เชฟสายบวกกับคุณทหารสายเปย์ในไร่ปลายตะวัน•ตอนที่ 12

กลยุทธ์ฟาดด้วยตัวเลข

ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
เสียงกระแทกของสมุดบัญชีปกแข็งเล่มหนาที่ตกลงกระทบกับโต๊ะไม้สักตัวยาวในศาลากลางหมู่บ้าน ดังสะท้อนก้องกังวานจนหมู่แมลงวันบนกองขยะข้างทางยังต้องหยุดบิน "ถ้าคิดว่าฉันโกงเงินกอง ฯ ไร่ปลายตะวัน หรือแอบฮุบเงินกองกลางของสหกรณ์ชุมชนเหมือนที่พวกคุณเที่ยวไปเป่าหูชาวบ้านตามร้านชำ... ก็เชิญก้าวออกมาดูตัวเลขพวกนี้ให้เต็มสองตาครับ!" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานและเยือกเย็น รอยยิ้มมุมปากของอดีตเชฟฝีมือฉกาจไม่ได้สื่อถึงมิตรภาพ แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุมในกรงเหล็ก ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนหน้ากระดาษที่มีตารางบัญชีรายรับ-รายจ่าย รายละเอียดต้นทุน และกำไรสุทธิถูกแจกแจงไว้อย่างเป็นระเบียบด้วยลายมืออันประณีต ไม่มีช่องว่างให้ใครบิดเบือนหรือใส่ร้ายป้ายสีได้เลยแม้แต่สตางค์แดงเดียว บรรยากาศรอบศาลากลางเงียบกริบลงทันตาเห็น ชาวบ้านนับสิบชีวิตที่เคยถูกป้าสมรและพรรคพวกเป่าหูให้เข้าใจผิด ต่างพากันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาสลับมองหน้ากันไปมาด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วน "อะ... อะไรกัน แค่สมุดเล่มเดียว ใครจะไปรู้ว่าแกทำปลอมขึ้นมาเมื่อไหร่!" เสียงแหลมสูงของป้าสมรดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบ ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและอับอายจนแดงก่ำ แกพยายามขยับตัวฝ่าฝูงชนเข้ามาหมายจะปัดสมุดเล่มนั้นให้ตกลงไปในโคลน แต่ทว่า... ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองทะมัดทะแมงกลับก้าวออกมายืนขวางไว้เสียก่อน พันตรีธนายังคงนิ่งเงียบ แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีย์กวาดมองป้าสมรและกลุ่มญาติจอมละโมบด้วยรัศมีกดดันที่ทำเอาผู้สูงอายุหลายคนต้องถอยก้นจ้ำเบ้า ร่างกายหนาแน่นด้วยมัดกล้ามจากการฝึกฝนอย่างหนักแผ่ไอสังหารอ่อนๆ ออกมาโดยไม่ต้องเอ่ยคำขู่แม้แต่ครึ่งคำ ทหารหนุ่มผู้เป็นทั้งสามีและเกราะกำบังอันแข็งแกร่งของรินรดา เพียงแค่ยืนนิ่งเป็นโล่ห์มนุษย์ ก็ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง "ถ้าป้าสมรสงสัยในความถูกต้องของกฎหมาย หรืออยากตรวจสอบเส้นทางการเงินผ่านระบบธนาคาร ผมยินดีพาไปพบเจ้าหน้าที่สรรพากรและตำรวจเศรษฐกิจในตัวอำเภอเดี๋ยวนี้เลยครับ" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของธนาเอ่ยขึ้นอย่างทรงพลัง "จะได้เคลียร์ให้ชัดเจนว่า ใครกันแน่ที่พยายามสร้างข่าวเท็จเพื่อกรรโชกทรัพย์สินของคนอื่น" คำว่า 'ตำรวจเศรษฐกิจ' และ 'กรรโชกทรัพย์' ทำเอาป้าสมรถึงกับหน้าถอดสี ริมฝีปากสั่นระริกจนพูดไม่ออก ญาติๆ ที่เคยยืนหนุนหลังต่างทยอยถอยกรูดทีละก้าวสองก้าวราวกับหนีตายจากโรคระบาด พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าสะใภ้หน้าใหม่คนนี้จะไม่เพียงแต่ต่อปากต่อคำเก่ง แต่ยังใช้กลยุทธ์ "เปิดเผยความจริงด้วยตัวเลข" มาหักหน้าพวกตนกลางที่สาธารณะได้อย่างเจ็บแสบและไร้ช่องโต้แย้ง รินรดาปรายตามองกลุ่มคนโลภเหล่านั้นด้วยแววตาเหยียดหยาม ก่อนจะพลิกหน้ากระดาษบัญชีให้ทุกคนได้เห็นชัดๆ อีกครั้ง "จำไว้นะครับ... การทำธุรกิจในไร่ปลายตะวันแห่งนี้ เราใช้หลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และแฟร์กับทุกคน ใครที่คิดจะมาสูบเลือดสูบเนื้อจากความเหนื่อยยากของคนอื่น เตรียมตัวรับผลกรรมผ่านกระบวนการยุติธรรมได้เลย เพราะผมกับสามีไม่มีทางยอมให้ใครมาเอาเปรียบฟรีๆ อีกต่อไป" สิ้นคำประกาศิตนั้น รินรดาก็ปิดสมุดบัญชีเสียงดังปัง หยิบมันขึ้นมาถือไว้ด้วยท่าทางสง่างาม ก่อนจะหันหลังเดินเคียงคู่ไปกับพันตรีธนาที่โอบไหล่เธอไว้อย่างทะนุถนอม ท่ามกลางสายตาของชาวบ้านที่มองมาด้วยความทึ่งและเกรงอกเกรงใจยิ่งกว่าเดิม เมื่อกลับมาถึงเรือนพักในไร่ปลายตะวัน ความตึงเครียดทั้งหมดก็ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรและเครื่องเทศที่โชยมาจากห้องครัว รินรดาล้างมือให้สะอาดก่อนจะเริ่มลงมือเตรียมวัตถุดิบสำหรับมื้อเย็น เพื่อเป็นการฉลองชัยชนะครั้งแรกอย่างงดงามเหนือกลุ่มคนพาล วันนี้เธอตั้งใจจะทำเมนูเด็ดที่สะท้อนถึงความจัดจ้านและเข้มข้นไม่แพ้ฝีปากของเธอ นั่นคือ "แกงเขียวหวานเนื้อน่องลายตุ๋นยาจีน" เนื้อวัวส่วนน่องลายที่มีเอ็นแทรกสลับเป็นชั้นๆ ถูกเคี่ยวในน้ำแกงเขียวหวานสูตรโบราณที่โขลกพริกแกงเองกับมือ กลิ่นหอมของโหระพา พริกชี้ฟ้าแดง และกะทิสดเคี่ยวจนแตกมัน ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณไร่ปลายตะวัน กระตุ้นต่อmความอยากอาหารของทุกคนในรัศมีร้อยเมตร ธนาเดินตามเข้ามาในครัว กลิ่นหอมของอาหารทำให้รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้าคมคาย เขาเดินเข้าไปสวมกอดภรรยาจากด้านหลัง วางคางเกยลงบนลาดไหล่บอบบางสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากซอกคอของเธออย่างหลงใหล "วันนี้คุณเก่งมากครับ ภรรยาผมจัดการพวกคนพาลได้เด็ดขาดเสียจนผมแทบไม่ต้องออกแรงอะไรเลย" เสียงกระซิบพร่าต่ำข้างใบหูทำเอารินรดาต้องอมยิ้ม "ก็คนมันน่าหมั่นไส้นี่คะ... เอ๊ย! นี่ครับ" รินรดาแกล้งแซวตัวเองเบาๆ เมื่อเผลอใช้คำลงท้ายผิดวิสัย พร้อมกับตีมือหนาที่โอบเอวเธอไว้อย่างหมั่นไส้ "ถ้าไม่ใช้ตัวเลขฟาดหน้าพวกเขาให้หงายเงิบ คงได้ใจมาวุ่นวายในไร่เราไม่จบไม่สิ้น" "ไม่ว่าคุณจะทำอะไร ผมก็สนับสนุนคุณเสมอครับ" ธนาจุมพิตเบาๆ ที่ขมับของเธออย่างรักใคร่ ก่อนที่สายตาคมจะเหลือบไปเห็นความผิดปกติบางอย่างนอกหน้าต่างห้องครัว บรรยากาศยามเย็นที่ควรจะเงียบสงบ กลับมีเงาร่างของบุคคลแปลกหน้าคนหนึ่งกำลังเดินย่องเข้ามาทางประตูหลังไร่ ท่าทางลับๆ ล่อๆ และการแต่งกายที่ผิดวิสัยชาวบ้านทั่วไปทำให้ธนาหรี่ตาลงทันที มือหนาเอื้อมไปหยิบกระบวยไม้บนเคาน์เตอร์มาถือไว้โดยสัญชาตญาณนักรบ รินรดารู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของสามี เธอหันกลับไปมองตามสายตาของเขา และก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยปากถามอะไร เสียงเคาะประตูก็รัวขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างกระวนกระวาย พร้อมกับเสียงแหบพร่าของผู้ชายคนหนึ่งที่ตะโกนลอดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "คุณริน! คุณธนา! แย่แล้วครับ... สินค้าล็อตแรกในห้องเย็นมิติพิเศษของพวกคุณ... อยู่ๆ มันก็กำลังหายไปทีละชิ้นต่อหน้าต่อตาผม!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ไร่ปลายตะวันมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสายบวกกับคุณทหารสายเปย์ในไร่ปลายตะวัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%