"ถ้าป้าสมรยังกล้าเอาโฉนดปลอมนั่นมายื่นหน้าเห่าหอนที่ไร่ปลายตะวันอีกครั้ง ผมจะให้ฝ่ายกฎหมายของกองทัพบกส่งหมายศาลข้อหาฉ้อโกงและบุกรุกไปเสิร์ฟถึงหน้าบ้านพร้อมกันทีเดียวสามคดีซ้อนครับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังของพันตรีธนาดังก้องขึ้นท่าโต๊ะไม้สักเก่าแก่ในเรือนพัก ริมฝีปากหยักลึกไม่ได้แย้มยิ้มแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมกราบกวาดมองเอกสารทางราชการที่ถูกวางแผ่หลาอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาดุจพญาอินทรีที่กำลังมองเหยื่อในกรงเล็บ
รินรดายืนกอดอกพิงขอบหน้าต่าง แววตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความสะใจ มือเรียวถือแก้วชาสมุนไพรกลิ่นหอมกรุ่น ปล่อยให้ไอน้ำอุ่นลอยละلي่วผ่านปลายจมูก เชฟสาวผู้เคยผ่านสมรภูมิห้องครัวระดับมิชลินสตาร์มาแล้ว ย่อมรู้ดีว่าการจะล้มศัตรูที่หน้าด้านที่สุด ไม่ใช่การใช้กำลังตบตีให้เสียมือ แต่เป็นการใช้ "ตัวเลขและกฎหมาย" เชือดเฉือนทีละน้อยจนพวกมันดิ้นไม่หลุดต่างหาก
"คุณนี่ใจร้อนเสียจริงนะคะ... เอ้ย หมายถึง ใจร้อนเสียจริงครับคุณธนา" รินรดาแกล้งเอ่ยแซوةด้วยรอยยิ้มเย้าหยอก เปลี่ยนสรรพนามแทบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาคาดโทษเล็กๆ จากสามีหนุ่มผู้เคร่งขรึม
ธนาวางปากกาหมึกซึมในมือลง เงยหน้าขึ้นมองภรรยาคนเก่งด้วยแววตาที่อ่อนแสงลงทันทีเมื่อเป็นเรื่องของเธอ "ผมแค่วิตกกังวลว่าความเจ้าเล่ห์ของพวกญาติฝั่งนั้นจะมารบกวนเวลาทำมาหากินของคุณครับ ริน... ไร่ปลายตะวันของเราเพิ่งเริ่มต้นก้าวสำคัญ โครงการแปรรูปผลผลิตเกษตรจากมิติพิเศษกำลังจะถูกผลักดันออกสู่ตลาดพรีเมียม เราไม่มีเวลามาเล่นขายของกับคนไร้ยางอายพวกนั้นหรอกครับ"
คำว่า "ไร่ปลายตะวันของเรา" ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างประหลาด สามีหนุ่มนายทหารผู้ดูภายนอกเหมือนหินผา แท้จริงแล้วกลับเป็นเบาะรองรับทุกปัญหาและเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจที่สมบูรณ์แบบที่สุด
ร่างบางเดินเข้ามาใกล้ วางแก้วชาลงบนโต๊ะ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เอกสารโครงการธุรกิจระยะยาวที่ทั้งคู่ช่วยกันร่างขึ้นมาตลอดสามวันที่ผ่านมาถูกกางออก มันไม่ใช่แค่แผนการปลูกผักส่งตลาดสดธรรมดา แต่คือแผนยุทธศาสตร์ "ฟาร์มทูเทเบิล (Farm-to-Table) ระดับไฮend" ที่ผสานวัตถุดิบจากมิติพิเศษเข้ากับศาสตร์การทำอาหารชั้นสูง เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าระดับบนและเชนโรงแรมห้าดาว
"แผนที่เราวางไว้สำหรับไตรมาสแรกผ่านฉลุยครับ" รินรดาเริ่มเข้าสู่โหมดจริงจัง นิ้วเรียวจิ้มลงบนกระดาษกราฟฟิกที่แสดงยอดพยากรณ์กำไร "ผักออร์แกニックจากแปลงทดลองและสมุนไพรป่าที่ผม... เอ๊ย ที่ฉัน... เอ๊ย ที่เราปลูกด้วยน้ำจากบ่อน้ำทิพย์ในมิติพิเศษ ให้ผลผลิตเร็วกว่าปกติถึงสามเท่า และมีรสชาติที่กลมกล่อมจนเชฟจากโรงแรมแกรนด์ริเวอร์โทรมาขอจองสิทธิ์ล่วงหน้าแบบผูกขาดแล้วครับ"
ธนาพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ "ผมจัดการประสานงานเรื่องเส้นทางขนส่งลับกับทางกองพันทหารราบเบาเรียบร้อยแล้ว รถบรรทุกของเราจะมีสิทธิ์ใช้เส้นทางยุทธศาสตร์เลี่ยงเมือง ทำให้การส่งมอบสินค้าสดใหม่ถึงมือลูกค้าในตัวเมืองหลวงทำได้ภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมงโดยไม่ต้องเผชิญปัญหารถติดหรือด่านตรวจใดๆ ทั้งสิ้น"
นี่คือความได้เปรียบที่ไม่มีใครเทียบได้ การมีสามีเป็นนายทหารระดับผู้กองและพันตรีที่คุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ ทำให้ปัญหาเรื่องการขนส่งสินค้าเกษตรที่มักเน่าเสียหรือติดขัดกลายเป็นเรื่องกلุยุทธ์ทางทหารไปเสียอย่างนั้น รินรดายิ้มกริ่ม นึกภาพเงินสดก้อนโตที่จะไหลมาเทมาในบัญชีธนาคารแล้วก็รู้สึกกระхоมกระชุ่มกระชวย
"แต่มันยังมีจุดบอดอยู่นะครับคุณสามี" รินรดายื่นหน้าเข้าไปใกล้ เลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย "ถ้าเราขยายกำลังการผลิตตามแผนนี้ แรงงานคนในหมู่บ้านจะไม่พอ และถ้าเราจ้างคนงานทั่วไป ความลับเรื่อง 'ความเร็วในการเจริญเติบโตของพืช' และ 'รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์' ของผลผลิตเราอาจจะรั่วไหลไปถึงหูของป้าสมรกับพวกนายทุนหน้าเลือดที่จ้องจะฮุบที่ดิน"
ธนาไม่ถอยหนีใบหน้าที่เข้ามาใกล้ เขากลับโน้มตัวเข้าไปรับสัมผัสจากกลิ่นหอมอ่อนๆ ของสบู่สมุนไพรที่รินรดาใช้ ดวงตาคมกริบพินิจพิจารณาริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับพูดอย่างเพลิดเพลิน
"เรื่องนั้นผมคิดไว้แล้วครับ..." เสียงทุ้มแหบพร่าลงเล็กน้อยจนรินรดาต้องชะงัก "เราจะไม่จ้างคนนอก แต่เราจะดึง 'เครือข่ายครอบครัวทหารผ่านศึก' และแม่บ้านทหารในค่ายมาร่วมเป็นหุ้นส่วนการผลิต พวกเขาเป็นคนที่มีวินัย รักษาความลับเป็นเลิศ และมีความจงรักภักดีสูงยิ่งกว่าสิ่งใด ในขณะเดียวกัน เราก็ตั้งกองทุนสวัสดิการย่อยให้พวกเขาด้วย เป็นการซื้อใจและสร้างเกราะป้องกันให้ไร่ปลายตะวันไปในตัว"
รินรดานิ่งงัดไปชั่วขณะ สมองอันชาญฉลาดของเชฟสาวประเมินแผนการนี้อย่างรวดเร็ว นี่ไม่ใช่แค่การจ้างงาน แต่มันคือการสร้าง "กองกำลังเศรษฐกิจและสังคม" ขึ้นมารอบตัว เพื่อให้ใครหน้าไหนก็ไม่กล้าแตะต้องไร่ปลายตะวัน เพราะการทำลายไร่แห่งนี้ เท่ากับการทำลายปากท้องของครอบครัวทหารนับร้อยชีวิตในค่าย
"คุณนี่มัน... ร้ายกาจกว่าที่ผมคิดไว้อีกนะเนี่ยพันตรีธนา" รินรดาเอ่ยชมด้วยรอยยิ้มกริ่ม ดวงตาเป็นประกายระยับด้วยความทึ่ง
"เพื่อภรรยาคนสวยและอนาคตของเรา ผมทำได้ยิ่งกว่านี้อีกครับ" ธนาตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจังจนรินรดาต้องเป็นฝ่ายหลบสายตา ร้อนผ่าวที่พวงแก้มอย่างไม่ทราบสาเหตุ ทั้งที่ผ่านสมรภูมิชีวิตมาโชกโชน แต่แพรพราวเสน่ห์แบบนิ่งๆ ของนายทหารหนุ่มคนนี้มักทำให้เธอเสียกระบวนอยู่เรื่อย
บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดไม้ภายนอกและเสียงจิ้งหรีดเรไรขับกล่อม ทว่าความเงียบนั้นกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากบริเวณหน้าประตูกระจก
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังรัวติดต่อกันอย่างไม่มีมารยาท ตามมาด้วยเสียงตะโกนโหวตเหวกโวยวายของหญิงสูงวัยที่รินรดาจำได้แม่นว่าเป็นเสียงของป้าสมร
"รินรดา! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! แกอย่าคิดว่าหลบอยู่ในบ้านหลังนี้แล้วจะหนีพ้นนะ นากำนันส่งคนมาทวงสัญญาขายฝากที่แกแอบทำลับหลังฉันแล้ว! ออกมาเคลียร์เดี๋ยวนี้อีหลานเนรคุณ!"
รินรดาขมวดคิ้วมุ่นทันที ความหงุดหงิดฉายชัดขึ้นบนใบหน้าสวย "ยายแก่นั่นยังไม่เลิกราอีกหรือเนี่ย บอกว่าไม่มีสัญญาขายฝากอะไรทั้งนั้นตั้งแต่ชาติปางก่อนแล้ว!"
ธนาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มบึ้งตึงขึ้นทันตาเห็น รังสีอำมหิตและไอร้อนจากความเป็นนายทหารสนามรบแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างน่ากลัว เขาก้าวเท้าเดินไปที่ประตูเพื่อจะออกไปจัดการขั้นเด็ดขาด
ทว่า... ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปถึงลูกบิดประตู เสียงกริ่งโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของธนาก็แผדเสียงดังลั่นขึ้นตัดหน้าความวุ่นวายภายนอก
ธนาก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ สายตาคมกริบชะงักไปชั่วครู่เมื่อเห็นเบอร์ที่โทรเข้ามา มันไม่ใช่เบอร์ของทางกองพัน และไม่ใช่เบอร์ของลูกน้องคนสนิท แต่เป็นเบอร์แปลกจากสำนักงานที่ดินจังหวัด
ชายหนุ่มลังเลอยู่เสี้ยววินาที ก่อนจะกดรับสายแล้วยกขึ้นแนบหู
"พันตรีธนาพูดครับ..."
รินรดายืนมองสามีด้วยความสงสัย สังเกตเห็นใบหน้าคมเข้มของธนาที่ค่อยๆ เปลี่ยนสี จากความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ กลายเป็นความนิ่งงึมลึกและแววตาที่ฉายประกายประหลาดใจอย่างที่สุด
ธนาวางสายลงช้าๆ ราวกับไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยินจากปลายสาย รินรดารีบก้าวเข้าไปหาทันที "ใครโทรมาคะคุณ? หรือว่าทางที่ดินจะมีปัญหาเรื่องโฉนดของเรา?"
ธนาหันมามองหน้าภรรยา แววตาของชายหนุ่มซับซ้อนจนอ่านไม่ออก ก่อนที่เขาจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงชั่วขณะ
"ไม่ใช่เรื่องโฉนดครับริน... แต่มีคนเพิ่งไปยื่นเรื่อง 'สละสิทธิ์การเป็นเจ้าของที่ดินทั้งหมด' ของตระกูลคุณให้แก่บุคคลปริศนาคนหนึ่ง... และชื่อของคนๆ นั้น คืออดีตคู่หมั้นเก่าที่คุณเพิ่งปฏิเสธการแต่งงานไปเมื่อสามปีก่อนครับ"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ลมทะเลพัดรัก" มา ณ ที่นี้นะครับ
เชฟสายบวกกับคุณทหารสายเปย์ในไร่ปลายตะวัน•ตอนที่ 8
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสายบวกกับคุณทหารสายเปย์ในไร่ปลายตะวัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!