"ถ้าข้อเสนอห้าหมื่นบาทยังน้อยไปสำหรับคุณ... งั้นผมขอเพิ่มให้อีกเท่าตัว แลกกับการที่คุณแค่ 'ลืม' ว่าเห็นใบบัญชีวัตถุดิบสองแผ่นนั้นซ่อนอยู่ใต้กองกระสอบปุ๋ยหลังโรงเรือน"
เสียงทุ้มต่ำแต่สั่นเครือเล็กน้อยของชายวัยกลางคนดังลอดผ่านรอยต่อไม้เก่าคร่ำคร่าของห้องเก็บของ อาการกระสับกระส่ายสะท้อนผ่านเงาดำที่ทาบไหวตามแสงไฟฉายลอดช่องประตู รินรดาหรี่ตาลงทันที สัญชาตญาณเชฟที่ผ่านสมรภูมิห้องครัวระดับภัตตาคารหรูมาโชกโชนบอกเธอว่า นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเกมสกปรกที่ถูกจัดฉากขึ้นโดยฝีมือของคนใกล้ตัวที่เธอไว้ใจน้อยที่สุด
ธนาขยับกายเข้ามาประชิดตัวภรรยาโดยปราศจากเสียง ไหล่กว้างของนายทหารหนุ่มแผ่ไออุ่นอันมั่นคงพร้อมปกป้อง ฝ่ามือหนาวางลงบนบอบบางของรินรดาเบาๆ เป็นสัญญาณเชิงจิตวิทยาว่า เขายืนอยู่ข้างเธอเสมอในทุกสมรภูมิ ดวงตาคมกราบกรานของธนาเปลี่ยนเป็นประกายเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก สายตาคู่นั้นกวาดมองกลอนประตูที่ขึ้นสนิม ก่อนจะผละสายตากลับมาสบตากับภรรหาสาวที่กำลังเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความโกรธ
"ห้าหมื่นบาท... ทุ่มทุนสร้างไม่เบานี่ครับคุณป้า" รินรดาเปล่งเสียงลอดไรฟันด้วยน้ำพักน้ำแรงที่ควบคุมโทนเสียงให้ราบเรียบที่สุด แต่แฝงไว้ด้วยความเย้ยหยันอันทรงพลัง เธอไม่รอให้ประตูบานนั้นเปิดออกเอง สองมือเรียวพับแขนเสื้อเชิ้ตลินินขึ้นอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะเอื้อมไปคว้าด้ามจอบเหล็กกล้าที่พิงอยู่ข้างผนังโรงเรือน ยกขึ้นแล้วฟาดเปรี้ยงเข้าใส่แม่กุญแจเก่าคร่ำคร่าอย่างไม่ลังเล!
*เคร้ง!*
เสียงเหล็กกระทบกันสนั่นหวั่นไหว ประตูไม้ผุพังกระเด็นเปิดผางออกท่ามกลางฝุ่นละอองที่ตลบอบอวล แสงไฟสีเหลืองนวลจากหลอดไฟนีออนด้านในสาดส่องกระทบใบหน้าซีดเผือดของชายคนงานเก่าแก่ประจำไร่ กับร่างท้วมของหญิงสูงวัยที่กำลังยืนถือปึกธนบัตรสีม่วงคาดป้ายธนาคารสั่นเทา ป้าสมรเบิกตากว้างด้วยความตกใจจนแทบสิ้นสติ ปากอ้าพะงาบๆ พูดไม่ออกเมื่อพบว่าเหยื่อผู้ถูกล่าในยามวิกาล กลับกลายเป็นเจ้าของไร่ตัวจริงที่ยืนจ้องมองเธอด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ
"อุ๊ย... ขอโทษทีครับที่เสียมารยาทพังประตูเข้ามาแบบนี้ พอดีผมได้ยินเสียงหมาเหủaแถวนี้เกรงว่าจะมีโจรขึ้นไร่ แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่โจรธรรมดานะครับ... เป็นถึงญาติผู้ใหญ่ที่เคารพรักเสียด้วยซ้ำ"
