วิถีเซียนไร้พ่าย: ศาสตราเทพสะบั้นชะตา•ตอนที่ 1

ฟื้นตื่นในร่างเศษสวะ

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
"เจ้าคิดว่าความตายจะทำให้เจ้าพ้นผิดจากความอัปยศนี้ได้งั้นรึ หลี่เฟยเทียน? ผิดถนัด... เพราะแม้แต่ในปรโลก ข้าก็จะตามไปขยี้วิญญาณของเจ้าให้แหลกคามือ!" เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยไอสังหารเย็นเยียบดังก้องอยู่เหนือหัว ราวกับเสียงกังวานของมัจจุราชที่กำลังตีตราประทับบนร่างที่ไร้เรี่ยวแรง ความเจ็บปวดรุนแรงดั่งถูกเข็มนับหมื่นเล่มทิ่มแทงเข้าสู่เส้นชีพจรแล่นพล่านไปทั่วร่าง ร่างกายที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและดินโคลนกำลังสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ชายหนุ่มผู้ถูกกดร่างไว้กับพื้นดินที่หนาวเหน็บพยายามลืมตาขึ้น ดวงตาที่เคยพร่ามัวค่อยๆ ปรับโฟกัส ภาพเบื้องหน้าคือชายหนุ่มในชุดแพรไหมปักลายเมฆาผู้สง่างาม ทว่าแววตานั้นกลับบิดเบี้ยวไปด้วยความแค้นเคืองและสมเพช "จางเหว่ย..." ชื่อนี้หลุดรอดออกมาจากลำคอที่แห้งผากของเขา ราวกับตะกอนความทรงจำที่ตกค้างอยู่ในร่างนี้ ทว่าภายใต้ดวงตาคู่นั้นหาใช่ความหวาดกลัวไม่ แต่เป็นประกายคมกริบดุจกระบี่เซียนที่เพิ่งถูกดึงออกจากฝัก แม้ร่างกายจะอ่อนปวกเปียก แต่นัยน์ตาคู่นี้กลับเย็นชาและลึกซึ้งเกินกว่ามนุษย์ปุถุชนจะหยั่งถึง *นี่ข้า... มาอยู่ที่ใดกัน?* ความคิดของเขาวนเวียนอยู่อย่างนั้น ก่อนที่ความทรงจำมหาศาลจะถาโถมเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก มหาเทพผู้ครองกระบี่สะบั้นสวรรค์แห่งแดนเซียนที่ถูกศิษย์น้องทรยศหักหลังในศึกทัณฑ์บรรพกาล... ไม่คาดคิดว่าจิตวิญญาณของเขาจะหลุดลอยมาจุติในร่างของ ‘หลี่เฟยเทียน’ ศิษย์ตระกูลหลี่ผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงขยะไร้ค่า และกำลังจะถูกฆ่าทิ้งในฐานะแพะรับบาปของการขโมยวิชาลับ "ยังมีหน้ามาเรียกชื่อข้าอีกรึ?" จางเหว่ยแสยะยิ้มพลางเงื้อกระบี่สั้นในมือขึ้นเหนืออกของหลี่เฟยเทียน "คนไร้ค่าอย่างเจ้า ไม่คู่ควรแม้แต่จะเอ่ยนามของข้าด้วยซ้ำ จงจำไว้ให้ดี... การตายของเจ้าในวันนี้ จะกลายเป็นบันไดที่พาข้าก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของตระกูลหลี่!" หลี่เฟยเทียนไม่ตอบโต้ แววตาของเขาไม่ได้สั่นไหวไปกับความตายที่อยู่ห่างไปเพียงนิ้วมือ เขาเพียงแต่รับรู้ถึงพลังปราณที่เหือดแห้งในจุดตันเถียน นี่คือสภาวะที่ย่ำแย่ที่สุดเท่าที่เคยพบเจอมา ทว่าในฐานะมหาเทพ กฎเกณฑ์ของโลกนี้จะผูกมัดเขาได้อย่างไร? "จำไว้ จางเหว่ย..." เสียงของหลี่เฟยเทียนเรียบเฉย ทว่ากลับกังวานหนักแน่นจนอีกฝ่ายชะงักไปครู่หนึ่ง "คนที่ก้าวข้ามซากศพของผู้อื่นเพื่ออำนาจ มักจะจบลงด้วยการเป็นเพียงปุ๋ยใต้เท้าคนอื่น... เสมอ" "เจ้า!!" จางเหว่ยคำรามด้วยความโกรธจัด ฝ่ามือที่ถือกระบี่สั่นระริกด้วยแรงโทสะ เขาแทงกระบี่ลงมาอย่างรวดเร็วหมายจะปลิดชีพให้สิ้นซาก! ทันใดนั้นเอง! ในห้วงจังหวะที่คมกระบี่จวนเจียนจะทะลุผ่านหัวใจ แรงกดดันมหาศาลจากเบื้องบนก็พุ่งทะยานลงมาราวกับฟากฟ้าถล่ม! กิ่งไม้รอบข้างระเบิดออกเป็นผุยผง จางเหว่ยกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าวด้วยแรงกระแทกที่ไม่ทราบที่มา ท่ามกลางกลุ่มควันและฝุ่นละออง ร่างโปร่งบางในชุดสีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะแรกฤดูปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบ สตรีผู้นั้นยืนตระหง่านราวกับดอกบัวที่เบ่งบานท่ามกลางพายุหิมะ ดวงตางามดุจดั่งดารารายเย็นชาไร้ความรู้สึก ทว่ากลับแฝงไปด้วยไอพลังที่สูงส่งจนน่าเกรงขาม นางคือ 