วิถีเซียนไร้พ่าย: ศาสตราเทพสะบั้นชะตา•ตอนที่ 3

ตบหน้าผู้อาวุโส

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
“ศิษย์พี่หลี่ วันนี้ท่านยังมีความกล้ามาเหยียบย่างที่ลานฝึกหัดอีกหรือ? นึกว่าข้ามคืนไป ท่านจะสำเหนียกความต่ำต้อยของตนเองได้เสียอีก” เสียงหยามเหยียดดังแหวกอากาศเข้ามาท่ามกลางความเงียบงันของลานฝึกศิษย์สายใน ‘จ้าวหมิง’ บุตรชายคนเล็กของตระกูลขุนนางท้องถิ่น ผู้เป็นศิษย์เอกที่ผู้อาวุโสคอยหนุนหลังเดินก้าวออกมาพร้อมรอยยิ้มแสยะ ในมือของมันควงกระบี่ไม้ที่ถากถางขึ้นอย่างประณีต สายตาดุจงูพิษจับจ้องร่างของหลี่เฟยเทียนที่ยืนนิ่งสงบดั่งขุนเขา หลี่เฟยเทียนไม่ได้ชายตามองมันด้วยซ้ำ เขากำลังสำรวจความรู้สึกของปราณในกายที่เพิ่งถูกบีบอัดให้บริสุทธิ์ขึ้นหลังจากเหตุการณ์ในคืนก่อน จิตวิญญาณแห่งมหาเทพผู้ครองยุทธภพในอดีตกำลังเฝ้ามองความเขลาของเด็กน้อยตรงหน้าด้วยความเวทนา “ข้าจะเดินไปที่ใด มันสำคัญต่อเจ้าถึงเพียงนั้นเชียวหรือ จ้าวหมิง” หลี่เฟยเทียนเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับก้องกังวานอยู่ในห้วงความคิดของทุกคนที่รายล้อม “โอหัง!” จ้าวหมิงแค่นเสียง กระชับกระบี่ในมือแน่น “เมื่อวานข้าคงออมมือให้เจ้ามากไปหน่อย วันนี้หากเจ้าไม่คุกเข่าเลียรองเท้าข้าหน้าลานฝึกนี้ อย่าหวังว่าจะได้ก้าวเท้าออกจากประตูสำนัก!” คำขู่ก้องไปทั่วลานฝึก เหล่าศิษย์ต่างพากันหยุดมอง บางคนหัวเราะเยาะ บางคนส่ายหน้าอย่างสมเพช ชีวิตของหลี่เฟยเทียนในสำนักนี้เปรียบเสมือนใบไม้แห้งที่รอวันถูกบดขยี้ ทุกคนต่างรู้ดีว่าผู้อาวุโสเกลียดชังเขาเข้าไส้ หลี่เฟยเทียนค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบดุจกระบี่ไร้ลักษณ์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของจ้าวหมิง ความกดดันมหาศาลที่เกิดจากจิตสังหารของมหาเทพแผ่พุ่งออกไปโดยไร้ซึ่งปราณธาตุ ทว่ามันกลับหนักอึ้งดั่งขุนเขาไท่ซานกดทับลงบนบ่าของจ้าวหมิงจนเข่าแทบทรุด “วิชาดาบของเจ้ามีดีแค่ความเร็ว ทว่าหัวใจของเจ้ากลับกลวงเปล่า ไร้ซึ่งความทะเยอทะยานที่แท้จริง” หลี่เฟยเทียนขยับตัวเพียงเล็กน้อย ก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างของเขาราวกับหายตัวไปโผล่ตรงหน้าจ้าวหมิงในเสี้ยววินาที จ้าวหมิงตื่นตระหนก มันตวัดกระบี่หมายจะฟันเข้าที่หัวไหล่ของหลี่เฟยเทียน ทว่าความเร็วของเขานั้นเหนือกว่าการรับรู้ของมันไปหลายขุม “ช้าเกินไป” ฝ่ามือของหลี่เฟยเทียนฟาดออกไปตรงๆ ไม่มีความซับซ้อน ไม่มีการใช้พลังปราณเสริมแต่ง เพียงแค่แรงเหวี่ยงจากจุดศูนย์ถ่วงที่สมบูรณ์แบบ มันปะทะเข้ากับใบหน้าของจ้าวหมิงอย่างจังจนเสียง ‘เพียะ’ ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วลานฝึก ร่างของศิษย์เอกที่ใครต่อใครเกรงกลัวกระเด็นหมุนคว้างกลางอากาศ ก่อนจะร่วงลงกระแทกพื้นดินอย่างหมดสภาพ เลือดสีแดงฉานไหลซึมจากมุมปากของจ้าวหมิง พร้อมกับฟันกรามที่หลุดออกมาสองซี่ ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ทันที ทุกสายตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง “นี่คือบทเรียนแรก... ความลำพองไม่ใช่พลัง หากแต่คือหลุมศพของเจ้าเอง” หลี่เฟยเทียนกล่าวพลางปัดฝุ่นที่ชายเสื้อเบาๆ ราวกับเพิ่งทำธุระเล็กน้อย “ไอ้สวะ! เจ้ากล้า!” จ้าวหมิงคำรามด้วยความโกรธแค้น มันพยายามลุกขึ้น แต่หลี่เฟยเทียนกลับเหยียบลงไปบนกระบี่ไม้ของมันจนหักสะบั้นด้วยเท้าเพียงข้างเดียว แรงกดนั้นหนักหน่วงเสียจนจ้าวหมิงต้องกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ในวินาทีนั้นเอง บรรยากาศรอบลานฝึกก็แปรเปลี่ยนไป พลังกดดันรุนแรงสายหนึ่งพุ่งตรงมาจากยอดตึกโอสถ ผู้อาวุโสลำดับสามที่ทุกคนเกรงขามก้าวเดินออกมาด้วยสีหน้าถมึงทึง ดวงตาที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะจ้องเขม็งมายังหลี่เฟยเทียน “เจ้าศิษย์นอกรีต! รนหาที่ตายแล้วยังกล้าทำร้ายศิษย์พี่ในสำนัก วันนี้ข้าจะลงทัณฑ์เจ้าด้วยมือตนเอง!” ผู้อาวุโสสะบัดแขนเสื้อ ปราณสังหารพุ่งปราดออกมาดั่งพายุทอร์นาโด หลี่เฟยเทียนไม่ได้หลบหลีก เขายืนนิ่งเผชิญหน้ากับความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา ทว่าในจังหวะที่ปราณสังหารกำลังจะถึงตัวเขานั้น พลันมีกระบี่สีครามเล่มหนึ่งพุ่งลงมาจากฟากฟ้า ปักลงระหว่างเขากับผู้อาวุโส แรงกระแทกนั้นทำให้พื้นศิลาแตกกระจายกลายเป็นเศษผง “ผู้อาวุโส... ท่านกำลังรังแกศิษย์ที่ไม่มีอาวุธในมือ ไม่รู้สึกละอายใจบ้างหรือ?” สุ้มเสียงเย็นชาเยือกแข็งดุจน้ำค้างยามเหมันต์ดังขึ้น ร่างระหงในชุดสีขาวบริสุทธิ์ของหญิงสาวผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นข้างกายหลี่เฟยเทียน นางคือเซียนจื่อเวย ดวงตาของนางดุจจันทร์กระจ่างที่เฝ้ามองความขัดแย้งด้วยความเย็นชา ทว่าเมื่อนางหันมามองหลี่เฟยเทียน แววตาคู่นั้นกลับสั่นไหวอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็น ผู้อาวุโสชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือดทันทีที่เห็นตราประทับบนกายของนาง “ธิดาเจ้าสำนัก... เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับท่าน!” หลี่เฟยเทียนหันไปมองเซียนจื่อเวยเพียงครู่เดียว ก่อนจะเบนสายตากลับไปยังผู้อาวุโสที่ยังคงสั่นสะท้าน เขายกยิ้มที่มุมปากอย่างเยือกเย็น “เรื่องของข้า... วันนี้ข้าจะสะสางด้วยมือของข้าเอง” เขาก้าวข้ามกระบี่สีครามของนางไปยืนประจันหน้ากับผู้อาวุโสโดยไม่หวั่นเกรงต่อพลังปราณที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว ในมือของเขาไม่ได้มีอาวุธ ทว่าเขากลับชี้ดัชนีไปที่จุดชีพจรสำคัญของผู้อาวุโสอย่างแม่นยำ “อยากรู้ไหมว่าจุดตายของท่านอยู่ที่ใด?” จบตอนที่ 3 ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับตำนานบทใหม่นี้ด้วยกันนะครับ พยัคฆ์ขาวคำราม
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนไร้พ่าย: ศาสตราเทพสะบั้นชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%