เสียงคำรามก้องของฟ้าผ่าคำรบใหญ่ดังสนั่นหวั่นไหว สะเทือนไปถึงโครงสร้างไม้สักทองโบราณของเรือนปลายตะวัน เม็ดฝนฤดูมรสุมสาดซัดกระหน่ำลงมาอย่างไร้ความปรานี เปลี่ยนบรรยากาศรอบไร่ให้มืดครึ้มราวกับช่วงพลบค่ำ ทว่าภายในห้องครัวกว้างขวางของเรือนพัก กลับสว่างไสวและอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวลอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องเทศคั่วสดใหม่
รินรดาในชุดผ้ากันเปื้อนสีครีมสะอาดตา กำลังใช้มีดเชฟด้ามโปรดสไลด์เนื้อหมูสามชั้นที่ผ่านการหมักเคี่ยวด้วยซอสสูตรลับจากมิติลับจนเข้าเนื้อ ความคมกริบของใบมีดตัดผ่านชั้นไขมันและเนื้อแดงได้อย่างราบ
เรียบไร้ที่ติ สายตาคมกริบของอดีตเชฟมือทองกวาดมองความเรียบร้อยรอบเคาน์เตอร์ด้วยความพึงพอใจ
"ฝนตกหนักขนาดนี้ ป่านนี้พวกที่จ้องจะฮุบที่ดินคงนอนกอดอกหนาวสั่นอยู่ในบ้านสังกะสีผุๆ กันหมดแล้วกระมังครับ"
เสียงทุ้มต่ำกังวานดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสอบอุ่นจากผ้าขนหนูผืนหนาที่ถูกคลุมลงบนลาดไหล่บอบบาง พันตรีธนายืนซ้อนอยู่ด้านหลัง กลิ่นกายสะอาดผสมผสานกับกลิ่นอายฝนจางๆ ลอยเข้าแตะนาสิก รินรดาชะงักมือเล็กน้อยก่อนจะเอี้ยวตัวหันไปสบตาคมเข้มของสามี
"คุณนี่นะ... ชอบโผล่มาเงียบๆ ทุกที" รินรดาลอยหน้าลอยตาเอ็ดเบาๆ แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มขึ้นอย่างอดไม่ได้ "แล้วนี่ไม่ไปตรวจดูโรงเรือนเพาะเห็ดหน่อยหรือครับ ฝนสาดแบบนี้ระวังความชื้นจะเกินพิกัดนะ"
"ผมมอบหมายให้คนงานจัดการเรียบร้อยแล้วครับ..." ธนาตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นทอดมองภรรยาคนสวยด้วยประกายความอ่อนโยนที่สงวนไว้ให้เธอเพียงผู้เดียว "ความเป็นห่วงสุขภาพของภรรยา... สำคัญกว่าแปลงเห็ดเป็นไหนๆ"
คำพูดราบเรียบแต่นัยน์ตาหวานเชื่อมทำเอารินรดาต้องแสร้งทำเป็นหันไปสนใจหม้อซุปที่กำลังเดือดปุดๆ บนเตา เพื่อซ่อนรอยแดงเรื่อบนพวงแก้ม
"ปากหวานเสียจริง ระวังเถอะ... เดี๋ยวจะได้กินอาหารฝีมือภรรยาจนลิ้นชาไปเลย" เธอกล่าวกลับหัวเราะ ก่อนจะหันมาจัดการขั้นตอนนี้ด้วยความรวดเร็ว
บรรยากาศในครัวยามฝนพรำดำเนินไปอย่างเงียบสงบแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ทว่าในใจของรินรดากลับวางแผนการบางอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว ป้าสมรและญาติจอมโลภเหล่านั้นคงกำลังคิดว่าในวันที่อากาศเลวร้ายเช่นนี้ เธอคงจะนอนซมและไม่มีเรี่ยวแรงทำมาหากิน แต่พวกเขาคิดผิดถางทางถนัดนัก เพราะความวิกฤตเช่นนี้แหละ คือโอกาสทองในการสร้าง "มูลค่าเพิ่ม" ให้กับผลผลิตจากไร่ปลายตะวัน
"ธนาครับ ช่วยหยิบขวดโหลแก้วใบนั้นให้ผมหน่อย" รินรดาสั่งการด้วยน้ำเสียงคล่องแคล่ว มือเรียวระหงตักน้ำซุปสีอำพันเคี่ยวเข้มข้นลงในชามเซรามิคเคลือบ ลอยหน้าด้วยหมูสามชั้นตุ๋นพะโล้โบราณที่ละลายในปาก และโรยด้วยผักชีฝรั่งซอยสดๆ จากแปลงเกษตรอินทรีย์ที่เธอเพิ่งเก็บเกี่ยวมาเมื่อเช้า
กลิ่นหอมของพะโล้สูตรโบราณผสานกับกลิ่นเครื่องเทศจีนเจือจางลอยฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัวทันทีที่ฝาหม้อถูกเปิดออก กลิ่นอายอันเย้ายวนนี้ช่างตัดกับความหนתเหน็บของสายฝนด้านนอกอย่างสิ้นเชิง
ธนารับชามกระเบื้องเคลือบจากมือภรรยา สัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อเซรามิค นัยน์ตาคมกริบมองสำรวจอาหารตรงหน้าด้วยความประทับใจลึกซึ้ง ตั้งแต่แต่งงานกันมา เขารู้ดีว่าภรรยาคนนี้มีฝีมือการทำอาหารระดับปรมาจารย์ แต่ทว่าเมนูในวันนี้... กลับมีประกายบางอย่างที่พิเศษกว่าทุกวัน
