เชฟสายบวกกับคุณทหารสายเปย์ในไร่ปลายตะวัน•ตอนที่ 4

ชายในชุดเครื่องแบบ

ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
เสียงตะหลิวเหล็กกระทบก้นกระทะเหล็กหล่อดัง *เคร้ง!* ก้องกังวานไปทั่วลานครัวกึ่งกลางแจ้งของไร่ปลายตะวัน เป็นจังหวะเดียวกับที่ป้าสมร ญาติผู้พี่จอมละโมบของตระกูล ยืนเท้าสะเอวหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ตรงรั้วไม้ไผ่ หล่อนพยายามส่งเสียงแว้ดๆ แข่งกับเสียงน้ำมันเดือดพล่านเพื่อทวงสิทธิ์ในผลผลิตล็อตแรกที่รินรดาเพิ่งเก็บเกี่ยว "รินรดา! แกอย่าคิดนะว่าแค่มีโฉนดอยู่ในมือแล้วจะทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว ผลผลิตแปลงนี้ครึ่งหนึ่งต้องเป็นของตระกูลเรา ตามกฎผู้ใหญ่ที่สั่งสมมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า!" ป้าสมรแผดเสียงแหลมสูงจนไก่ในเล้าข้างๆ ถึงกับกระพือปีกบินหนี รินรดาไม่แม้แต่จะชายตามองร่างท้วมที่กำลังอกจะแตกตาย นางตวัดข้อมืออย่างคล่องแคล่ว สะบัดก้านคะน้าออร์แกนิกสีเขียวสดกรอบลงในกระทะที่ไฟลุกโชน กลิ่นหอมฟุ้งของกระเทียมจีนทุบและเต้าเจี้ยวหมักชั้นดีพวยพุ่งผสมผสานกับไอความร้อน รินรดายิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น ก่อนจะตักคะน้าไฟแดงจานร้อนควันฉุยลงใส่จานกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตาอย่างประณีต "กฎของปู่ย่าเหรอครับป้า? น่าเสียดายนะครับที่กฎข้อนั้นคงใช้ไม่ได้กับที่ดินที่ถูกจำนองไว้จนเกือบหลุดมือ แล้วหลุดมาอยู่ใต้กรรมสิทธิ์ของคนอื่นแบบถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ... ถ้าป้าอยากได้ผักนัก ก็เชิญไปซื้อที่ตลาดสดโน่นครับ กำละสิบบาท แต่เกรงว่ากระเป๋าเงินของป้าจะเบากว่าน้ำหนักผักเสียอีกมั้งครับ" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือน ชนิดที่คนฟังอยากจะคว้าไม้มาฟาดให้รู้แล้วรู้รอด ในจังหวะที่ป้าสมรหน้าดำคร่ำเครียดเตรียมจะพ่นคำหยาบคายชุดใหญ่ใส่หน้าหลานสาว เสียงเครื่องยนต์ดีเซลคำรามต่ำทรงพลังก็ดังฝ่าฝุ่นตลบเข้ามาจอดสนิทที่หน้าป้ายไร่ปลายตะวัน รถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อคันโตสีดำสนิทจอดนิ่งสนิท ประตูฝั่งคนขับเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงโปร่งในชุดเครื่องแบบสนามสีเขียวเข้ม ร่างกายกำยำสมส่วนตามแบบฉบับชายชาติทหาร แผ่นหลังกว้างและท่าทีสง่างามทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปในพริบตา ป้าสมรที่กำลังอ้าปากค้างจะด่าทอพลันหุบปากฉับ ดวงตาเป็นประกายด้วยความโลภเมื่อเห็นยานพาหนะราคาแพงและผู้มาใหม่ หล่อนคิดว่านี่คือพ่อค้าคนกลางรายใหญ่ที่มารับซื้อผลผลิต จึงรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มแล้วเดินเข้าไปต้อนรับทันที "อุ๊ย! คุณท่านผู้มีอากร ประเดี๋ยวๆ ผลผลิตในไร่นี้ ถ้าจะซื้อต้องคุยกับดิฉันก่อนนะคะ ดิฉันเป็นญาติผู้ใหญ่..." รินรดายืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยสายตารู้ทัน นางวางตะหลิวลงแล้วใช้ผ้ากันเปื้อนเช็ดมือช้าๆ ขณะที่นายทหารหนุ่มผู้มาใหม่ไม่ได้สนใจเสียงแหลมๆ ของป้าสมรแม้แต่น้อย ดวงตาคมกราบกวาดมองผ่านแว่นกันแดดสีเข้ม ก่อนจะถอดออกเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาคมคายสันจاوชัดเจน และดวงตาคู่คมดุที่ทอดมองตรงมายังร่างบางของรินรดาด้วยประกายความอบอุ่นที่ซ่อนไว้ภายใต้ความนิ่งขรึม พันตรีธนาก้าวเท้ายาวๆ ผ่านหน้าป้าสมรไปราวกับหล่อนเป็นเพียงอากาศธาตุ ร่างสูงใหญ่หยุดยืนตรงหน้าเชฟสาวผู้เป็นภรรยาในนาม (และในหัวใจ) สายตาของเขาสำรวจตรวจตราตั้งแต่เส้นผมที่รวบเป็นมวยลวกๆ จนถึงปลายผ้ากันเปื้อนที่มีคราบแป้งติดอยู่เล็กน้อย "เดินทางมาเหนื่อยไหมครับ ผู้พัน?" รินรดาเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แววตาระยิบระยับด้วยความท้าทาย "ไม่เหนื่อยเลยครับ... ถ้าเทียบกับการไม่ได้เห็นหน้าคุณตั้งแต่เช้า" ธนาตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เปี่ยมด้วยความจริงจัง จนคนฟังถึงกับชะงักไปชั่วขณะ ป้าสมรที่ถูกเมินยืนอ้าปากค้างหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ หล่อนมองหน้าทหารหนุ่มสลับกับรินรดาด้วยความงุนงง "นี่แก... แกไปรู้จักกับนายทหารใหญ่โตแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่รินรดา!" ธนาหันกลับไปมองป้าสมรด้วยหางตาเพียงเล็กน้อย รังสีความกดดันระดับนายทหารฝ่ายยุทธการแผ่ซ่านออกมาจนป้าสมรต้องถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว ธนายกมือขึ้นจัดปกเสื้อเครื่องแบบให้เข้าที่ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่ทรงพลัง "ผม พันตรีธนา สามีและผู้ดูแลสิทธิ์โดยชอบธรรมทั้งหมดในไร่ปลายตะวันแห่งนี้ครับ หากใครมีข้อสงสัยเรื่องกรรมสิทธิ์ เชิญไปยื่นเอกสารทนายความที่อำเภอได้เลยครับ ไม่ต้องมาเดินป้วนเปี้ยนรบกวนเวลาทำอาหารของภรรยาผมแถวนี้" คำว่า 'สามี' หลุดออกมาจากปากนายทหารหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลทำเอาป้าสมรหน้าซีดเผือดราวกับไก่ต้ม หล่อนอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก ได้แต่ถอยกรูดแล้ววิ่งหนีหายไปจากบริเวณนั้นอย่างไม่คิดชีวิต ท่ามกลางเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอของรินรดา "ปากคอเรานี่ร้ายกาจขึ้นทุกวันนะครับคุณทหาร เล่นเอาญาติผู้พี่ของฉันแทบสำลักอากาศตายคาที่" รินรดาส่ายหัวเบาๆ แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ ธนาเดินเข้าไปประชิดตัวรินรดาอย่างถือวิสาสะ มือหนายื่นไปปัดเศษแป้งที่ติดอยู่ข้างแก้มนวลออกอย่างเบามือ สายตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนจนน่าใจหาย "ผมก็แค่วิสามัญพวกน่ารำคาญ เพื่อให้ภรรยาคนเก่งของผมมีสมาธิกับการทำอาหารเลี้ยงผมเท่านั้นเองครับ... ว่าแต่วันนี้มีเมนูอะไรเด็ดๆ ต้อนรับสามีบ้างล่ะครับเชฟริน?" รินรดาย่นจมูกใส่ความเจ้าเล่ห์ของสามีป้ายแดง ก่อนจะผันตัวกลับไปที่เตาไฟ นางตักแกงคั่วกลิ้งเนื้อน่องลายสีสันจัดจ้านที่เพิ่งเคี่ยวจนเข้าเนื้อใส่ถ้วยกระเบื้อง กลิ่นหอมของพริกแกงใต้ตำเองผสมผสานกับใบมะกรูดซอยและตะไคร้ส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณไร่ กระตุ้นความอยากอาหารจนธนาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างอดไม่ได้ "แกงคั่วกลิ้งเนื้อน่องลายสูตรลับเฉพาะตัวครับ รับรองว่าเผ็ดร้อนสะใจจนคุณต้องยอมจำนนแน่ๆ" รินรดาตักข้าวสวยร้อนๆ ควันฉุยใส่จานยื่นให้ พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มที่นานๆ ครั้งจะหลุดออกมาให้เห็น ธนารับจานข้าวมาถือไว้ สายตาคมกริบมองสบตาภรรยา ไม่ใช่แค่อาหารบนจานที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจ แต่ทว่า... ทันใดนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อเครื่องแบบของธนาก็แผדเสียงดังขึ้นขัดจังหวะ บรรยากาศอบอุ่นพลันหยุดชะงักลง ธนากดรับสายด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา สีหน้าของนายทหารหนุ่มก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด ดวงตาคมกริบหันขวับมามองรินรดาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและกังวลใจอย่างปิดไม่มิด "ริน... ทางด่านชายแดนรายงานด่วนเข้ามา สินค้าล็อตพิเศษที่เราแอบซ่อนไว้ในมิติเพื่อเตรียมส่งออกถูกคนร้ายกลุ่มใหญ่ลอบโจมตี และตอนนี้... กำลังถูกเผาทำลายจนหมดเกลี้ยง!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ลมทะเลพัดรัก" มา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสายบวกกับคุณทหารสายเปย์ในไร่ปลายตะวัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%