วิถีเซียนไร้พ่าย: ศาสตราเทพสะบั้นชะตา•ตอนที่ 2

เคล็ดวิชาหลอมกายดารา

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
"หากเจ้ายังโง่งมเชื่อในเส้นทางที่สวรรค์ขีดเขียนให้ รากฐานที่บอบช้ำของเจ้าก็จะกลายเป็นเพียงปุ๋ยชั้นดีให้แก่หญ้าไร้ค่าบนหลุมศพตัวเองเท่านั้น หลี่เฟยเทียน!" เสียงตวาดก้องในห้วงจิตลึกๆ ของหลี่เฟยเทียนดุจสายฟ้าฟาดลงบนผืนแผ่นดินที่แตกระแหง ร่างของเด็กหนุ่มทรุดลงกับพื้นถ้ำอับชื้น เลือดสีคล้ำทะลักออกจากมุมปาก กลิ่นคาวเลือดผสมกับไอหมอกปราณอสูรที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก นี่คือบททดสอบแรกหลังจากที่เขาหวนคืนสู่โลกใบนี้ในร่างของ 'สวะ' ผู้ถูกสหายรักทรยศหักหลัง มือที่สั่นเทาของหลี่เฟยเทียนยันพื้นหินไว้แน่น นัยน์ตาคมกริบดุจพยัคฆ์บาดเจ็บฉายแววอาฆาตมาดร้ายมิใช่ต่อศัตรู แต่ต่อ 'โชคชะตา' ที่พยายามตอกย้ำความอ่อนแอให้เขา "ปราณอสูรที่กัดกินเส้นชีพจรเช่นนี้... หากเป็นคนอื่นคงสิ้นลมไปนานแล้ว" เขาเค้นเสียงต่ำพลางหยัดกายขึ้น "แต่สำหรับข้า... สิ่งที่คนอื่นเรียกว่าคำสาป มันคือเชื้อเพลิงชั้นเลิศในการจุดประกายไฟแห่งทวยเทพ!" เขาปิดเปลือกตาลง สัมผัสถึงไออุ่นที่หมุนวนอยู่ในส่วนลึกที่สุดของจิตวิญญาณ มันคือเศษเสี้ยวความทรงจำจากร่างเดิม—มหาเทพไร้พ่ายผู้เคยเหยียบย่ำดวงดารา หลี่เฟยเทียนเริ่มทำความเข้าใจกับวิถีแห่ง 'การหลอมกายดารา' เคล็ดวิชาที่สาบสูญไปนับหมื่นปี ซึ่งมีเพียงจิตวิญญาณที่ผ่านความตายมาแล้วเท่านั้นจึงจะหยั่งถึง ในห้วงภวังค์... พลังปราณอสูรที่ปั่นป่วนดุจสัตว์ร้ายเริ่มถูกกระแสธารแห่งจิตที่เยือกเย็นเข้าแทรกแซง หลี่เฟยเทียนไม่ได้พยายามกดข่มมัน แต่เขากำลัง 'แปรเปลี่ยน' "ไหลเวียนย้อนศร กักขังอสูรในเตาหลอมแห่งดวงดารา จงหลอมละลายขีดจำกัดของข้าเสีย!" ทันใดนั้น ผิวหนังของหลี่เฟยเทียนเริ่มเปล่งประกายแสงสีเงินจางๆ เส้นชีพจรที่เคยตีบตันกลับขยายตัวราวกับลำน้ำที่เพิ่งพังทลายเขื่อนกั้น พลังงานมหาศาลไหลทะลักผ่านกายเนื้อ ความเจ็บปวดจากการถูกฉีกกระชากรากฐานชีวิตนั้นแสนสาหัส ราวกับมีคมกระบี่นับพันเล่มกรีดลงบนกระดูกทุกข้อ แต่ชายหนุ่มเพียงกัดฟันแน่นจนกรามแทบแตก ไร้ซึ่งเสียงครวญคราง มีเพียงแววตาที่แน่วแน่และดุดันดุจพยัคฆ์ขาวที่พร้อมจะกระโจนเข้าขย้ำฟ้าดิน ในอีกด้านหนึ่ง ณ ปากถ้ำที่ห่างออกไป ร่างระหงของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่บนยอดไม้ นางคือเซียนจื่อเวย กลิ่นอายเย็นเยียบของนางทำให้สรรพสิ่งรอบข้างดูคล้ายจะถูกแช่แข็ง ดวงตาคู่สวยจับจ้องเข้าไปยังถ้ำมืดมิดนั้นด้วยความฉงน "ปราณอสูรที่ข้ากักขังไว้ในถ้ำนั้น... หายไปไหนหมด?" จื่อเวยพึมพำ น้ำเสียงเรียบเฉยทว่าแฝงความกังวล "หรือว่าหลี่เฟยเทียนเจ้าคนนั้น... ถูกอสูรกลืนกินวิญญาณไปเสียแล้ว?" นางกระโดดลงจากยอดไม้โดยไร้สุ้มเสียง ปลายนิ้วแตะที่ด้ามกระบี่บุปผาเยือกแข็ง ทว่าเพียงก้าวเข้าใกล้ปากถ้ำ นางกลับต้องหยุดชะงัก ลมปราณรอบกายสั่นไหวอย่างรุนแรงจนอาภรณ์สีขาวพลิ้วไหวราวกับจะฉีกขาด