ธนาก้าวเท้าเข้ามาในห้องเก็บของด้วยท่าทีสง่างามแต่น่าเกรงขาม แรงกดดันจากยศถาบรรดาศักดิ์และประสบการณ์ในสนามรบแผ่ซ่านจนคนงานหนุ่มทรุดฮวบลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นด้วยความหวาดกลัว ป้าสมรสะดุ้งสุดตัว รีบยัดปึกเงินสดซ่อนไว้ด้านหลังลำตัวอย่างลุกลี้ลุกลน รอยยิ้มแห้งแล้งถูกปั้นแต่งขึ้นบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความโลภ
"ริน... ธนา... พวกหลานมาทำอะไรกันดึกดื่นดื่นป่านนี้ ลูกผู้หญิงตัวคนเดียวเดินดุ่มๆ เข้ามาในที่ลับตาคนแบบนี้มันอันตรายนะ ป้าแค่... ป้าแค่มาคุยเรื่องงานกับคนงานแทนหลานเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรน่าสงสัยเลยสักนิด" ป้าสมรพยายามแก้ตัวน้ำขุ่นๆ สายตาหลบเลวร้ายลนลานมองหาทางหนีทีไล่
รินรดาก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว รองเท้าผ้าใบเหยียบย่ำลงบนพื้นไม้ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ้าด เธอย่อตัวลงหยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาปัดฝุ่นเบาๆ ก่อนจะเปิดออกดูหน้ากระดาษบัญชีที่จดบันทึกต้นทุนราคาปุ๋ยและวัตถุดิบการเกษตรที่ถูกบวกราคาเพิ่มขึ้นเกินจริงถึงสามเท่าตัว
"คุยเรื่องงานหรือครับป้า? งานอะไรที่ต้องใช้เงินสดห้าหมื่นบาทเพื่อปิดปากคนงานให้ 'ลืม' บัญชีฉบับนี้?" รินรดาปรายตามองเอกสารในมือด้วยแววตารauคมกริบ "นี่สินะคะคือกลยุทธ์ของป้า... ร่วมมือกับบริษัทจัดหาปุ๋ยเคมีราคาถูกแล้วมาสวมรอยเบิกเงินงบประมาณบำรุงไร่ปลายตะวันของฉันไปเข้ากระเป๋าตัวเองทุกเดือน นี่ยังไม่รวมถึงเรื่องที่ป้าพยายามปล่อยข่าวลือเรื่องดินเสื่อมโทรม เพื่อกดราคาที่ดินแปลงนี้ให้ต่ำลงแล้วแอบกว้านซื้อผ่านนอมินีใช่ไหมครับ?"
คำพูดที่พรั่งพรูออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทแต่เฉียบคมราวใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ทำให้ป้าสมรหน้าซีดเผือดลงเรื่อยๆ เหงื่อกาฬไหลโทรมใบหน้ายับย่น ความจำนนด้วยหลักฐานทำให้ผู้เป็นป้าเปลี่ยนท่าทีจากหน้ามือเป็นหลังมือ สันดานที่แท้จริงเผยออกมาพร้อมเสียงหัวเราะแหบพร่าด้วยความเคียดแค้น
"นังเด็กเนรคุณ! แกคิดว่าแกเก่งมาจากไหนวะ ถึงกล้ามาต่อปากต่อคำกับฉัน คนในตระกูลนี้เขาลงความเห็นกันหมดแล้วว่าที่ดินแปลงนี้ควรเป็นของฉัน ตั้งแต่พ่อแม่แกตายไป แกก็เป็นแค่คนนอกที่เข้ามาฉกฉวยผลประโยชน์จากผืนแผ่นดินนี้เท่านั้น! แกไม่มีสิทธิ์มาไล่ฉันออกไป!"