'เซียนจื่อเวย' ธิดาแห่งเจ้าสำนักบุปผาเยือกแข็ง ผู้ที่ถูกขนานนามว่าเย็นชาที่สุดในแผ่นดิน "ใครอนุญาตให้เจ้าทำร้ายศิษย์ตระกูลหลี่ในเขตอำนาจของข้า?" เสียงของนางเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็ง จางเหว่ยหน้าซีดเผือด เขารีบคุกเข่าลงทันที "คุณหนูจื่อเวย... ข้า... ข้าน้อยเพียงแต่กำลังสั่งสอนคนทรยศที่ขโมยวิชาลับของตระกูล!" เซียนจื่อเวยไม่แม้แต่จะปรายตาแลจางเหว่ย สายตาของนางจ้องมองไปยังร่างที่นอนจมกองเลือดอยู่เบื้องหน้า สายตาคู่นั้นกวาดมองไปที่ดวงตาของหลี่เฟยเทียน ราวกับนางกำลังมองทะลุเข้าไปถึงจิตวิญญาณภายในที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง นางนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน "ดวงตาของเจ้า... ไม่ใช่ดวงตาของสวะที่รอวันตาย" หลี่เฟยเทียนหยัดกายขึ้นอย่างช้าๆ แม้ความเจ็บปวดจะฉีกทึ้งไปทั่วร่าง แต่จิตวิญญาณที่เคยเกรียงไกรกลับแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนไป เขาเงยหน้าขึ้นสบตานาง ความเย่อหยิ่งดั่งมหาเทพผู้ไม่ก้มหัวให้ฟ้าดินฉายชัด "ข้าไม่ได้ขโมย" หลี่เฟยเทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ "แต่วิชานั้น... มันต่างหากที่เลือกข้า" ทันใดนั้นเอง อักขระโบราณสีทองอร่ามพลันปะทุขึ้นจากผิวกายของหลี่เฟยเทียน ราวกับสลักเสลาลงบนกระดูก กล้ามเนื้อที่ขาดวิ่นกลับสมานตัวด้วยความเร็วที่เหนือธรรมชาติ พลังปราณที่เคยแห้งเหือดเริ่มหมุนวนในทิศทางที่แปลกประหลาดและทรงพลังจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว จางเหว่ยที่กำลังคุกเข่าอยู่ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง มือที่กุมกระบี่สั่นเทาด้วยความหวาดกลัวที่พุ่งขึ้นมาจับขั้วหัวใจ เพราะสิ่งที่เขาเห็นเบื้องหน้า หาใช่ศิษย์ขยะคนเดิมไม่ แต่เป็น ‘บางสิ่ง’ ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าปีศาจตนใดที่เคยรู้จัก เซียนจื่อเวยก้าวเท้าเข้ามาหาหลี่เฟยเทียนหนึ่งก้าว มือเรียวงามของนางสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้ ความเย็นชาในแววตาเริ่มร้าวรานราวกับน้ำแข็งที่กำลังถูกหลอมละลายด้วยความร้อนแรงจากเปลวเพลิงที่ซ่อนอยู่ภายในร่างของชายหนุ่มตรงหน้า "เจ้า... คือใครกันแน่?" นางกระซิบถาม ความสงสัยและความหลงใหลในจิตวิญญาณที่แกร่งกล้านี้เริ่มกัดกินหัวใจที่เคยเยือกแข็งของนาง หลี่เฟยเทียนเพียงแค่ยกยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ดูเย้ยหยันโชคชะตา ก่อนจะชี้ปลายนิ้วไปยังยอดเขาที่สูงตระหง่านที่สุดของตระกูลหลี่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของหอคัมภีร์ต้องห้าม "ข้าคือจุดจบของพวกเจ้าทุกคน... และเป็นผู้เดียวที่จะฉีกกระชากฟ้าดินนี้ทิ้ง!" สิ้นคำพูดนั้น ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสกลับมืดครึ้มลงทันตาเห็น เสียงฟ้าร้องคำรามดังสนั่นราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย พลังปราณสายมหาศาลทะลักออกมาจากร่างของหลี่เฟยเทียนจนพื้นดินรอบข้างแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ และในวินาทีที่จางเหว่ยเงยหน้าขึ้นมองด้วยความหวาดผวา เขากลับเห็นเงาร่างของสัตว์อสูรในตำนานที่ตระหง่านอยู่เบื้องหลังหลี่เฟยเทียน... เงาของพยัคฆ์ขาวที่กำลังกางกรงเล็บตะปบดวงดารา! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับตำนานบทใหม่นี้ด้วยกันนะครับ "พยัคฆ์ขาวคำราม"
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนไร้พ่าย: ศาสตราเทพสะบั้นชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%