ไอพลังที่พุ่งออกมาจากภายในถ้ำนั้นไม่ใช่ปราณอสูรที่ต่ำต้อย แต่เป็นพลังที่ทรงอำนาจและศักดิ์สิทธิ์อย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน! "พลังระดับนี้... เป็นไปไม่ได้" นางอุทาน ในจังหวะที่เซียนจื่อเวยกำลังจะก้าวเข้าไป เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นราวกับภูผาเคลื่อนที่ก็ดังขึ้นจากความมืด ภายในดวงตาที่เคยไร้ค่าของหลี่เฟยเทียน บัดนี้กลับมีดวงดาวสีเงินหมุนวนอยู่ภายในนั้น ร่างกายที่เคยซูบผอมดูองอาจขึ้นผิดหูผิดตา ไอสังหารที่แผ่ออกมาทำให้แม้แต่นางยังต้องชะงักค้าง "เจ้า..." จื่อเวยเตรียมชักกระบี่ "เจ้าเป็นใครกันแน่?" หลี่เฟยเทียนหยุดลงตรงหน้านาง รอยยิ้มมุมปากที่ดูเย่อหยิ่งและเย็นชาปรากฏขึ้น มันเป็นรอยยิ้มเดียวกับมหาเทพผู้เคยจุติเหนือสรรพสิ่ง "เซียนจื่อเวย... การที่เจ้ามาปรากฏตัวที่นี่ในยามนี้ นับว่าโชคชะตาเข้าข้างข้านัก" เขาก้าวผ่านหน้านางไปโดยไม่แม้แต่จะปรายตา แต่ในจังหวะนั้นเอง ปลายกระบี่ของจื่อเวยก็พุ่งเข้าใส่ลำคอของเขาอย่างรวดเร็วเกินกว่าตาเปล่าจะมองทัน ทว่าหลี่เฟยเทียนกลับไม่หลบเลี่ยง เขาเพียงใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางคีบคมกระบี่เอาไว้ได้อย่างมั่นคง แรงปะทะมหาศาลทำให้พื้นดินรอบตัวพวกเขายุบตัวลงเป็นวงกว้าง "เจ้าคิดจะลองดีกับข้าหรือ?" หลี่เฟยเทียนเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแรงกดดันจากร่างกายของเขากลับทำให้กระบี่ในมือเซียนจื่อเวยสั่นระริก ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลาย เสียงระฆังเตือนภัยของสำนักกระบี่ดาราจากเบื้องล่างก็ดังกังวานขึ้นเป็นจังหวะสามครั้ง นั่นคือสัญญาณว่าศัตรูระดับขุนพลบุกรุกเข้าสู่อาณาเขต และเป้าหมายของพวกมัน... คือชีวิตของหลี่เฟยเทียนที่เพิ่งฟื้นคืนพลัง! "พวกมันมาเร็วกว่าที่คิด" เซียนจื่อเวยลดกระบี่ลง ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นค่ายกลดาราเหนือถ้ำเริ่มแตกสลาย "หลี่เฟยเทียน หากเจ้าไม่มีแผนการใด เจ้าจะตายภายในสามลมหายใจ!" หลี่เฟยเทียนหันไปมองท้องฟ้าเบื้องบน มุมปากยกยิ้มเหยียดหยามพลางดึงกระบี่สนิมเขรอะเล่มเก่าที่ข้างเอวออกมา พริบตานั้น รัศมีพลังที่ซ่อนเร้นมานานก็ระเบิดออกจนยอดเขาต้องสั่นสะเทือน "ตายงั้นหรือ? หึ... สวรรค์ยังไม่กล้าคร่าชีวิตข้า แล้วนับประสาอะไรกับขยะพวกรอรับใช้ความตาย!" เขาสะบัดกระบี่เพียงครั้งเดียว ไอพลังสีเงินตัดผ่ามวลอากาศจนเกิดรอยแยกมิติ ทว่าสิ่งที่ปรากฏหลังรอยแยกนั้น... ไม่ใช่ทางออก แต่เป็นร่างของอดีตสหายรักที่ทรยศเขา ซึ่งกำลังก้าวออกมาพร้อมกับขุมกำลังทหารศพเดินได้นับพัน! การเดินทางที่ฝืนลิขิตฟ้าเริ่มต้นขึ้นแล้ว และศัตรูที่อยู่เบื้องหน้าคือคนเดียวกับที่เคยฝังเขาลงในขุมนรก ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับตำนานบทใหม่นี้ด้วยกันนะครับ "พยัคฆ์ขาวคำราม"
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนไร้พ่าย: ศาสตราเทพสะบั้นชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%