ป้าสมรแผดเสียงกรีดร้องด้วยความเหลืออด สันดานดิบเถื่อนถูกปลุกเร้าจนหมดคราบผู้ดีเก่า เธอพุ่งตัวเข้าไปหมายจะคว้าแขนรินรดาเพื่อระบายความคับแค้นใจ ทว่า... ร่างท้วมนั้นกลับลอยหวือขึ้นกลางอากาศด้วยฝ่ามือเหล็กของพันตรีธนาที่ยื่นออกไปคว้าคอเสื้อด้านหลังไว้ได้อย่างแม่นยำราวนกอินทรีตะครุบเหยื่อ ธนาออกแรงผลักเพียงเล็กน้อย ป้าสมรก็เซถลาล้มก้นจ้ำเบ้าลงไปกองกับพื้นโรงเรือนทันที
"ระวังคำพูดด้วยนะครับคุณป้า" ธนาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กรามหนาขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ดวงตาสีเข้มดุดันจ้องมองลงมาที่หญิงสูงวัยราชาพญาเสือโคร่งมองเหยื่อ "ภรรยาของผมไม่ใช่คนที่ใครจะมาแตะต้องได้ตามอำเภอใจ และที่ดินผืนนี้... มีโฉนดถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ หากคุณยังไม่หยุดพฤติกรรมฉ้อฉลและคุกคามคนในไร่ ผมคงต้องใช้กฎหมายทหารและศาลแพ่งจัดการขั้นเด็ดขาด โดยไม่มีคำว่าญาติพี่น้องมาเจือปนอีกต่อไป"
บรรยากาศภายในห้องเก็บของเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงหอบหายใจด้วยความโกรธของป้าสมรและเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของนายหนุ่มผู้เป็นสามี รินรดาย่อตัวลง นำแฟ้มบัญชีหลักฐานทั้งหมดเก็บใส่ซองกันน้ำอย่างเรียบร้อย ก่อนจะหันไปมองหน้าคนงานที่นั่งตัวสั่นงกด้วยความกลัวอาญา
"ส่วนคุณ... พรุ่งนี้เช้า ไปพบฝ่ายบุคคลเพื่อเซ็นใบลาออก และหวังว่าคุณจะสำนึกได้ทันก่อนที่หลักฐานการติดสินบนชุดนี้จะถึงมือพนักงานสอบสวน" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบแต่เฉียบขาด ทำเอาคนงานหนุ่มรีบก้มกราบกรานแทบเท้าขอความเห็นใจ
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกติ เธอหันไปส่งยิ้มบางๆ ให้กับสามีที่ยืนเคียงข้าง ธนาโอบไหล่บางของเธอไว้หลวมๆ เพื่อพาเดินออกจากบรรยากาศอับทึบของโรงเรือนเก่า ทว่า... ในขณะที่ทั้งคู่กำลังก้าวเท้าพ้นประตูรั้วไร่เพื่อกลับไปยังเรือนพัก เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของธนาก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบยามวิกาล
ธนากดรับสาย ใบหน้าคมคายที่เคยผ่อนคลายลงเมื่อครู่ กลับขมวดมุ่นเข้าหากันอีกครั้งในเสี้ยววินาที สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบตัวท่ามกลางความมืดมิดของสวนผลไม้
"ครับผู้กอง... ว่ายังไงนะ? รถบรรทุกขนส่งสินค้าล็อตพิเศษของไร่เราที่กำลังมุ่งหน้าไปส่งให้ภัตตาคารใหญ่ในเมือง... ถูกสกัดกั้นไว้ที่ด่านตรวจทางหลวงโดยมีคำสั่งอายัดสินค้าฉุกเฉินจากหน่วยงานตรวจสอบอาหารอ้างว่าพบสารปนเปื้อนอันตราย?!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ไร่ปลายตะวันมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
เชฟสายบวกกับคุณทหารสายเปย์ในไร่ปลายตะวัน•ตอนที่ 11
ความลับใต้โต๊ะ
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสายบวกกับคุณทหารสายเปย์ในไร่ปลายตะวัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!