อวิถีกระบี่ของข้าถูกกำหนดมาเพื่อตัดผ่านพันธนาการแห่งโชคชะตาเช่นนี้" หลี่เฟยแค่นยิ้มมุมปาก เขาหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว ก้าวเท้าลึกดุจพยัคฆ์ล่าเหยื่อ กระบี่หักในมือเปล่งประกายสีเงินยวงท่ามกลางความสลัวของราตรี
ชายชราผู้ลึกลับในชุดคลุมสีเทาขุ่นมัวหัวเราะเสียงแหลมสูง "โชคชะตากระนั้นหรือ? เจ้ามันก็แค่หมากตัวหนึ่งที่ถูกชักใยโดยคนที่เจ้าเรียกว่าอาจารย์เท่านั้น!"
คำพูดนั้นดั่งสายฟ้าฟาดเข้ากลางใจ หลี่เฟยหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ทว่าเพียงครู่นั้น ซูเหมยกลับพุ่งทะยานเข้ามาขวางหน้าเขา ร่างนางพริ้วไหวดุจกลีบดอกไม้ท่ามกลางพายุหิมะ ฝ่ามือเรียวบางกดลงบนอากาศว่างเปล่า สร้างกำแพงน้ำแข็งโปร่งแสงขึ้นมาต้านรับคมมีดที่พุ่งออกมาจากเงามืด
"อย่าไปฟังมัน!" ซูเหมยตวาด ลมหายใจของนางเริ่มถี่กระชั้น แม้ใบหน้าจะยังคงความสง่างามไว้ได้ ทว่าเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผากบ่งบอกว่านางกำลังใช้พลังถึงขีดจำกัด
การต่อสู้เริ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและดุดัน หลี่เฟยไม่ได้รอช้า เขาผนึกปราณทั้งหมดลงในกระบี่หัก วิถีกระบี่ที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลแต่แฝงไว้ด้วยพิษสงแห่งความตาย กระบวนท่า "จันทร์ดับสูญ" ที่เขาเฝ้าบำเพ็ญมานานถูกปลดปล่อยออกมาอีกครั้ง มันมิใช่การฟาดฟันเพื่อทำลายล้าง แต่เป็นการตัดผ่านช่องว่างแห่งมิติ
ทว่าคู่ต่อสู้กลับร้ายกาจกว่าที่คาด เขาไม่ได้ปะทะตรงๆ แต่ใช้ความว่างเปล่าเป็นอาวุธ หลบหลีกกระบี่ของหลี่เฟยด้วยท่วงท่าพิสดารที่มองไม่เห็นแม้แต่เงา
"เจ้ายังอ่อนหัดนัก" ชายชรากล่าวพลางวาดมือเป็นวงกลม ปราณสีดำสนิททะลักออกมาจากฝ่ามือ พุ่งเข้าใส่หลี่เฟยราวกับอสรพิษร้าย
"ระวัง!" ซูเหมยเบี่ยงตัวเข้าขวาง หลี่เฟยเห็นดังนั้น หัวใจเขาก็พลันสั่นไหวอย่างรุนแรง ความกังวลที่เขาเคยพยายามกดทับไว้กลับระเบิดออกมา เขาพุ่งตัวเข้าโอบประคองร่างของหญิงสาวไว้ในอ้อมแขนก่อนจะตวัดกระบี่ต้านรับพลังสีดำนั้นด้วยแรงทั้งหมดที่มี
เสียงปะทะดังสนั่นกึกก้องไปทั่วหุบเขา ปราณสองขั้วระเบิดออกจนพื้นดินแตกละเอียด หลี่เฟยกระอักเลือดออกมาคำโต กลิ่นโลหิตอุ่นๆ หยดลงบนไหล่ของซูเหมย นางเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาที่เคยเย็นชากลับสั่นไหวอย่างไม่อาจปิดบัง
"ทำไม... ทำไมเจ้าต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงเพื่อข้า" ซูเหมยเอ่ยเสียงสั่น ความเป็นนางเซียนผู้สูงส่งหลุดลอยไปสิ้น เหลือเพียงหญิงสาวที่เปราะบางท่ามกลางสงคราม
หลี่เฟยยิ้ม ทั้งที่ใบหน้าอาบไปด้วยเลือด "หากโลกนี้ไร้ซึ่งเจ้า ข้าจะเหลือวิถีกระบี่ที่ไร้ความหมายไปเพื่อเหตุใดกัน? ความตายมิใช่สิ่งที่ข้าหวาดกลัว แต่การต้องอยู่โดยปราศจากความรู้สึกที่แท้จริงนั่นต่างหาก... คือความตายที่แท้จริง"
คำสารภาพนั้นแผ่วเบาดุจสายลม แต่กลับดังกึกก้องอยู่ในโสตประสาทของซูเหมย นางนิ่งอึ้ง มือที่จับแขนเสื้อเขาไว้ค่อยๆ บีบแน่นขึ้น ความอบอุ่นจากอกของเขาส่งผ่านเข้ามาถึงหัวใจที่ถูกแช่แข็งมาเนิ่นนาน
"เจ้า... คนโง่" นางพึมพำ ก่อนจะหลับตาลงรับสัมผัสจากเขา ท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้นและอันตรายที่ยังไม่จางหาย
ทว่าในจังหวะที่หัวใจทั้งสองหลอมรวมกันเป็นหนึ่ง ชายชราในชุดเทากลับหัวเราะร่าด้วยความพึงพอใจ มันค่อยๆ ถอดฮู้ดคลุมศีรษะออก เผยให้เห็นใบหน้าที่หลี่เฟยแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง
"ถึงเวลาที่เจ้าต้องรู้ความจริงแล้ว... หลี่เฟย" ชายชราผู้นั้นกล่าวพร้อมกับสะบัดมือ พลังปราณมหาศาลกดทับร่างทั้งสองจนขยับไม่ได้ "เจ้าที่ฆ่าอาจารย์ตนเองด้วยมือคู่นี้... ยังคู่ควรที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกงั้นหรือ?"
ใบหน้าที่ปรากฏเบื้องหน้า มิใช่ใครที่ไหน แต่เป็น 'อาจารย์' ของเขาที่ควรจะสิ้นชีพไปนานแล้ว... แต่ทว่าแววตาของชายชราผู้นี้กลับไม่ใช่แววตาของผู้มีคุณธรรมที่เขารู้จัก มันคือดวงตาของปีศาจร้ายที่กำลังจ้องมองความพินาศของศิษย์ตนเอง
กระบี่หักในมือหลี่เฟยสั่นไหวอย่างบ้าคลั่งราวกับรับรู้ถึงชะตากรรมที่กำลังพลิกผัน!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับวิถีกระบี่ของหลี่เฟยและซูเหมยด้วยหัวใจครับ!
ด้วยความเคารพ
พยัคฆ์ขาวคำราม
กระบี่วิปลาสปะทะจันทร์ดับสูญ•ตอนที่ 18
คำสารภาพของสายลม
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสปะทะจันทร์ดับสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!