"นี่คือ 'พะโล้แห้งตุ๋นยาจีนโบราณ' ครับ..." รินรดาอธิบายพร้อมรอยยิ้มภาคภูมิใจ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ "ผมใช้เวลาเคี่ยวด้วยไฟอ่อนข้ามคืน น้ำซุปจากมิติลับช่วยดึงรสชาติความหวานของหมูออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงด้วยข้าวหอมมะลิเก่า... รับรองว่าคุณจะลืมอาหารในภัตตาคารหรูไปเลย"
ธนาไม่รอช้า เขาตักคำแรกเข้าปากอย่างพิถีพิถัน ทันทีที่เนื้อหมูสัมผัสกับลิ้น รสชาติความกลมกล่อม หวานเค็มกำลังพอดี และกลิ่นหอมของเครื่องเทศก็ระเบิดขึ้นในโพรงปาก ความนุ่มละมุนที่แทบไม่ต้องเคี้ยวผสมผสานกับความร้อนของน้ำซุปที่ช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บจากสายฝนให้มลายหายไปในพริบตา
นายทหารหนุ่มผู้มักจะเคร่งขรึมและนิ่งสงบเสมอ ถึงกับนิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความทึ่ง รสชาตินี้... ไม่ใช่แค่อร่อย แต่เป็นความประทับใจครั้งแรกที่สั่นสะเทือนหัวใจของเขาอย่างแท้จริง
"เป็นอย่างไรบ้างครับ?" รินรดาเอียงคอมองอย่างคาดคั้น รอยยิ้มซุกซนปรากฏขึ้นที่มุมปาก "รสชาติฝีมือภรรยาคนนี้ พอจะทำให้คุณผู้ชายยอมสยบหรือยังครับ?"
ธนาวางช้อนลงอย่างนุ่มนวล เขาเงยหน้าขึ้นสบตาภรรยา สายตาสื่อความหมายลึกซึ้งจนคนถูกมองต้องใจเต้นรำไม่เป็นจังหวะ
"อร่อยจนผม..." ธนายังไม่ทันเอ่ยประโยคถัดให้จบ
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงทุบประตูกระด้างดังขึ้นขัดจังหวะความหวานชื่น ท่ามกลางเสียงฝนที่ตกกระหน่ำ ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงคุ้นหูที่ตะโกนแผดเข้ามาในความมืด
"รินรดา! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าเธออยู่ในนั้น นังหลานอกตัญญู ปล่อยให้ญาติผู้ใหญ่ตากฝนอยู่ข้างนอกได้อย่างไร!"
รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนที่รอยยิ้มเยียบเย็นจะผุดขึ้นที่มุมปาก ดวงตาดุดันฉายแววเจ้าเล่ห์ทันที ป้าสมรมาเยือนถึงเรือนในยามวิกาลและฝนตกหนักเช่นนี้... ช่างกล้าหาญเสียจริง
ธนาขมวดคิ้วมุ่น รัศมีความกดดันแผ่ออกจากร่างสูงใหญ่ทันที มือหนากำลังจะเอื้อมไปเปิดประตูเพื่อจัดการปัญหาภายนอก แต่รินรดากลับยกมือขึ้นแตะแขนของสามีไว้เบาๆ พร้อมกับส่ายหน้าช้าๆ
"ใจเย็นก่อนครับคุณสามี..." รินรดายิ้มหวานหยด ยื่นชามพะโล้หอมกรุ่นให้ธนาถือไว้ "ปล่อยให้ป้าสมรตากฝนรอไปก่อนสักครู่... อาหารจานเด็ดกำลังจะเสิร์ฟ แต่ไม่ใช่บนโต๊ะอาหารหรอกนะครับ"
ดวงตาของภรรยาฉายแววสนุกสนานราวกับเด็กสาวกำลังจะแกล้งคน ธนากระตุกยิ้มมุมปาก ความกังวลมลายหายไปสิ้น เขาวางชามพะโล้ลง แล้วผายมือให้ภรรยาเดินนำหน้าไปอย่างตามใจ
ทว่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะก้าวเดินไปที่หน้าประตูบ้านนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝ่าน้ำฝนดังเข้ามาใกล้ประชิดระเบียงบ้าน พร้อมกับเสียงพังประตูที่ดังสนั่นหวั่นไหว และเงาร่างที่สามของบุคคลปริศนาที่ก้าวตามหลังป้าสมรเข้ามา ก็ทำให้รินรดาต้องชะงักกึก—
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ลมทะเลพัดรัก" มา ณ ที่นี้นะครับ
เชฟสายบวกกับคุณทหารสายเปย์ในไร่ปลายตะวัน•ตอนที่ 5
เมนูจานเด็ดในวันที่ฝนพรำ
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสายบวกกับคุณทหารสายเปย์ในไร่ปลายตะวัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!